 |
ความคิดเห็นที่ 3 |
การประชาสัมพันะธ์ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ(Propaganda)ครับ
การประชาสัมพันธ์เป็นการสื่อสาร"สองทาง (ใส่ภาษาปะกิตไว้โก้ๆพอให้เตือนความจำ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นศ.บ.(จุฬาฯ), นศ.ม.(จุฬา) ว่า Two-ways communication)"
ทางที่ 1 คือผู้ต้องการประชาสัมพันธ์ส่งสารออกไป
ทางที่ 2 ทางที่ผู้รับสารมีปฏิริยาตอบสนองกลับมา อาจจะใช้ความคิดเห็น ข้อสอบถาม หรือการแสดงการรับรู้สารที่สื่อไป
ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ก้คือการบอกเล่าข้อเท็จจริง ข้อความจริงและรับเอาข้อคิดเห็น ปฎิกริยาจากผู้รับสารมาประเมินแล้วปรับปรุงเพื่อให้การประชาสัมพันธ์เกิดประสิทธิผลมากที่สุด
ไม่ใช่ไปหลอกว่าไม่จริงหรือไปปิดบังความจริง!!!
ข้อเลวร้ายของการประชาสัมพันธ์ที่สุดก็คือการส่งสารที่ไม่เป็นความจริงไปยังผู้รับสาร
หากผู้รับสารได้ทราบข้อมูลสารที่ไม่จริงภายหลังจะทำให้เกิดปฏิกริยาโต้กลับและไม่เชื่อถือผู้ส่งสารนั้นอีกต่อไป
โดยสรุปจะเห็นว่าสารัตถะของการประชาสัมพันธ์คือการส่งสารแห่งความเป็นจริงไปยังผู้รับ โดยฉับพลัน หรือโดยความถี่ที่เหมาะสมเพื่อให้ทุกคนได้ทราบข้อมูลความจริงที่เกิดขึ้นและรับทราบข้อมูลทันที รับทราบข้อมูลทัดเทียมกัน
ในกรณีของนายศิวรักษ์ถูกดำเนินคดีในประเทศกัมพูชานี้ คนไทยไม่มีหน้าที่ไปสนับสนุนนายศิวรักษ์หากเขากระทำผิดกฏหมายของประเทศอื่นจริง เพีียงแต่คนไทยอยากทราบข้อมูลทั้งหมดว่า--
1.Flight Plan เที่ยวบินเหมาลำของ พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร แขกรับเชิญของรัฐบาลกัมพูชาวันนั้นเป็นความลับหรือไม่ เพราะเที่ยวบินนี้ไม่ใช่เที่ยวบินสาธารณะ?
(เราลองนึกภาพเปรียบเทียบให้เห็นว่าในวันที่ ประธานาธิบดี จอร์ช บุช แห่งสหรัฐอเมริกา หรือ นายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์ แห่งประเทศอังกฤษ บินไปลงที่สนามบินกรุงแบกแดด ประเทศอิรัค หรือบินไปลงที่สนามบินกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อหลายปีก่อน หาก จนท.ควบคุมการบินของสนามบินทั้งสองแห่งนั้นเห็นว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลสาธารณะสามารถแจ้งทุกคนที่ขอทราบได้ ป่านนี้ทั้งอดีตประธานาธิบดี จอร์ช บุช และอดีตนายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์ คงได้ไปคุยกับพระเจ้าหรือไม่ก็ไปคุยกับพญายามราชไปเรียบร้อยแล้วครับ)
2.อยู่ดีๆนายศิวรักษ์ลุกขึ้นมารัก กต.ของไทยโดยวิ่งโร่ส่งข้อมูลไปให้สถานฑูตไทยประจำเขมรเอง หรือมีผู้บริหารในสถานฑูตไทยขอข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดมา (การขอข้อมูล การแจ้งข้อมูล เหล่านี้เรา-ท่านถือว่าเป็นคำพูดที่เบาๆไม่มีอะไร แต่ในแวดวงการจารกรรมแล้วนี่คือการสืบราชการลับ การซื้อข้อมูลลับ อันเป็นวิธีการปฏิบัติทั่วไปของสายลับทุกประเทศ)
3.สถานฑูตไทยประจำกรุงพนมเปญในนามของรัฐบาลไทยได้ข้อมูลจากนายศิวรักษ์หรือไม่?
