Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
วิกฤต"บุคคล"สู่วิกฤต"ชาติ" "ฮุน เซน"ดับเครื่องชน หยุดใช้"อารมณ์"แก้วิกฤต วิเคราะห์ ...มติชน..วันนี้  

ความขัดแย้งภายในประเทศไทยได้ส่งผลสะเทือนความมั่นคงแห่งรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เล่นลีลาการเมืองระดับประเทศ เชื้อเชิญให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษในคดีกระทำความผิดพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกัมพูชา

พร้อมทั้งประกาศความเป็นเพื่อนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่สนใจข้อกล่าวหาที่กระบวนการยุติธรรมไทยได้ตัดสิน

ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาสะดุดหยุดลง

รัฐบาลไทยประท้วงกัมพูชาด้วยการ "เรียกทูตกลับ" ขณะที่กัมพูชาก็ตอบโต้ด้วยวิธีการเยี่ยงเดียวกัน

เหตุการณ์เริ่มบานปลายออกไป เมื่อสมเด็จฯฮุน เซน ให้สัมภาษณ์วิจารณ์รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

ขณะที่ไทยก็ประกาศรื้อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ลดการให้ความช่วยเหลือเงินกู้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ กวดขันคนไทยที่เดินทางไปเล่นการพนันที่กาสิโนฝั่งกัมพูชา

ส่วนกัมพูชาก็ขับเลขานุการเอกของไทยกลับ พร้อมจับกุมวิศวกรคนไทยที่สนามบิน โดยอ้างว่า ตรวจเช็คเที่ยวบิน พ.ต.ท.ทักษิณ และสมเด็จฯฮุน เซน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดธรรมเนียมกัมพูชา

เหตุการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากต่างประเทศ

เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ต้องการยั่วยุให้ไทยโกรธ

ทั้งนี้ เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้คะแนนนิยมของสมเด็จฯฮุน เซน เพิ่มขึ้น และยังทำให้เงินทุนของสมเด็จฯฮุน เซน พอกพูนด้วย

วันนี้ดูเหมือนกัมพูชาจะได้รับความอบอุ่นจากประเทศทั้งในภูมิภาค และประเทศต่างทวีป

กัมพูชาได้รับการสนับสนุนจากเวียดนามมานานแล้ว ขณะที่เวียดนามเองก็ให้การสนับสนุนประเทศลาวด้วย

ขณะที่ธุรกิจในประเทศกัมพูชา มีการแบ่งปันกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมิตรประเทศกับไทยก็ยังเชื่อมสัมพันธ์ผ่านทางบุตรชายของสมเด็จฯฮุน เซน เพื่อเปิดทางให้บริษัทธุรกิจจากอเมริกาเข้าไปแสวงหาผลกำไรภายในประเทศ

วันนี้สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงมั่นใจ

กรณีการขอขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก คล้ายกับเป็นสัญญาณเตือนไทยมาแล้วครั้งหนึ่ง

แต่ไทยก็ยังทะเลาะกับไทย โดยไม่เตรียมที่จะทันระวังตัว

นอกจากนี้ ยังเห็นอีกว่า สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เก็บความรู้สึกไม่พอใจการดำเนินการของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด

ดังนั้น กรณีที่นายกษิต ภิรมย์ ให้สัมภาษณ์ด่าสมเด็จฯฮุน เซน เป็น "กุ๊ย" ตามข้อมูลที่พรรคเพื่อไทยนำมาตอกย้ำ

พิสูจน์แล้วว่า มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันนี้ความยากลำบากในการแก้ปัญหา จึงอยู่ตรงที่ "ตัวปัญหา" เป็น "บุคคล"

ฝ่ายหนึ่งคือ สมเด็จฯฮุน เซน อีกฝ่ายหนึ่ง เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ และนายกษิต ภิรมย์

วันนี้ความยากลำกบากในการแก้ปัญหา จึงอยู่ตรงที่ "ตัวปัญหา" ที่เป็น "บุคคล" นั้น ดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศ

สมเด็จฯฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

ส่วนนายกษิต ภิรมย์ ก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขณะที่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคือความขัดแย้งระหว่างรัฐ

แม้ว่าทั้งสมเด็จฯฮุน เซน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะประกาศชัดเจนว่า ความไม่ปรองดองที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่กระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

แต่ก็อดเป็นห่วงเรื่องการดำเนินการตามอารมณ์ไปมิได้

ทั้งนี้ เพราะที่ผ่านมา สมเด็จฯฮุน เซน ใช้อารมณ์อย่างเต็มที่ในการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนฝ่ายไทยก็มีสัญญาณบางประกาศที่แสดงให้เห็นว่ากำลังจะตอบโต้ด้วยอารมณ์

การปลุกกระแสชาตินิยมเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ปรากฏ

อีกสัญญาณหนึ่งคือกระบวนการขอยกเลิก "บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน" ที่ลงนามกันเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

น่าสังเกตว่า กระบวนการพิจารณาให้ยกเลิกเอ็มโอยูฉบับนั้น เป็นไปด้วยความรวบรัดและรวดเร็ว

รวดเร็วจนนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมัยนั้น ต้องออกมาเตือน

เตือนให้รัฐบาลศึกษาเอ็มโอยูให้ถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ

เพราะในสายตาของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เห็นว่า การคงเอ็มโอยูฉบับดังกล่าวเอาไว้นั้นจะมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่าเป็นโทษ

หลังจากนั้นก็ปรากฏเสียงขานรับ และเสียงวิงวอนให้รัฐบาลศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้รอบคอบ

กระทั่งรัฐบาลเริ่มรู้สึกตัว และหันมาวิเคราะห์ทบทวนอีกครั้ง

น้ำเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเริ่มเปลี่ยน

"สงบ สยบ ความเคลื่อนไหว"

เปิดใจปรึกษาหารือกับไทยทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

ดีที่สุดสำหรับรัฐไทย ไม่ใช่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลไทย

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01col01151152&sectionid=0116&day=2009-11-15

จากคุณ : sao..เหลือ..noi
เขียนเมื่อ : 15 พ.ย. 52 08:56:15 A:58.8.167.185 X:




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com