Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
แผนลับฉบับล่า !  


"ท่านนายกฯมาแล้ว"


เสียงชายร่างเล็กดังขึ้นในความเงียบ  สายตาเพ่งมองจากมุมสูงของหน้าต่างห้องๆหนึ่งบนตึกระฟ้าไปยังลานทางเข้า  ซึ่งบัดนี้มีรถยนต์เเล่นเข้ามาอย่างร้อนรนสามคัน  

เพียงไม่กี่อึดใจภาพเคลื่อนไหวเบื้องล่างก็ปราศนาการสิ้นเมื่อยานยนต์ทั้งสามหายวับเข้าตัวอาคารมหึมา  ตรงไปยังลานจอดรถที่จัดเตรียมไว้

เวลาขณะนั้น  22.20 น.  ทิวทัศน์ของกรุงเทพฯราตรียังเฉิดฉันท์ด้วยแสงสี  ประดุจสตรีงามที่เริงร่าอยู่ในอ้อมกอดของความรัก โดยมิอาจล่วงรู้เลยว่า  ณ  จุดนี้  บนตึกระฟ้าที่ตระหง่านในย่านสีลมแห่งนี้  ใคร...กำลังคิดก่อการสามานย์ประการใดกันอยู่

ชายร่างเล็กเดินกลับมาหย่อนตัวอย่างแคล่วคล่องบนเก้าอี้โต๊ะประชุมชุดหรูฝั่งตรงข้ามกับบุรุษวัยเลยกลางคนคนหนึ่ง  บุรุษซึ่งผิวคล้ำเกือบดำเมี่ยม  ท่วงท่าขรึมเป็นสง่าเยี่ยงผู้ทรงภูมิ  เพียงแต่ดวงตาโปนวาวโรจน์เท่านั้นที่ขับใบหน้าของเขาให้ดูพรั่นพรึงอย่างล้ำลึก

"ท่านรองฯ  มั่นใจแค่ไหน  ว่าจะทำได้สำเร็จ"  ชายร่างเล็กเอ่ยขึ้นคล้ายรำพึงฆ่าเวลาเสียมากกว่า   ในมือคลึงแก้วเครื่องดื่มก่อนยกจีบแบบไม่ตั้งใจ

ท่านรองฯขยับตัว เหลือบสายตามายังคนร่างเล็กก่อนเปรยตอบด้วยน้ำเสียงเนิบเนือยว่า

"เอาไว้พูดรายละเอียดให้ฟังพร้อมกับท่านนายกฯเลยดีกว่า..."

ไม่ทันสิ้นเสียงจบประโยคคำพูดของท่านรองฯ   ประตูห้องถูกเคาะรัว  ก่อนเปิดออก  เผยให้เห็นบุคคลกลุ่มหนึ่งราวสิบคนยืนกระจายรักษาการณ์ตามหน้าที่ของบอดี้การ์ด  ในขณะที่อีกร่างหนึ่ง บุรูษวัยฉกรรจ์หน้าตาหล่อเหลาท่าทางผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วก้าวย่างเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ  ตรงไปยังโต๊ะประชุมที่มีชายสองคนก่อนหน้านี้ยืนขึ้นต้อนรับ    ทั้งสามต่างกระพุ่มมือไหว้ทำความเคารพตามมารยาทไทยเกือบพร้อมกัน  

หลังจากนั่งลง   บริกรนำน้ำผลไม้เข้ามาเสิร์ฟ  แล้วรีบออกไปจากบริเวณทันที    ประตูห้องจึงปิดสนิทอีกครั้งเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั้งสามสนทนาเกี่ยวกับภารกิจสำคัญของพวกเขาตามลำพัง

"ผมมีเวลาไม่มาก...."  นายกฯเอ่ยขึ้น   ยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่มอย่างกระหาย

