 |
น่าเสณ้าประเทสไทย /ตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุด 30 ก.ย.52 กว่า 4 ล้านล้านบาท 45.5% ของจีดีพี
|
|
หมายเหตุ"มติชนออนไลน์" -เป็นการรายงานเรื่องหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันายน ๒๕๕๒ ตามประกาศกระทรวงการคลังซึ่งต้องแจ้งให้สาธารณชนรับทราบตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมีจำนวน ทั้งสิ้น๔,๐๐๑,๙๔๒.๐๐ ล้านบาทหรือร้อยละ ๔๕.๕๕ ของผลิตภัรฑ์มวลรวมภายในประเทศ( GDP) ประกอบด้วย หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๕๘๖,๕๑๓.๑๘ ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๑,๑๐๘,๕๘๐.๓๒ ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็น สถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน ๒๐๘,๗๐๒.๐๒ ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงิน ๙๘,๑๔๖.๔๘ ล้านบาท รายงานดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้ ๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒
๑.๑ หนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ มีจำนวน ๔,๐๐๑,๙๔๒.๐๐ ล้านบาทหรือร้อยละ ๔๕.๕๕ ของ GDP ประกอบด้วย หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๕๘๖,๕๑๓.๑๘ ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๑,๑๐๘,๕๘๐.๓๒ ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน ๒๐๘,๗๐๒.๐๒ ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๙๘,๑๔๖.๔๘ ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว ๓,๖๐๐,๙๕๗.๙๙ ล้านบาท และหนี้ระยะสั้น ๔๐๐,๙๘๔.๐๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๙๘ และร้อยละ ๑๐.๐๒ และจำแนก ตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๓๘๔,๓๗๖.๖๘ ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๓,๖๑๗,๕๖๕.๓๒ ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ ๙.๖๐ และร้อยละ ๙๐.๔๐ ตามลำดับ ----------------------------------------- ตาราง หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒(หน่วย:ล้านบาท) ๑. หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๕๘๖,๕๑๓.๑๘/ ๒๙.๔๔( % GDP) ๑.๑ หนี้ต่างประเทศ ๖๒,๙๙๗.๗๓ ๑.๒ หนี้ในประเทศ ๒,๕๒๓,๕๑๕.๔๕
๒. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๑,๑๐๘,๕๘๐.๓๒ / ๑๒.๖๒ ( % GDP) ๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน ๕๕๙,๔๗๓.๘๕ - หนี้ต่างประเทศ ๑๗๕,๕๔๓.๕๖ - หนี้ในประเทศ ๓๘๓,๙๓๐.๒๙
๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ๕๔๙,๑๐๖.๔๗ - หนี้ต่างประเทศ ๑๓๗,๓๕๗.๘๔ - หนี้ในประเทศ ๔๑๑,๗๔๘.๖๓
๓. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐค้ำประกัน) ๒๐๘,๗๐๒.๐๒ / ๒.๓๘( % GDP) ๓.๑ หนี้ต่างประเทศ ๘,๔๗๗.๕๕ ๓.๒ หนี้ในประเทศ ๒๐๐,๒๒๔.๔๗
๔. หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ฯ ๙๘,๑๔๖.๔๘ / ๑.๑๒( % GDP) ๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน ๗๓,๗๙๔.๖๐ ๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ๒๔,๓๕๑.๘๘
๕. หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ - - ๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน - ๕.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน - ๖. รวม ๔,๐๐๑,๙๔๒.๐๐/ ๔๕.๕๕( % GDP) หมายเหตุ :- ๑. ประมาณการ GDP ปี ๒๕๕๒ เท่ากับ ๘,๗๘๖.๒๙ พันล้านบาท (สศช. ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒) ๒. ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ยังไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน ๒๓,๙๙๙.๙๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร สัญญาบริการ สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์ และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งตามระบบ GFS นับเป็นหนี้สาธารณะ ----------------------------------- ๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๒ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ประกอบด้วย ๖ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผน ฯ ในระหว่างปีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้ ซึ่งหลังการปรับปรุงแผน ฯ ครั้งที่ ๔/๒๕๕๒ ทำให้วงเงินรวมในแผน ฯ ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๓๗๕,๕๓๕.๔๕ ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๒ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๖๙๑,๑๖๗.๔๐ ล้านบาท ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
๒.๑ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล
๒.๑.๑ กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ จำนวน ๒๒๕,๕๓๐.๕๒ ล้านบาท โดยออกพันธบัตรรัฐบาล วงเงินรวม ๑๔๕,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท ตั๋วสัญญาใช้เงิน วงเงินรวม ๑๔,๐๓๐.๕๒ ล้านบาท และตั๋วเงินคลัง วงเงินรวม ๖๖,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ได้ดำ เนินการออกนั้น กระทรวงการคลังได้ไถ่ถอนก่อนครบกำหนดโดยใช้งบชำระหนี้ วงเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้ลดหนี้คงค้างลงตามจำนวนดังกล่าว และลดภาระดอกเบี้ย จำนวน ๖๙๗.๖๐ ล้านบาท
๒.๑.๒ กระทรวงการคลังได้ Roll - over ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด วงเงิน๘๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วง ปีงบประมาณ ๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ จำนวน ๖๗,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนของตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้โดยแปลงเป็นพันธบัตรระยะยาว จำนวน ๑๙,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
