 |
ความคิดเห็นที่ 1 |
เอาบทความมาให้อ่าน
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็จะแปรรูปทั้งนั้น (เช่น โรงไฟฟ้าบ่อนอก สมัย ปชป.) การแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้กระทำสำเร็จใน 80 ประเทศทั่วโลก(eg, USA ,Japan,UK) เป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า แทนที่เราจะต้องไปกู้เงินต่างชาติเพื่อมาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า(คนไทยไม่มีเงินมากขนาดนั้น) ซึ่งประชาชนต้องจ่ายหนี้สาธารณะอันเกิดจากการกู้ยืมเงินของรัฐบาล และจ่ายค่าไฟฟ้าด้วย เปลี่ยนเป็นการให้ประชาชนทั่วไปถือหุ้นของโรงไฟฟ้า โดยรัฐเป็นหุ้นใหญ่ เมื่อเราจ่ายค่าไฟไป ผลกำไรจากโรงไฟฟ้าก็มาตกกับเราซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น การแปรรูป มันเป็นการระดมทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งมันเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยง เราต้องเข้าใจด้วยว่า แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านจะอยู่ในรูปของรัฐวิสาหกิจ แต่ผลประโยชน์บางส่วนกลับตกเป็นของคนบางกลุ่มบางพวก และถูกส่งต่อไปให้กับสวัสดิการของพนักงานที่มากจนเกินไป ในขณะที่รัฐ ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและขาดทุน (รวมทั้งกำไร) ของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ด้วย แต่อย่างที่รู้ๆ การแปรรูปมันเป็นกลไกตัวหนึ่งที่ถูกบังคับโดยไอเอ็มเอฟ แม้เราจะรู้ๆ กันอยู่ว่าเราปลดหนี้ไอเอ็มเอฟแล้วก็ตาม แต่กระบวนการมันเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคไอเอ็มเอฟ ที่เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ (แม้จะหลีกได้ก็คงไม่มีใครยอมหลีก เพราะผลประโยชน์มันมากมายมหาศาลจริงๆ) อย่างที่เห็น กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป คือ คนในหน่วยงานนั้นๆ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อันมีนายสมศักดิ์ โกศัยสุขเป็นแกนนำ คนเหล่านี้ไม่ยอมให้เกิดการแปรรูปอย่างแน่นอน เพราะเค้าเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เสพสุขอยู่กับกองเงินในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ แม้แต่พนักงาน ก็มีสวัสดิการมากเกินความจำเป็น เพราะหากเทียบกันดีๆ เค้าเหล่านี้ก็คือข้าราชการดีๆ นี่เอง แต่ความเป็นอยู่ต่างกันลิบลับกับข้าราชการทั่วไป ประโยชน์ของการแปรรูป 1. เงินที่ได้จากการกระจายหุ้น ส่วนใหญ่นำมาเป็นทุนในการเดินนโยบายต่างๆ ซึ่งหลายนโยบายเป็นประโยชน์ต่อคนรากหญ้า 2. เงินผลกำไรหลายหมื่นล้านในแต่ละปี ราวๆ50%หักเข้าสู่รัฐ ตามเปอร์เซ็นต์ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ และเงินนั้นจะนำไปเป็นทุนพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งหลายอย่างก็เป็นประโยชน์ต่อคนรากหญ้า 3. พนักงาน ปตท. ทำงานเต็มที่มากขึ้นกว่าเดิม ไม่สามารถเช้าชามเย็นชามได้ เพราะเป็นรูปแบบบริษัทมหาชน ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ถ้าพนักงานทำงานไม่คุ้มกับเงินเดือนที่โคตรสูงเวอร์ๆ ผู้ถือหุ้นไม่พอใจแน่ และเมื่อทุกคนทำงานเต็มที่ คุณภาพมันก็ต้องมากขึ้น.ก็จะ เป็นผลดีต่อประเทศโดยรวมทั้งหมด ไม่เฉพาะคนรากหญ้าเท่านั้น 4. ผลบัญชีกำไร รายได้ทั้งหมด ต้องแจกแจงให้เห็นชัดเจน เพราะเป็นรูปบริษัทมหาชน เงินภาษีที่ได้นำเข้าประเทศก็จะชัดเจนมากขึ้น 5. เงินหลายๆอย่างที่เมื่อก่อนนำไปใช้เอื้อประโยชน์แก่คนใน ปตท. ถูกตัดออกไปพอสมควร เพราะถ้าใช้เงินแบบไร้สาระไร้ประโยชน์ ผู้ถือหุ้นย่อมไม่พอใจอีกเช่นกัน
เมื่อก่อนโน้น ญาติผมคนหนึ่ง ทำงานในปตท. แค่งานตระเวณไปคุมไปดูความเรียบร้อยสาขาต่างๆทั่วภาคเหนือ แต่ได้เงินเดือนถึง 87,000 บาท +ค่าน้ำมันค่าที่พักเดือนละเกินหมื่น สิ้นปีมาได้โบนัสอีกเป็นล้าน แต่ถ้าเข้าตลาดหุ้นแล้ว การให้เงินเดือนพนักงานเยอะแบบไร้สาระขนาดนั้นไม่มีอีกแล้ว (ถ้าได้เงินเดือนสูงก็ต้องทำงานคุ้มเงินเดือนจริงๆ) และเงินโบนัสไร้สาระเหล่านั้น ในตอนนี้ก็โยกไปเป็นส่วนหนึ่งของผลกำไรหลายหมื่นล้าน ที่ครึ่งหนึ่งต้องนำเข้ารัฐ ส่วนราคาน้ำมันนั้น มันเป็นตามกลไกตลาดโลกอยู่แล้วครับ ประเทศอื่นๆโดยเฉพาะในแทบภูมิภาคนี้ ก็ขึ้นในอัตราประมาณนี้ทั้งนั้น ที่สิงคโปร์ขึ้นสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ ต่อให้ไม่แปรรูป เชื่อเถอะครับ ราคาน้ำมันก็จะไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่หรอกครับ แถมผลกำไรต่างๆก็จะไม่ชัดเจน อันที่จริง ปตท.มันกำไรมากแบบนี้มาตลอดหลายปีอยู่แล้วครับ แต่เงินหลายอย่างถูกนำไปเข้ากระเป๋าเฉพาะบางกลุ่มที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจ โครงสร้างระบบที่ยังควบคุมโดยราชการแบบนี้มันไม่มีอะไรโปร่งใสอยู่แล้วครับ เงินโบนัส เงินเดือนพนักงานก็สูงเกินความเป็นจริง หลายคนได้โบนัสปีละเป็นล้านทั้งที่ก็ทำงานไปงั้นๆ ทำให้ผลกำไรได้ไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น เพราะมันไปเข้ากระเป๋าคนเฉพาะกลุ่มซะหมด แต่เมื่อมันถูกนำเข้าตลาดหุ้น ข้อมูลทุกอย่างจะต้องชัดเจนขึ้นแน่นอน ไอ้ที่บอกว่าเงินกำไรต่างๆจะไหลไปเข้ากระเป๋าทักษิณโดยที่ประชาชนไม่รู้นั้น เป็นไปได้ยากมาก (แต่ถ้ายังเป็นระบบราชการก็ไม่แน่)
จากคุณ |
:
กำจัดอำมาตย์เพื่อปกป้องสถาบัน (อ้ายน้อย)
|
เขียนเมื่อ |
:
5 ก.พ. 53 14:29:20
A:202.129.32.178 X:
|
|
|
|
 |