 |
ความคิดเห็นที่ 3 |
|
ต่อ....
It never ceases to amaze me how this administration can avoid seeing the whole truth regarding Thailand's current political and social stalemate. What Mr Abhisit and the ruling elite seem to wrongly believe is that the fight we are now witnessing is between the government and Thaksin Shinawatra. "The red shirts are marching to the tune of Thaksin with the sole aim of bringing him back as prime minister" is the story we're asked to swallow. ผมยังอดประหลาดใจไม่ได้ว่า การบริหารของรัฐหลีกเลี่ยงการยอมรับความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อับจนที่หาข้อสรุปไม่ได้ทางสังคมและการเมืองปัจจุบันไปได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์(ผู้เขียนไม่ใช้คำว่า Prime Minister และไม่มี Mr. ด้วย)และชนชั้นนำที่มีอำนาจปกครองดูเหมือนจะเชื่ออย่างผิดๆว่า การต่อสู้ที่กำลังปรากฎเห็นกันอยู่นี้เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับคุณทักษิณ การที่คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมอยู่นี้เป็นไปตามที่ทักษิณต้องการด้วยเพียงจุดมุ่งหมายเดียวเพื่อนำทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ นี่เป็นเรื่องราวที่พวกเราถูกขอให้กลืนความเชื่อนี้
But, the truth is much more sinister. I believe the UDD with its "million-man march" began as a political movement to counter the machinations of the PAD and the Democrats, but I'm afraid it has now snowballed into an all-out class war. Essentially, the war is now between the haves and the have-nots. Instead of blaming it all on Thaksin, we should start to reflect and ask the right questions. Why have the poor chosen a morally compromised billionaire to be the leader of their movement? What have we done as a nation to cause these people from the rural provinces so much pain and suffering that they need to march on the capital to demand that their voices be heard? And have these people in the past been treated with the respect and fairness that all human beings deserve? แต่ความเป็นจริงนั้นเป็นลางร้ายยิ่งกว่านั้น ผมเชื่อว่า นปช.กับ การชุมนุมล้านคน เป็นการเคลื่อนไหวการเมืองเพื่อที่ต่อต้านแผนลับอันซับซ้อนเพื่อครอบงำควบคุมและให้ได้มาซึ่งอำนาจของพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมเกรงว่าจะเป็นภาวะปัญหาสะสมอันนำไปสู่สงครามนอกแบบ แทนที่จะไปโทษทักษิณทั้งหมด เราควรเริ่มย้อนมองตัวเองแล้วตั้งคำถามที่ถูกต้องว่า ทำไมคนจนจึงเลือกเศรษฐีซึ่งได้การยอมรับอย่างถูกทำนองคลองธรรมเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวต่อสู้นี้ และอะไรที่เราได้ทำในนามพลเมืองชาติที่เป็นเหตุให้คนจากชนบทเหล่านี้ได้รับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานขนาดที่ต้องการเข้ามาชุมนุมประท้วงในเมืองหลวงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงของพวกเขา และในอดีตพวกเขาได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและความยุติธรรมสมกับความเป็นมนุษย์พีงจะได้รับ หรือไม่ ?
I don't claim to know the answers to these questions and will leave it to those more capable and qualified than myself. But I do know that the attitude displayed by Korn Chatikavanij in his article, "Personal Reflections on the Assets Seizure," published in the Bangkok Post is not the way forward, if reconciliation is to be achieved. The Finance Minister is someone I'm respectful of and very familiar with, but as a citizen and commentator, I must admit I was disappointed with the tone of his reasoning and thought that his rhetoric was amazingly condescending to the poor and tinged with supreme arrogance, unique only to those who believe themselves ordained by God to be the rightful rulers of a grateful and subservient nation. ผมจะไม่บอกว่าผมรู้คำตอบต่อคำถามเหล่านั้นและทิ้งเรื่องนี้ให้แก่ผู้ที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติมากกว่าผม แต่ที่ผมรู้แน่ชัดคือ ทัศนคติที่นายกรณ์ จาติกวณิชย์ แสดงไว้ในบทความของเขา แง่มุมสะท้อนส่วนตัวเรื่องการยึดทรัพย์ ที่ตีพิมพ์ในบางกอกโพสต์ ไม่ใช่วิถีทางก้าวไปข้างหน้าที่จะช่วยทำให้การปรองดองเดินหน้าไปจนสำเร็จ รมต.คลัง กรณ์เป็นคนที่ผมให้ความนับถือเคารพและคุ้นเคยอย่างมาก แต่ในฐานะพลเมืองและผู้วิจารณ์ ผมต้องยอมรับว่าผมรู้สึกผิดหวังกับคุณภาพความคิดและเหตุผลของเขาซึ่งศิลปการโน้มน้าวชักจูงของเขานี้ได้ทำให้คนจนดูต่ำต้อยอย่างน่าทึ่ง และได้แสดงถึงความหยิ่งจองหองยะโสสุดๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่พบได้เพียงในผู้ซึ่งเชื่อว่าตัวเองได้รับบัญชาจากพระเจ้าให้เป็นผู้ตัดสินโดยชอบธรรมแห่งพลเมืองผู้เป็นทาสรับใช้และสำนึกในบุญคุณชาติ
My retort is simple: great rulers are not born, they are made and moulded by the long years of living the virtues, such as courage, temperance, justice and, most important of all, kindness and compassion. การอธิบายของผมง่าย ผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่นั้นยังไม่เกิด เขาจะถูกสร้างและหล่อหลอมโดยผ่านเวลาอันยาวนานแห่งการดำรงอยู่ของคุณงามความดีที่น่าชื่นชม เช่น ความกล้าหาญ การควบคุมอารมณ์ ความยับยั้งชั่งใจ ความเป็นธรรมยุติธรรม และที่สำคัญที่สุดกว่าสิ่งใดทั้งหมดก็คือ เมตตาธรรม และ ความเห็นอกเห็นใจ
แก้ไขเมื่อ 23 มี.ค. 53 00:23:22
จากคุณ |
:
เรือธง
|
เขียนเมื่อ |
:
22 มี.ค. 53 22:44:48
A:115.87.122.15 X:
|
|
|
|
 |