 |
ความคิดเห็นที่ 15 |
ลองเสนอข้อสังเกตส่วนตัวผม เรื่องน้ำมันแพงขึ้นละกันนะครับ
รัฐฯมาร์คขึ้นภาษี มันก็ต้องแพงขึ้นอยู่แล้่วครับ และประชาชนส่วนใหญ่ (รวมทั้งผมด้วย) ก็ไม่มีใครชอบแน่นอนด้วยครับ
แต่ข้อสังเกตผม คือ ราคาที่เป็นอยู่มันแพงเพราะการขึ้นภาษีอย่างเดียวจริงหรือไม่ อันนี้ต้องคิดต่อครับ
ผมลองคิดเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆจากข้อมูลของ จขกท. นะครับ (ผิดตรงไหนช่วยบอกด้วยนะครับ ผมคิดแบบบ้านบ้านเน้อ )
เริ่มจากน้ำมันแพงเพราะรัฐฯชุดนี้ขยายเพดานภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จาก 5 บาท เป็น 10 บาท
แล้วมาดูสมัยสมัครที่คุณว่ามาโดยเอามาปรับให้เป็นฐานเดียวกัน (สมมติ กลั่นได้เต็มจำนวน 1บาร์เรล ได้ 159 ลิตร ,1เหรียญ = 33 บาท )
ราคา 130 เหรียญ คิดต้นทุนเป็นลิตรละ
130 เหรียญ * 33 บาท = 4290 บาท / 159 ลิตร = ลิตรละ 26.9 บาท
ราคาขายที่คุณว่าคือลิตรละ 34 บาท
ดังนั้นส่วนต่าง (ส่วนต่างรัฐ บวก ส่วนต่างเอกชน) คือ ลิตรละ 34 - 26.9 = 7.1 บาท
ต้นทุน 70 เหรียญ คิดต้นทุนเป็นลิตรละ
ราคา 70 เหรียญ * 33 บาท = 2310 บาท / 159 บาท = ลิตรละั 14.5 บาท
เอามาบวกส่่วนต่างเดิมลิตรละ 7.1 บาท 14.5 + 7.1 = ลิตรละ 21.6 บาท
ดังนั้นราคาเทียบกับฐานเดิมมันน่าจะอยู่ที่ลิตรละ 21.6 บาท
แต่ที่คุณบอกคือตอนนี้ ลิตรละ 32 บาท ดังนั้นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือ 32 - 21.6 = ลิตรละ 10.4 บาท
แต่รัฐขึ้นเพดานมา 5 บาท สมมติให้รัฐเก็บเพิ่มเต็มเพดานเลย 10.4 - 5 = 5 บาท
ถามว่า อีก 5 บาท ที่มันเกินมา มันมาจากไหนครับ
ซึ่งถ้าราคาน้ำมันปัจจุบันที่แพงขึ้นมาจาก รัฐฯมาร์คขึ้นภาษีอย่างเดียว นั่นคือ สมัยรัฐฯสมัคร ต้องไม่มีส่วนต่างจาก ภาษี หรือ เงินกองทุน ของรัฐเลยอะครับ
(คือรัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันเลย)
ถ้าใครมีวิธีเปรียบเทียบที่ดีกว่า หรือข้อมูลว่าสมัยใดเก็บภาษีเท่าไร เก็บเพิ่มเงินกองทุน หรือเอามาหนุนเท่าไร ฯลฯ ลองเพิ่มเติมดูครับ
เพราะผมก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าบริษัทฉวยโอกาสด้วยหรือเปล่าจะได้ด่าได้ครบ ๆเน้อ
ป.ล. เรื่องข้อมูลต่าง ๆ บอกตามตรงผมขี้เกียจหาอะครับ
จากคุณ |
:
Ethan_Ko
|
เขียนเมื่อ |
:
8 ก.พ. 53 16:34:34
A:114.128.97.225 X:
|
|
|
|
 |