"...เพิ่งพบกับ ผบ.ทบ. และเหล่าแม่ทัพชั้นผู้ใหญ่บางท่าน   คุยกันเสร็จก็รีบบึ่งมาที่นี่   เสร็จจากนี่ก็มีอีกหนึ่งรายการสำคัญรออยู่  ขอให้ท่านรองฯพูดแผนตามที่กำหนดไว้ได้เลย"

ท่านรองขยับตัว  หยิบแว่นขึ้นสวมพร้อมกับคลี่กระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งเขาเขียนด้วยลายมือหวัดๆพอเป็นการเตือนความทรงจำ

" คืองี้นะครับ.....แผนเดิมที่จะอาศัยกระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการให้ช่วยตัดกำลังยับยั้งประชาชนไม่ให้เดินทางมากรุงเทพฯ  เห็นทีจะไม่ได้ผลเพราะข้าราชการส่วนใหญ่ในระดับปฏิบัติการตามหัวเมืองล้วนแต่ใส่เกียร์ว่าง...."

กล่าวถึงตอนนี้  สันกรามท่านรองฯดูเหมือนจะนูนขึ้นจากการบดกัดอย่างมีอารมณ์  ก่อนเอ่ยต่อ   คราวนี้  หันไปสบตากับชายร่างเล็กสลับกับนายกรัฐมนตรี

"...และแม้เราจะใช้กองกำลังตั้งด่านสะกัดตามที่ต่างๆทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล  ก็เชื่อว่าเอาเข้าจริงการหน่วงเวลาตามด่านสะกัดดังว่า  ถ้าไม่ถูกพวกเสื้อแดงกดดันจนเลิกตั้งด่าน   หรือยอมให้ตรวจค้น  จะก่อความโกลาหลให้ระบบจราจรทั้งบนถนนหลวงสายสำคัญที่มุ่งสู่กรุงเทพฯ  หรือแม้กระทั่งในกรุงเทพฯเองก็เถอะ..."


ห้องเงียบไปชั่วขณะ  นายกรัฐมนตรีนิ่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉยซ่อนแววกังวล  ส่วนชายร่างเล็กนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นแต่ครุ่นคิด

ท่านรองพูดต่อ

"..ม็อบคงทะลักเข้ามาในกรุงเทพฯได้ตามแผนของพวกเขาอย่างแน่นอน  ทางเดียวที่เราจะรับมือพวกเขาได้  คือสร้างหน่วยก่อกวน  แล้วเอายุทธวิธีด้านข่าวสารเข้ามาจัดการทำลาย     เมื่อกระพือข่าวทำนองประชาชนไม่เห็นด้วยกับการป่วนเมือง    ย่อมทำลายขวัญและกำลังใจของพวกเขาไปโดยปริยาย....จากนั้น  ใช้มาตรการทางกฎหมายเชือดซ้ำ"  


จบประโยค  ดวงตาโปนของท่านรองฯก็ฉายแววโรจน์ประดุจตาเสือหิวแลเห็นสมันน้อยในป่าใหญ่

"งั้น  ขอรายละเอียด "  เสียงนายกฯแทบกระซิบ

"'ง่ายๆคือ  ขณะนี้เราจัดตั้งคนของเราแฝงเข้าไปในม็อบเป็นจำนวนมาก  คนของเราแบ่งเป็นสองกลุ่ม

กลุ่ม 1.  จะแสดงละครเมื่อถึงเวลา   โดยพากันออกมาทวงถามค่าจ้างมาก่อม็อบจากแกนนำ   แม้จะเป็นวิธีการเก่า  แต่เชื่อว่าจะได้ผลเชิงจิตวิทยามวลชน   เพราะ..."  เขาหันมาทางคนร่างเล็ก  

"...รัฐมนตรีวงศ์เตยจะใช้ทีวีทุกช่องในกำกับประโคมข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แก้ตัว...ก็คงต้องปิดสื่อแดงทั้งทีวีและวิทยุของพวกเขา"   ประโยคหลังหันไปทางรัฐมนตรีร่างเล็กที่คุมสื่อ  ฝ่ายนั้นพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในที

