 |
พระพยอม พูดถึง เจิมศักดิ์ ว่า...
|
|
หลวงพ่อพยอม เจริญพร โยม เจิมศักดิ์ กรณีโดนล้อมที่เชียงใหม่ "โดนเข้าจนได้" Sat, 01/30/2010 - 03:57 | by easyboy | Report topic
ถึงแม้ว่าจะเป็นนักวิชาการ แต่เมื่อแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรที่ไม่เป็นกลาง แฝงด้วยความอคติออกมาบ่อยๆ ก็อาจเป็นภัยทำให้ตัวเองเดือดร้อนได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่บ้านเมืองแบ่งขั้วชัดเจน
ในที่สุดสิ่งที่อาตมาเคยกล่าวไว้ว่า สักวันนักวิชาการที่ไม่มีความเที่ยงธรรมหรือเที่ยงตรง อวดตัวว่าฉลาด เลือกถูกข้าง วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามต่างๆนานา ผลของมันกำลังทำให้เสรีภาพ ทำให้แผ่นดินที่ยืนอยู่แคบลง หมายความว่าจะเดินทางไปไหน ทำอะไรในบางพื้นที่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างคล่องตัว
กรณีที่ข่าวระบุว่าอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เดินทางไปเชียงใหม่แล้วถูกกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งอาจารย์เจิมศักดิ์กล่าวหาหรือวิพากษ์วิจารณ์ออกโทรทัศน์อยู่บ่อยๆว่าเป็นพวกนั่นพวกนี้ พวกรับใช้ทักษิณ ออกมาเล่นงานขับไล่ เพราะเขารู้สึกถึงความไม่เป็นกลาง ไม่เที่ยงธรรม เอียงกระเท่เร่ของนักวิชาการคนนี้ ต่างจากนักวิชาการคนอื่นๆที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะอาจารย์สุขุม นวลสกุล หรืออาจารย์สุขุม เฉลยทรัพย์ อาจารย์กลุ่มนี้จะไม่พูดด่าใครข้างหนึ่งหรือเชียร์ใครข้างหนึ่ง ต่างจากอาจารย์เจิมศักดิ์ที่ชัดเจนเอามากๆ
อาตมากับอาจารย์เจิมศักดิ์เคยสนิทกันเพราะเคยร่วมรายการที่อาจารย์เจิมศักดิ์เป็นผู้ดำเนินรายการอยู่บ่อยครั้ง แกเคยบอกในรายการว่าชื่นชม ศรัทธา เลื่อมใสอาตมา แต่หลังๆมานี่ก็อัดอาตมาตลอดเหมือนกัน ไม่กี่วันมานี้เปิดฉากอัดอาตมาว่า พระพะยอมสนับสนุนให้มีการพนัน ให้มีอบายมุข เท้าความตั้งแต่สมัยคุณทักษิณเป็นนายกฯแล้วดำเนินนโยบายนำหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน โดยบอกว่าพระพยอมเชียร์และเห็นด้วยให้มีหวยบนดิน ส่งเสริมให้มีอบายมุข
อันที่จริงเรื่องนี้อาตมาไม่ได้เชียร์ ไม่ได้ยกย่องนโยบายชิ้นนี้ของรัฐบาลทักษิณเลย เพียงแต่พูดเป็นกลางๆว่า ถ้าจะโทษว่ารัฐบาลมอมเมาประชาชนเพราะสนับสนุนให้ประชาชนเล่นหวยด้วยการทำหวยบนดินก็คงไม่ถูกนัก ในเมื่อประชาชนเมากันอยู่แล้ว และรัฐบาลเอาขึ้นมาเมาอยู่บนดินเพื่อหารายได้เข้ารัฐแทนที่เจ้ามือหวยจะเอาไปหมด รัฐบาลก็จะมีรายได้ไปพัฒนาประเทศ
อาตมาพูดเท่านี้ไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนให้มีอบายมุข นอกจากนั้นอาตมายังพูดอยู่เสมอว่า ถ้าจะให้ดีกองสลากควรนิมนต์พระมาเทศน์ออกอากาศก่อนที่หวยจะออกทุกครั้ง เพื่อสอนให้เห็นถึงพิษภัยของหวยสัก 5 หรือ 10 นาที โดยส่วนตัวอาตมายินดีรับเทศน์ให้ด้วยเพราะหวังจะเตือนสติคอหวย ถ้าหากให้โอกาสอาตมาก็พร้อมยอมเหนื่อย ยอมให้คน (เล่นหวย) เกลียด พูดอย่างนี้มาตลอด แต่อาจารย์เจิมศักดิ์แกคงไม่สนใจ สนใจแต่ตอนที่อาตมาบอกว่ารัฐบาลเอาขึ้นมาทำเองดีกว่าให้อยู่ใต้ดินแล้วเจ้ามือเอาไปกินหมด แล้วก็เหมารวมว่าอาตมาสนับสนุนให้มีอบายมุข
ในเมื่อสังคมส่วนหนึ่งยอมจำนนต่อเรื่องนี้ การหาทางออกของรัฐบาลตอนนั้นก็เลยใช้เรื่องนี้มาทำให้เป็นประโยชน์ อาตมาก็พูดไปอย่างนั้น แต่แปลกที่อาจารย์เจิมศักดิ์ระบุว่าพระพยอมสนับสนุนให้มีการพนัน
อัดเข้าไป!
