Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
การขาดความภูมิใจในตัวเอง- สังคมไซเบอร์ เปรียบเทียบ การเมืองไทย  

หลัง จากได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง และในสังคมไซเบอร์หลายเเห่งอย่างรวดเร็ว  ก็มีประเด็นที่นึกได้และอยากมาเเชร์กับเพื่อนๆค่ะ

จากช่วงที่ผ่านมาดิฉันได้เห็นหลากหลายคนที่พยายามปกปิด  ปิดบังความเป็นตัวของตนไว้ เพื่อเจตนาโจมตีคนอื่นแล้ว  ดิฉันมองว่านั่น เพราะเขาไม่ยอมให้เกียรติและภูมิใจตนเอง และไฉนจะทำให้คนอื่นให้เกียรติตนได้  ซึ่งปัจจุบันคนประเภทนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับดิฉันการกระทำเช่นนี้ เกิดเพราะความเป็นตนเองตามความเป็นจริงขัดแย้งกับ ตนเองในอุดมคติ ที่อยากมี อยากเป็น อยากให้คนอื่นเขามอง ซึ่งถือเป็นความบกพร่องทางจิตชนิดหนึ่ง  คือการ"ขาดความภูมิใจในตนเอง"  นั่นเอง

ในทางวิชาการ ลักษณะบ่งชี้ของผู้ขาดความภูมิใจในตนเองมากๆมักจะมีลักษณะเช่นนี้
1. พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล  เช่นการไม่ยอมตอบคำถามผู้อื่น  การลบลี้หนีจากเหตุการณ์บางเหตุการณ์
2. มีความรู้สึกว่าผู้อื่นไม่เห็นคุณค่าหรือความสำคัญของตน มีความรู้สึกว่าไม่มีบารมี ไม่มีความสามารถต้องออกมาป่าวประกาศว่าตนดี
3. เมื่อตนเองทำผิดมักกล่าวตำหนิผู้อื่น
4. ถูกผู้อื่นชักจูงได้ง่าย
5. ชอบปกป้องตนเองและรู้สึกไม่พอใจอะไรง่าย ๆ
6. ปิดบังอารมณ์และความรู้สึกที่เเท้จริงของตน
.................................................................................................................
         - กรณีสังคมไซเบอร์

ในสังคมไซเบอร์นั้น  เราได้เห็นสมาชิกบางคนที่เป็นคนๆเดียวกัน อยู่ในสังคมสองแห่ง  แต่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  คือ

ในเว๊ปไซต์เเห่งหนึ่งที่พวกที่ตนไม่ชอบมีเยอะกว่า  จะทำตัวยกตนว่าเป็นคนดีสุภาพ บอกว่าฉันก็เป็นมิตรกับคนที่คิดต่าง  แต่เหน็บแนมหลอกด่าผู้อื่นสร้างความเเตกแยกอยู่เสมอ

ในขณะที่คนเหล่านั้นเมื่ออยู่อีกที่นึงกลับทำพฤติกรรมเเบบเดียวกับที่ได้ด่าว่าคนอื่นไว้ หรือหนักกว่า

บางคนเเสดงกริยาหยาบคาย  ไม่ก็เขียนบอกเจตนาไว้ชัดว่าจะยั่วยุทำลายฝ่ายตรงข้าม แล้วเมื่อเขาจับได้กลับบอกว่าตนไม่เคยทำ  

บางคนอ้างตนว่าเป็นกลางในเว๊ปที่มีฝ่ายอริของตนมากกว่า  เเล้วตำหนิผู้อื่นว่าไม่เป็นกลาง

ขณะเดียวกัน ในเว๊ปที่ตนเองเข้าข้าง กลับยอมรับว่าตนนั้นสนับสนุนและเป็นห่วงเป็นใยกลุ่มของตนเสียเหลือเกิน

ในขณะที่หลายคนใช้วิธีตรงข้ามกัน คือปลอมเป็นฝ่ายตรงข้าม ออกตัวว่าเป็นเขา ทำตัวเลวร้าย   เบาปัญญา เพื่อสร้างภาพในแง่ลบให้เเก่เขา

ซึ่งคนทั้งหลายที่กล่าวนี้ มักจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นดูแย่กว่าตน และจะรู้สึกเป็นภัยคุกคามเมื่อคนอื่น"รู้ทัน"  หรือเอาความจริงมาเปิดเผย หรือวิจารณ์ตนเอง  จนเกิดอาการปกป้องตนเองเกินเหตุ โดยยกความผิดผู้อื่นบังหน้า โยนความผิดให้ผู้อื่นหรือฟ้าฝน  ด่ากราด หรือเปลี่ยนประเด็นไปเรื่อยๆ  บางคนก็ร้อนตัวถึงขนาดทำกริยาใดๆที่พยายามปกปิดไว้ออกมาตามธาตุแท้ของตน
.................................................................................................................
       กรณีสังคมการเมือง

ในสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆนั้น เราจะได้พบคนดังๆที่ทำเช่นนี้บ่อยมากในสมัยนี้