"อีกทั้งสื่อทีวี  วิทยุ  และหนังสือพิมพ์ในเครือ"เควชั่น" และ"ผู้จัดกวน" ก็ยืนหยัดอยู่ข้างเรา   พวกนี้รู้หน้าที่ของตนดี  และรู้สำนึกดีว่าอยู่ข้างเราแล้วได้อะไรบ้าง"

"อีกกลุ่มหนึ่ง  เป็นหน่วยรบพิเศษ จะแฝงตัวเข้าไปก่อกวนในกลุ่มม็อบด้วยสารพัดวิธีที่พวกเขาคิดได้  เช่น  แอบวางเพลิงเสบียง   หรือแม้กระทั่งวางระเบิดสังหาร  สร้างความกลัวให้พวกเขาอย่างต่อเนื่อง  แน่ละ  ท่านรัฐมนตรีวงศ์เตยต้องประโคมข่าวให้หนักว่าเป็นการกระทำของมือที่สาม  "


กล่าวถึงตอนนี้  รัฐมนตรีวงศ์เตยผู้ร่างเล็กก็สอดขึ้น

"แล้วจะให้พวกน้ำเงินช่วยไหม   เผารถเมล์  และเอารถแก็สมาจอดตามชุมชน"

โดยไม่ได้นัดหมาย  ทั้งสามหัวเราะครืนพร้อมกันอย่างสบอารมณ์

"มุกนั้นคงไม่ได้การเเล้วละมั้งครับท่านวงศ์เตย.."  นายกฯเอ่ยปนหัวเราะ
"...เพราะเจ้าของมุกดังว่าพาลูกไปดูฟุตบอลที่อังกฤษโน่น คงงอนที่เราไม่ตามใจแก้รัฐธรรมนูญ..."

"อย่างไรก็ตาม..."   นายกฯพูดต่อ  "..ได้ข่าวล่าสุดว่า  ทางพรรคโน้นเขาจะช่วยจัดผู้คนในชุมชนออกมาต้านม็อบ  และนำคนของเขาจากต่างจังหวัดมาเป็นยามรักษากรมกองที่เขาดูแล...ก็ว่ากันไป  ถือว่าช่วยๆกัน"

เงียบไปชั่วขณะ....ท่านรองขยับตัว  กระแอม

"เอาละ  สุดท้าย  มาตรการเด็ดหัวแกนนำเราต้องยืมมือกฎหมาย  ซึ่งไม่น่ายาก  เพราะแนวร่วมของเราในกระบวนการยุติธรรมค่อนข้างแข็งแรง  จับส่งแล้วไม่พลาดสักราย"

"อย่าให้มีประกันตัวได้อย่างเสธแดงละกัน"  รัฐมนตรีวงศ์เตยเอ่ยยิ้มๆคล้ายกระเซ้าท่านรอง  ฝ่ายถูกกระเซ้าส่งยิ้มแสยะตอบกลับมาว่า

"อืมมม์...อย่าวิตก  ถ้าจับอีกครั้งนี้  พวกมันไม่เห็นดาวเดือนตะวันแน่"

แล้วนายกรัฐมนตรีก็เอ่ยสรุป

"ขอให้ดำเนินการตามนี้...งบประมาณ  ท่านรองขอมาละกัน "


แผนลับฉบับล่าจึงนอนฟักตัว   เพื่อรอเผยผลสัมฤทธิ์แห่งความเหี้ยมโหดในห้วงเวลาอันควรของมัน  !

แก้ไขเมื่อ 10 มี.ค. 53 09:00:07

จากคุณ : สาละวิน
เขียนเมื่อ : 10 มี.ค. 53 07:54:24 A:192.168.0.240 X:183.89.153.176




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com