ตามด้วยประโยคที่พูดบ่อยๆว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีจิตศรัทธาในพระพยอมแล้ว หรือจะอะไรก็ว่าไป
อาตมานึกในใจมานานแล้วว่านักวิชาการที่เอียงอย่างนี้สักวันจะต้องเดี้ยง สักวันคงต้องโดนฝ่ายตรงข้ามขับไล่ เพราะเวลาเกลียดใครมักจะพูดอะไรโดยไม่เกรงใจว่ามีคนอื่นที่ยังรัก อย่างเช่นเกลียดทักษิณก็ไม่เกรงใจว่าคนรักทักษิณจะว่าอย่างไร
อาตมาเคยทั้งพูดทั้งเขียนเตือนไว้ว่าคนรักทักษิณเวลาจะพูดจะคุย หรือทำอะไรอย่าออกหน้าออกตาโดยไม่เกรงใจคนที่เกลียด เพราะเมื่อได้ยินได้ฟังแล้วจะทำให้เขายิ่งเกลียดเพิ่มขึ้น ฉะนั้นทั้งสองฝ่ายจะพูดอะไรต้องระวัง อย่างคำกล่าวที่ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง คนเป็นดอกเตอร์ก็มีโอกาสพังได้เหมือนกันจากความไม่เที่ยงธรรม ความลำเอียง ความมีอคติที่เกาะกินใจ
ยกตัวอย่างว่าอาจารย์เจิมศักดิ์เอียงขนาดไหน ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องแต่ก็อยากพูด บอกว่ารัฐบาลทักษิณโกงชัดๆ ยุยงให้ชาวบ้านในภาคอีสานปลูกยางพาราได้อย่างไร บอกว่าจะปลูกได้อย่างไรเมื่อที่มันแล้งดินมันแห้ง คนอีสานเขารู้ว่าแกพูดในห้องแอร์ ไม่ได้ลงไปดูความจริงว่าการปลูกยางพาราแท้จริงเป็นอย่างไร
อาตมาเคยไปบรรยายธรรมในสวนยางพาราทางภาคอีสาน พบว่าชาวบ้านปลูกแล้วมันขึ้นร่มรื่นดีจริงๆ น้ำยางก็มีมาก ออกมากรีดกันดึกๆดื่นๆ ไม่ต้องกลัวใครมาลอบยิงเหมือนทางใต้ เดี๋ยวนี้คนอีสานรวยเพราะทำสวนยางพาราไม่ใช่น้อย นี่เป็นเพราะความไม่รู้หรืออคติเลยด่าเสียยกใหญ่
พูดเพราะอคติจึงทำให้ต้องพึ่งตำรวจพาหนีหัวซุกหัวซุน เพราะฉะนั้นคนที่หัวดี หัวสูง เรียนเก่ง แต่ถ้าเป็นคนหัวเอียง หัวเสียศูนย์ คงจะอยู่ร่วมโลกกับคนอื่นลำบาก เพราะเวลาเกลียดใครมักจะไม่เกรงใจคนที่เขารัก ทำให้ตัวเองต้องลำบากแบบนี้ หากนักวิชาการรู้จักวางตัวด้วยความเที่ยงธรรมเหมือนอาจารย์สุขุม นวลสกุล หรือใครต่อใครที่วางตัวเป็นกลางในการวิพากษ์วิจารณ์ ก็จะไม่มีใครด่าใครว่า ไม่มีใครดักทำร้าย ขอให้สังวรกันไว้ว่าจะรักใครอย่าได้รักแบบหัวปักหัวปำ เกลียดใครก็อย่าเกลียดแบบหัวฟัดหัวเหวี่ยง จะด่าใครก็ขอให้เกรงใจว่าเขายังมีคนรักอยู่ แล้วจะอยู่รอดปลอดภัย
เจริญพร
ที่มา:คอลัมน์ สำนัก(ข่าว)พระพยอม จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ ปีที่ 11 ฉบับที่ 2723 ประจำวัน อังคาร ที่ 26 มกราคม 2010 โดย พระพยอม กัลยาโณ
นำมาจาก http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/18033
จากคุณ |
:
พลังจิต
|
เขียนเมื่อ |
:
30 ม.ค. 53 07:12:20
A:58.8.86.136 X:
|
|
|
|  |