หากทุกอย่างที่กล่าวมาทั้ง 3 ข้อข้างบนเป็นความจริงเราก็พิจารณาได้ว่าฝ่ายใดถูก ฝ่ายใดผิด ในความเป็นจริงสถานฑูตทุกประเทศทั่วโลกคือที่ทำงานอย่างเป็นทางการของหน่วยสืบราชการลับ จนท.สถานฑูตทุกระดับมีภารกิจเป็นสายลับของรัฐบาลประเทศของตน แต่หากถูกจับกุมได้ก็ต้องปฏิเสธอย่างแข็งขัน เพราะหากยอมรับก็จะเท่ากับเพลี่ยงพล้ำในเวทีการฑูต ทุกคนทราบดีว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะต้องปฏิเสธ
ขอเพียงแต่รัฐบาลไทยอย่าคิดว่าประชาชนชาวไทยและคนทั้งโลกโง่ไม่รู้ว่าพฤติกรรมของรัฐบาลไทยและพฤติกรรมของผู้บริหารสถานฑูตไทยในกรุงพนมเปญใช้นายศิวลักษณ์เป็นเครื่องมืออย่างไร
เพราะท่านนายกฯ ท่าน รมต.ต่างประเทศ ท่านรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ท่านเลขานุการ รมต.ต่างประเทศ ล้วนกระโดดมาใส่ความรัฐบาลกัมพูชาทันทีว่าเขาแกล้งจับกุม ว่าเขายัดเยียดข้อกล่าวหาให้
แต่เมื่อความจริงปรากฏขึ้นมาฉะนี้ ผมอยากทราบว่าท่านเอาหน้าไปซุกไว้ที่"ก้น"ของใครครับ?
คงไม่ออกมาบอกว่าคงจะมีการกล่าวหาว่าอดีตนายกฯ พตท.ดร.ทักษิณ วางแผนเล่นละคอนชงเอง-กินเองว่าจ้าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง(....ฮา) ให้สั่งการให้ นายกษิต ภิรมย์ รมต.ต่างประเทศ ไปสั่งการให้ นายคำรบ ปาลวัฒนวิไชย เลขานุการเอกสถานฑูตไทย แล้วเลขาฯสถานฑูตไปหลอกลวง หลอกล่อให้ นายศิวลักษณ์ จนท.บริษัืทวิทยุการบินกัมพูชา ไปหาข้อมูล Flight Plan เที่ยวบินเหมาลำของอดีตนายกฯ พตท.ดร.ทักษิณ ตามนิสัยเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ผู้อื่นตามภูมิหลังดั้งเดิม??
เมื่อความจริิงปรากฏเช่นนี้ หลักการของประชาสัมพันธ์ไม่ใช่ไปโต้เถียงว่าไม่จริ้ง...ไม่จริง แต่ต้องออกมารับผิดชอบโดยการที่นายกษิตต้องรับผิดชอบทางการเมืองที่ทำงานบกพร่องจนถูกจับได้ด้วยการลาออกจากตำแหน่งเพื่อตัดตอนไม่ให้ความรับผิดชอบไปถึงรองนายกฯ สุเทพ และไปถึงตัวนายกฯ อภิสิทธิ์
แต่เชื่อผมเถอะ ว่าคงไม่มีใครจะรับผิดชอบอย่างนี้หรอก???