๒.๑.๓ กระทรวงการคลังได้ Roll - over พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอน๓ รุ่น วงเงินรวม ๔๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๕ แห่ง ตามจำนวน ดังกล่าวมาชำระคืนในวันที่ครบกำหนด จากนั้นได้ออกพันธบัตรรัฐบาล ๓ รุ่น วงเงินรวม๓๗,๗๔๐.๐๐ ล้านบาท สมทบกับเงินจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน ๒,๒๖๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนต้นเงินกู้ระยะสั้นดังกล่าว
๒.๑.๔ กระทรวงการคลังได้ Roll - over พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอน๒ รุ่น วงเงินรวม ๓๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๔ แห่ง ตามจำนวน ดังกล่าวมาชำระคืนในวันที่ครบกำหนด จากนั้นได้ออกพันธบัตรรัฐบาล ๓ รุ่น วงเงินรวม๓๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนต้นเงินกู้ระยะสั้น
๒.๑.๕ กระทรวงการคลังได้ไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนครบกำหนด วงเงิน๑๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยใช้งบชำระหนี้ ซึ่งทำให้ลดหนี้คงค้างลงตามจำนวนดังกล่าว และลดภาระ ดอกเบี้ย จำนวน ๔๓๔.๖๖ ล้านบาท
๒.๒ การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Roll - over พันธบัตร FIDF3 (พันธบัตรรัฐบาลที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕) ที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน๕๔,๒๔๕.๗๓ ล้านบาท โดยการกู้เงินระยะยาวจากสถาบันการเงิน ๒ แห่ง จำนวน ๒๓,๑๖๒.๐๐ ล้านบาทสมทบกับการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๓ แห่ง จำนวน ๑๓,๙๓๔.๖๔ ล้านบาท และเงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง จำนวน ๑๑,๐๖๕.๓๖ ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด
จากนั้นได้ออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ วงเงิน ๒๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท มาชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินจากบัญชีเงินฝาก ฯ ทั้งนี้ ในส่วนที่ไม่ได้กู้เงินเพื่อมาชำระคืนในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน ได้มีการชำระคืนเงินต้นจากเงินในบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จำนวน ๖,๐๘๓.๗๓ ล้านบาท นอกจากนี้ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ได้ดำเนินการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวอีกส่วนหนึ่ง จำนวน ๗๑๑.๐๐ ล้านบาทโดยใช้เงินจากบัญชีสะสม ฯ ด้วย
อนึ่ง ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ยังมีพันธบัตร FIDF3 ที่ครบกำหนดไถ่ถอน อีก ๒ รุ่นวงเงินรวม ๙๔๔.๙๙ ล้านบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนโดยใช้เงินจากบัญชีเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน แทนการ Roll - over ที่กำหนดไว้เดิม ทำให้ลดหนี้คงค้างได้๙๔๔.๙๙ ล้านบาท
๒.๓ การบริหารและจัดการเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒
๒.๓.๑ กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อสมทบเป็นเงินคงคลัง จำนวน ๕๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาทโดยออกพันธบัตรรัฐบาล
๒.๓.๒ กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕จำนวน ๓๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกู้เงินจากสถาบันการเงินรวม ๔ แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งโตเกียว- มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด สาขากรุงเทพ ฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งกระทรวงการคลังมีแผนที่จะแปลงเป็นพันธบัตรรัฐบาลในโอกาสแรกที่ภาวะตลาดเอื้ออำนวยต่อไป
๒.๔ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจรัฐวิสาหกิจได้ดำ เนินการกู้เงินและบริหารหนี้ในประเทศ จำ นวนทั้งสิ้น๑๐๙,๐๑๕.๑๘ ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๕๙,๕๗๕.๑๘ ล้านบาทและไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔๙,๔๔๐.๐๐ ล้านบาท สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้
๒.๔.๑ เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศรัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ได้กู้เงินในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศวงเงินรวม ๑๐,๑๔๗.๔๕ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ได้แก่
(๑) การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม๑,๗๘๘.๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐ (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ ๒) จำนวน ๖๔๐.๐๐ ล้านบาท แผนงานเปลี่ยนสายป้อนอากาศเป็นสายป้อนใต้ดิน ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๒ จำนวน ๑๔๘.๐๐ ล้านบาท และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๑๐ ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๔ จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
(๒) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตรวงเงินรวม ๘,๒๓๙.๔๕ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ชุดที่ ๓ จำนวน ๖๙๔.๗๙ ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ ๕จำนวน ๒,๐๓๐.๘๑ ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ ชุดที่ ๑ จำนวน ๑,๕๙๓.๙๘ ล้านบาท โครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ระยะที่ ๒ จำนวน ๙๓๑.๗๑ ล้านบาท
จากคุณ |
:
ttt1234
|
เขียนเมื่อ |
:
1 ธ.ค. 52 01:43:15
A:58.8.101.170 X:
|
|
|
|  |