 |
ความคิดเห็นที่ 4 |
ยุทธภูมิบ้านร่มเกล้า ครั้งนั้นลาวยังเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นพันธมิตรกับเวียดนาม และเป็นปฏิปักษ์กับไทย
ชนวนสงครามมาจากการลักลอบตัดไม้ มีพ่อค้าไม้ไทยเข้าไปตัดไม้ฝั่งลาว ลาวให้ทหารออกไปไล่จับพวกตัดไม้ ซึ่งก็จับไม่ได้เพราะหนีกลับเข้าฝั่งไทย จึงให้ทหารลาวตั้งฐานรักษาแนวชายแดน นัยว่าเพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยลอบเข้าไปตัดไม้อีก แต่ทหารลาวเข้าใจแผนที่ผิด ตั้งฐานเกินแนวชายแดนเข้ามาถึงบ้านร่มกล้า กลายเป็นชนวนสงคราม
ทหารลาวเข้ามาตั้งฐานบนเนินเขา 3 ลูกในดินแดนไทย เนินสำคัญที่เป็นการรบหลักคือเนิน 1428 ฝ่ายเสนาธิการของเราพิจารณาว่า การจะยึดเนิน 1428 คืนโดยให้เสียหายน้อยที่สุด ควรต้องบุกตีโอบเข้าด้านหลังเนิน ซึ่งต้องบุกตลบเข้าไปในเขตประเทศลาว แต่ผู้นำของเราในเวลานั้นคือ พล.อ. ชาติชาย ไม่ยอม บอกให้รุกขึ้นไปจากแผ่นดินไทยเท่านั้น การรุกขึ้นไปจากด้านล่างทำให้เราได้รับความเสียหายมากกว่าลาว แต่จริงๆแล้วก็ไม่ควรจะเสียหายมากขนาดนั้น ที่เราตายเยอะเป็นเพราะกองทัพอากาศไทย ฝูงบิน F5 ทิ้งระเบิดใส่พวกเดียวกันตายเป็นกองร้อย (ผู้บังคับหน่วยในกองทัพอากาศถูกพักราชการ 10 คน แต่สุดท้ายก็ไม่มีการลงโทษ)
เราบุกขึ้นเนินไปอย่างยากลำบากแต่ในที่สุดเราก็ขึ้นไปถึงยอดเนินได้ เราขึ้นไปอยู่ที่สูง ถึงเวลาที่จะไล่ยิงทหารลาวให้ตกเขาบ้าง แต่แล้วก็ช๊อคทั้งกองทัพ เมื่อรัฐบาลสั่งหยุดยิง ให้เปิดการเจราจากับรัฐบาลลาว เพื่อนที่เป็นทหารเล่าว่าทหารไทยเอาปืนยิงรั่วขึ้นฟ้าเพื่อระบายความคับแค้น
ผลการรบทหารไทยตายสี่ร้อยกว่า ทหารลาวตายแค่ร้อยหกสิบ ดูเหมือนเราแพ้ในเชิงยุทธวิธี แต่นั่นทำให้เรากลับชนะในทางยุทธศาสตร์ในเวลาต่อมา เพราะการที่เรายอมหยุดมือไว้ไมตรีในครั้งนั้น ทำให้ลาวซึ่งอึดอัดกับการที่ต้องร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเวียดนาม หันกลับมาคืนดีกับไทย และไล่ทหารเวียดนามกลับประเทศไป
ในประเทศลาว สงครามครั้งนั้นทำให้ผู้นำลาวได้หน้าเป็นอันมาก แต่ผู้นำลาวก็รู้ดีว่าภาพที่ดูเหมือนได้ชัยชนะในการรบกับไทยนั้น เป็นเพราะไทยยอมยั้งมือไว้ไมตรี ทำให้ไทยเหมือนมีบุญคุณเหนือผู้นำลาว ส่วนทางไทยก็เร่งตอกย้ำสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตหลังสงคราม โดยให้ พล.อ.ชวลิต ซึ่งมีญาติข้างภรรยาเป็นชาวลาว เป็นตัวประสานเดินทางเข้าออกลาวหลายครั้ง ในเวลาไม่ถึงปีไทยกับลาวก็ฟื้นความสัมพันธ์จนถึงขั้นปกติ รัฐบาลลาวยกเลิกการขอความช่วยเหลือทางทหารจากเวียดนาม และให้เวียดนามถอนทหารกลับประเทศไป ทำให้เราชนะเด็ดขาดในเชิงยุทธศาสตร์
การรู้จักละเว้นผ่อนปรน ยอมเสียเปรียบบ้างเพื่อให้ได้รับผลเป็นชัยชนะที่ใหญ่กว่า คือการใช้การทูตนำหน้าการทหารของ พล.อ.ชวลิต และ พล. ชาติชาย ที่เน้นการเอาชนะใจคู่ต่อสู้ เพื่อให้ศัตรูหันกลับมาเป็นมิตร มากว่าที่จะมุ่งเอาชนะในการรบ
แก้ไขเมื่อ 09 พ.ย. 52 07:38:48
แก้ไขเมื่อ 09 พ.ย. 52 07:28:09
จากคุณ |
:
กาลามะชน
|
เขียนเมื่อ |
:
9 พ.ย. 52 07:26:30
A:57.59.68.205 X:57.59.68.205, 202.122.130.31
|
|
|
|
 |