ไม่ว่าจะเป็นการอ้างตนว่าเป็นคนดีและยัดเยียดความเลวแก่ผู้อื่นไว้ก่อน  โดยเฉพาะเมื่อตนทำไม่ดีไม่งาม  เเม้มีเพียงควัน ก็ยังออกมาปฏิเสธและกล่าวโทษคู่อริที่ความจริงเเล้ว ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และมีความสามารถทำสิ่งนั้นได้ตามบริบทของเวลาเเละสถานที่  

หากมีคนมาถาม  คนเหล่านี้ก็จะพยายามเฉไฉไปเรื่องอื่น โดยอ้างว่าคนถามๆไม่ตอบประเด็น  ทั้งๆที่จริงๆเเล้วตน"ตอบไม่ตรงคำถาม" เสียมากกว่า   บางครั้งก็โยนความผิดให้ผู้ไม่สามารถโต้แย้งได้ (เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยว  มันเป็นที่ระดับปฎิบัติ/  พวกเราทำงานดีเเล้ว แต่เครื่องไม้เครื่องมือมันไม่ดี)  ไม่ก็จะหาคนมาเปรียบเทียบว่า”แล้วที...ล่ะ”

บางประเภท  เมื่อไม่มีความภูมิใจในตนเองเเล้ว ก็จะเเอบอิงเกาะอยู่กับสิ่งที่เขามองว่า"ดี"และมีค่าในสายตาคนทั่วไป(ซึ่งเป็นตัวตนในอุดมคติที่เขาอยากมี อยากเป็น) เพื่อการนั้น เขาจะตะกายไขว่คว้า เลียนเเบบ หรือแสดงตนว่าใกล้ชิด  ใกล้เคียงกับคนหรือสิ่งๆนั้นมากกว่าผู้อื่น  เพื่อยกตนข่มท่าน และใช้อำนาจบารมีของ"สิ่งสูงค่า"ปกป้องตนเอง

บางประเภทก็จะใช้วิธีสั่งสอน เเนะนำผู้อื่น  เเสดงตัวว่าตนเเน่ รู้จริง ดีจริงกว่า และกดคนอื่นให้ต่ำกว่า ด้วยการดูถูกเหยียดหยาบ  มองเป็นผู้น้อย  หรือยัดเยียดความผิดให้ (ในสิ่งที่ตนเองนั่นเเหละได้กระทำ แต่ปกปิดเอาไว้)  เช่นเมื่อไม่นานมานี้ก็มีคนมาตักเตือนรุ่นน้องที่รักด้วยความหวังดีนัยว่าไม่อยากให้กลายเป็นคนไม่ดีจึงอยากให้คิดให้ถี่ถ้วน  หรือกรณีที่อีกท่านหนึ่ง ได้มาเตือนสติให้เราเกิดจิตสำนึก เพื่อที่จะไม่สร้างความเเตกเเยก หรือทำลายดุลยภาพในสังคม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนเหล่านี้จะทำอะไรไปเพื่อบดบังตัวตนที่เเท้จริง  มันก็ไร้ค่า  ตราบที่ใจไม่บริสุทธิ  ระลึกอยู่เสมอว่าตนไม่ได้มี ไม่ได้เป็น อย่างเบื้องหน้าที่ฉาบไว้  ไขว่คว้าร้อนรุ่ม  ต้องหงุดหงิดใจเพราะการดูถูกตนเอง เกรงผู้อื่นจะกระชากหน้ากากให้เห็นตนเปลือยๆที่เเท้จริง

พยายามหลอกตน เองไปวันๆว่าคนอื่นจะดูไม่ออก มองไม่รู้  หากเเต่ความจริงเเล้ว  คนอื่นสามารถรับรู้เเละประเมินได้จากผลของการกระทำที่ตนได้ทำมา  

ก็ในเมื่อความลับไม่มีในโลกนี่  ทำไมไม่หัดซื้อสัตย์ ให้เกียรติตัวเอง  ทำแต่สิ่งดี และเอาความดีมาเเข่งกัน  จะสร้างสรรค์กว่าไหม
..................................................................................................................

????วันนี้ท่านสร้างอะไรที่เป็นความภูมิใจให้ตัวเองหรือยังคะ????

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเเสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพนะคะ  
เจ้าของกระทู้อาจไม่สามารถอยู่ตอบได้ เพราะเวลาย่างใกล้เที่ยงคืนที่นี่  นังซินฯอย่างดิฉันจึงต้องขอลาไปนอนอุตุก่อน  

ปล. ดิฉันไม่ใช่คนที่เป็นกลาง  พยายามเขียนให้เป็นกลางก็คงจะได้เท่านี้  หากใครมีความคิดเสริมหรือขัดเเย้งอย่างไรก็เสวนากันได้ค่ะ

ราตรีสวีดัสค่ะ

แก้ไขเมื่อ 22 ต.ค. 52 04:53:32

จากคุณ : muupan68
เขียนเมื่อ : 22 ต.ค. 52 04:35:39 A:141.54.153.19 X:




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com