ความคิดเห็นที่ 1 |
ถ้าโดยสรุป เห็นว่า ที่ต้องเปลี่ยนด้วยเหตุผล
1) เดิม กสท และ ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาล
มีรายได้ จากค่าสัมปทานโทรศัพย์ที่ให้เอกชนดำเนินการลง
ทุนแทน ประมาณเดือนละ 1000 ล้านบาท
2) ทั้งสองรัฐวิสาหกิจ จะต้องเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนซึ่งจะกลายเป็น
บริษัทเอกชน โดยรัฐถือหุ้นข้างมาก
3) ถ้าในกรณีนี้ ยังเก็บค่าสัมปทานอยู่ ก็แสดงว่าเงินก้อนนี้ไม่ได้เข้ารัฐ
โดยตรง แต่จะต้องเข้าไปอยู่ที่บริษัทเอกชน ซึ่งรัฐไม่ได้เป็นเจ้าของ
เต็ม 100%แล้ว หมายถึง เงิน เดือนละ 1000 ล้านจะถูกแย่งซอยเป้น
ของรัฐแค่บางส่วน และบางส่วนที่ว่ากว่าจะกลับมาเข้ารัฐจริงก็ต่อเมื่อ สื้นปี ในรูปเงินปันผล
4) ด้วยเหตุนี้ จึงมีการคิดกันว่า ถ้าไม่ให้จ่ายเงินให้กับ บริษัทมหาชน (คือ
กสท และ ทศท เดิม) เงินก้อนนี้ จะเข้ารัฐด้วยวิธีใด ซึ่งจากการหารือ
ผู้เกี่ยวข้อง สมควรให้จัดเก็บในรูปภาษี ที่เรียกว่า ภาษี สรรพสามิตแทน
(เช่นเดียวกับภาษี แอร์)
5) แล้วจะเก็บอย่างไรให้ถูกต้อง ก็ต้องเปิดบัญชีด้วย พรก สรรพสามิต
เพื่อจะได้มีผลทางกฎหมายและให้ถูกต้องตามขั้นตอน มิฉะนั้น จะกลาย
เป็นบริษัทรัฐสัมปทานไม่ได้จ่ายเงินส่วนนี้เข้ารัฐ
6) แล้วคำนวนการจัดเก็บอย่างไร กรณีนี้ เห็นพ้องกันว่า ต้องดูรายได้ย้อน
หลังว่า จ่ายค่าสัมปทานเท่าไร การจัดเก็บก็ต้องได้จำนวนเท่านั้น ซึ่งสรุป
กันที่ 2 %
นี่คือข้อสรุปที่พอจะเข้าใจได้
แก้ไขเมื่อ 04 มี.ค. 53 21:00:33
จากคุณ |
:
AMR DIAB
|
เขียนเมื่อ |
:
4 มี.ค. 53 20:57:16
A:124.122.237.124 X:
|
|
|
|