 |
รอยเตอร์สชี้5ปัจจัยเสี่ยงการเมืองไทย ... มติชนออนไลน์
|
|
จับตาศึกเลือกตั้ง คาดปชป.แพ้ ม็อบเหลืองประท้วงยืดเยื้อวุ่นอีก
รอยเตอร์สวิเคราะห์หลายปัจจัยเสี่ยงอนาคตการเมืองไทย ชี้จับตา โอกาสปชป.แพ้หรือชนะเลือกตั้ง-นปช.ประท้วงยืดเยื้อกดดันยุบสภา รวมทั้งพฤติกรรมคอรัปชั่น มาบตาพุด และสถานการณ์ไฟใต้
สำนักข่าวรอยเตอร์สได้วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอนาคตของการเมืองไทย โดยระบุว่า ที่ผ่านมา ไทยยังคงมีความขัดแย้งแตกขั้วอย่างรุนแรง และยังไม่มีทีท่าที่จะยุติ และไทยมีรัฐบาลไปแล้วถีง 6 รัฐบาล นับตั้งแต่การยึดอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่ความขัดแย้งดังกล่าว ยังเพิ่มทวีขึ้นจากกรณีสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อนบ้านของไทย ประกาศสนับสนุนพ.ต.ท.เป็นพันธมิตรทางการเมือง
โดยรอยเตอร์สระบุว่า ปัจจัยแรกที่จะต้องจับตาต่ออนาคตการเมืองไทยก็คือ สถานภาพของพรรคร่วมรัฐบาลนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยังคงไม่มั่นคง และไม่แน่ว่าจะสามารถชนะเลือกตั้งได้หรือไม่ โดยหากพรรคประชาธิปัตย์สามารถชนะเลือกตั้ง ก็จะส่งผลดีต่อตลาด หุ้นของไทย แต่หากพรรคเพื่อไทยที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นฝ่ายชนะ ก็จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทย เพราะกลุ่มเสื้อเหลือง จะออกมาประท้วงต่อต้านชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเท่ากับว่าการเมืองไทยจะมีเกิดการชุมนุมประท้วงกันอีก
ส่วนปัจจัยสองก็คือ สถานการณ์รุนแรงครั้งใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น ในช่วงเดือนม.ค.โดยกลุ่มแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. หรือกลุ่มเสื้อแดง ที่วางแผนจะผลักดันครั้งใหญ่เพื่อล้มรัฐบาลพรรค ประชาธิปัตย์ โดยกลุ่มได้ประกาศจะเปิดฉากการชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งเป็น ช่วงตรงกับช่วงฝ่ายค้านเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะพยายามบีบให้รัฐบาลยุบสภา รวมทั้งยังเกิดขึ้นใกล้กับช่วงที่จะมีการ พิจารณาคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 2,200 ล้านดอลลาร์ด้วย
ปัจจัยที่สามก็คือ กรณีของเขตนิคมอุตสาหกรรม"มาบตาพุด"ซึ่งศาลมีคำสั่ง ระงับชั่วคราว 65 โครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมนี้ หลังจาก ก่อปัญหาด้านมลพิษให้แก่ชาวบ้าน โดยกรณีนี้กำลังสร้างความวิตกให้แก่นักลงทุน เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และ ยังอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของกิจการสยามซีเมนต์ และกิจการพลังงานปตท. ขณะที่ธนาคารชาติ ระบุว่า หากปัญหามาบตาพุดยังคงยืดเยื้อ อาจฉุดการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศลง 0.5 %
ปัจจัยที่สี่คือ ปัญหาคอรัปชั่นและธรรมาภิบาล โดยที่ผ่านมาเมืองไทยถูกเข้าใจอย่าง กว้างขวางว่า มีปัญหาคอรัปชั่นมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่การเมืองไร้เสถียรภาพ โดยนักลงทุนได้จับตาดัชนีการจัดอันดับประเทศคอรัปชั่นของไทยจากหน่วยงาน ตรวจสอบความโปร่งใสระหว่างประเทศ ซึ่งปัญหานี้อาจส่งผลกระทบ ต่อการลงทุนของไทยในระยะยาว
และปัจจัยที่ห้าก็คือ สถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ จากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมุสลิม ซึ่งก่อเหตุนองเลือดมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าปัญหานี้จะมีผลกระทบน้อย ต่อตลาด แต่ก็ถือว่ามีอิทธิพลที่สร้างความวิตกให้แก่นักลงทุนเพิ่มขึ้นได้
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1260854284&grpid=00&catid=
จากคุณ |
:
sao..เหลือ..noi
|
เขียนเมื่อ |
:
15 ธ.ค. 52 21:10:27
A:58.8.176.80 X:
|
|
|
|  |