สังคมนานาชาติรู้ว่าเป็นเรื่องจริงตั้งแต่วันที่นายกษิต ภิรมย์ รีบแจ้นบินกลับมาทิ้งการประชุมที่สิงคโปร์กลางคันในวันที่รัฐบาลกัมพูชาจับตัวนายศิวลักษณ์
เพราะหากไม่เป็นความจริง หรือนายกษิตไม่รู้ ไม่เห็นด้วย รับประกันว่า นายกษิต ภิรมย์ จะต้องโต้ตอบทันควันในวันนั้นที่สิงคโปร์ตามนิสัยกระโชกโฮกฮากไปแล้ว ไม่ใช่บินกลับมาปรึกษารับแนวทางจากนายกรัฐมนตรีในประเทศไทยแล้วจึงออกมาปฏิเสธทีหลัง
ท่านทราบไหมว่า Flight Plan คืออะไร มันไม่ใช่ข้อมูลว่าเครื่องบินขึ้น-ลงเวลาเท่าไหร่ตามที่เราเห้นกันบนจอสื่อสารที่สนามบิน แต่มันจะมีรายละเอียดถึงแผนการบินทั้งเที่ยวมาและเที่ยวกลับ ว่าจะบินขึ้นเวลาเท่าไหร่ ใช้พิกัดเส้นทางใด(เส้นรุ้ง-เส้นแวงเท่าใด) ความสูงเท่าใด ขออนุญาตผ่านน่านฟ้าประเทศใดบ้าง แล้วบินถึงจุดหมายปลายทางเวลาเท่าใด จะเติมน้ำมันที่ไหน รายละเอียดและขนาดของเครื่องบิน ฯลฯ หากใครคิดจะส่งเครื่องบินไปจี้จับกุมหรือบังคับให้เครื่องลง ข้อมูลนี้ก็จะเป็นข้อมูลให้กองกำลังวางแผนและเตรียมการได้!!
ท่านทราบไหมว่า Flight Plan เที่ยวบินเหมาลำของอดีตนายกฯ พตท.ดร.ทักษิณ ทั้งเที่ยวมา-เที่ยวกลับได้รับอนุญาตให้บินผ่านน่านฟ้าไทยโดยรัฐบาลไทยไม่ทราบว่าเที่ยวบินนั้นมี พตท.ดร.ทักษิณ เป็นผู้โดยสารมา???
แต่เมื่อข้อมูลได้รับการยืนยันจากเที่ยวบินที่สถานฑูตไทยในกัมพูชา(ได้มาจากนายศิวลักษ์)ยืนยันว่า Flight Plan และชื่อผู้โดยสารเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยจริง การปฏิบัติการจับกุมตัวกลางอากาศขากลับจึงวางแผนขึ้น
แต่เมื่อนายศิวลักษณ์ถูกเขมรกับกุมตัวได้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงแก้เก้อนและร้อนตัวรีบออกประกาศยกเลิกการอนุญาตให้เที่ยวบินเหมาลำเครื่องบินสัญชาติอเมริกาที่มีอดีตนายกฯเป็นผู้โดยสารบินผ่านน่านฟ้าไทยทันทีทั้งๆที่ข้อมูลนี้สื่อสารมวลชนและสังคมไทยยังไม่ทราบมาก่อนเลย โดยอ้างว่าเพิ่งทราบในเที่ยวขากลับว่าผู้โดยสารเครื่องบินลำนั้นชื่อ พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ?
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่าทราบมาจากข้อมูลทาง ที วี เห็นเครื่องบินของอดีตนายกฯจอดอยู่ที่สนามบินโปเชนตง เลยให้หน่วยงานของไทยตรวจสอบจึงทราบว่าเครื่องบินลำนั้นได้รับการอนุญาตบินผ่านน่านฟ้าไทยทั้งขามาและขากลับ?
แหม--ช่างสังเกตุสังกาจริงๆ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของไทยคนนี้???
ครับ นี่รัฐบาล ปชป ใจดำถึงขนาดคิดจะฆาตกรรมศัตรูทางการเมืองของตนเองกลางอากาศ ???
ผมว่าหากมนุษย์เราไม่เคารพความถูกต้อง ไม่เคารพศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ เพื่อนร่วมชาติของเราจะผิด-จะถูกอย่างไร เราจะเห็นด้วยหรือเราจะไม่เห็นด้วยก็ตามแต่เราต้องเข้าข้างไว้ก่อนถูก-ผิดค่อยว่ากันทีหลัง?
แล้วเรายังจะเป็นมนุษย์ไปทำไม...หืมม์ม์???
จากคุณ |
:
พาชื่น
|
เขียนเมื่อ |
:
9 ธ.ค. 52 08:32:09
A:124.120.81.57 X:
|
|
|
|
 |