ความคิดเห็นที่ 12 |
เสียดายที่ท่านปรีดีไม่มีโอกาสทำอย่างที่ตั้งใจ เพราะหากพูดถึงรัฐสวัสดิการ หรือภาษีในรูปแบบต่างๆแล้ว จะเกิดขึ้นในประเทศโดยสมบูรณ์แบบได้ต้องเริ่มตั้งแต่สมัยนั้น ( ยิ่งปล่อยนานไปเรื่อยยิ่งเกิดขึ้นยาก ) ซึ่งท่านปรีดีเองก็คงจะมองแบบนี้เช่นกัน เพราะในช่วงนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านการปฏิวัติ ปฏิรูป การปกครอง การบริหารจึงสามารถที่จะริเริ่มทำในสิ่งต่างๆได้ง่ายกว่า ( ขนาดในสมัยนั้นยังมีกลุ่มอำมาตย์ไม่ยอมรับแนวคิดของท่านจนเกิดการรัฐประหาร )
แต่หากเราจะมาเริ่มทำในสิ่งดังกล่าวในตอนนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะโลกผ่านมากว่า 60 ปี ก่อเกิดกลุ่มทุนขึ้นมากมายทั้งจากนักธุรกิจสมัยใหม่ที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาในช่วงหลัง ทั้งจากกลุ่มอำนาจเดิมคืออำมาตย์ที่สะสมผลประโยชน์และอำนาจมาไว้กับตัวอย่างยาวนาน มันจึงยากที่จะให้กลุ่มคนเหล่านี้ยอมรับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะหลายด้านมีผลกระทบโดยตรง เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน
หรือแม้แต่สำหรับกลุ่มคนชั้นล่างเองก็จะพลอยได้รับผลกระทบจำนวนมาก เพราะการที่จะดำเนินรูปแบบรัฐสวัสดิการได้นั้น ต้องอาศัยรายได้จากการจัดเก็บภาษีจำนวนมากเข้าสู่รัฐ แล้วจะเก็บจากใครเพิ่มละ เก็บจากคนรวยเพิ่มขึ้นเพื่อมาช่วยคนจนหรือ คนรวยย่อมรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ส่วนจะให้เก็บเพิ่มขึ้นโดยรวมซึ่งหมายถึงคนจนด้วยย่อมกระทบต่อปากท้องของคนจำนวนมากเหล้านั้น เพราะความแตกต่างด้านรายได้ของประชากรในประเทศที่ต่างกันอยู่มาก ( และยิ่งจะห่างมากขึ้นเรื่อยๆหากยังอยู่ในระบอบอำมาตย์ครอบงำ )
ฉะนั้นหากจะปรับรูปแบบให้ประเทศมีระบบดูแลประชาชนที่ใกล้เคียงรัฐสวัสดิการมากที่สุด ต้องอาศัยผู้นำที่กล้ามากพอที่จะเสนอแนวคิดและปฏิบัติอย่างจริงจัง เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งที่มีผลกระทบโดยรวมน้อย แต่สร้างประโยชน์โดยรวมมากค่อยๆสร้างไปทีละอย่าง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ
ยิ่งเอ่ยยิ่งเสียดาย....คล้ายกับการสร้างเขื่อนซึ่งมีประโยชน์มหาศาล แต่ต้องมีผลกระทบต่อคนจำนวนหนึ่ง หากรัฐไม่มีแนวทางที่จริงจังในแนวทางปฏิบัติ ( การสร้างและการแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ) และกังวลต่อปัจจัยด้านต่างๆ เช่น ทางการเมือง ทางงบประมาณ ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้
แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องสร้างขึ้นมาจริงๆ เวลาก็ล่วงเลยมานานมากแล้ว ประชาชนในพื้นที่ๆจะได้รับผลกระทบก็ทวีจำนวนมากขึ้นตาม งบประมาณค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างก็สูงขึ้นมากกว่าเท่าตัว แต่สุดท้ายก็ต้องสร้างอยู่ดี
ยังมีอีกหลายโครงการที่มีลักษณะดังกล่าวทั้งที่ผ่านมาแล้ว เช่น โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟฟ้า หรือโครงการที่ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ด้วยเหตุผลข้างต้นแต่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำในอนาคต เช่น โครงการสร้างโรงไฟฟ้าต่างๆ โครงการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำทะเลหนุนท่วม กทม. และโครงการรถไฟรางคู่ เป็นต้น
หวังว่าคงมีสักวันที่ประเทศเราจะเดินไปถูกทาง กลุ่มอำนาจต่างๆจะยอมสละอำนาจส่วนตนบางส่วนเพื่อให้ประเทศเดินหน้าพัฒนาอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการเจริญเติบโตของประเทศอื่นๆที่เจริญแล้วโดยรวม
จากคุณ |
:
เทวดา&tevada
|
เขียนเมื่อ |
:
10 ก.พ. 53 13:45:06
A:222.123.62.209 X:
|
|
|
|