 |
ความคิดเห็นที่ 23 |
|
จขกท. ลองอ่านการประกาศชำระคืนหนี้งวดสุดท้ายของ IMF แล้วดูสิครับว่ามีข้อมูลขัดแย้งกันหรือไม่ แล้วผมจะหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้อีกทีครับ
การประกาศชำระคืนหนี้งวดสุดท้ายของ IMF ณ ศูนย์แถลงข่าว ทำเนียบรัฐบาล วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2546 เวลา 20.30 น. ---------------------------------- วันนี้เป็นวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก้อนสุดท้าย เมื่อกลางวันนี้ได้ชำระคืนให้กับธนาคารของประเทศญี่ปุ่น และเย็นนี้ซึ่งเป็นเวลากลางวันของซีกประเทศตะวันตกก็ได้ชำระเงินก้อนสุดท้ายคืนให้กับไอเอ็มเอฟ ทั้งหมดที่ชำระคืนในวันนี้ก็ประมาณ 60,000 กว่าล้านบาท เป็นก้อนสุดท้ายแล้ว หลังจากที่ได้เจอวิกฤติเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ทำให้เราต้องลดค่าเงินบาท ประเทศขาดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เงินไหลออก เราต้องเข้าโปรแกรมไอเอ็มเอฟ ซึ่งขณะนั้นทางไอเอ็มเอฟร่วมกับธนาคารกลางและกระทรวงการคลังของ 8 ประเทศ และประเทศญี่ปุ่นได้อนุมัติวงเงินให้เรากู้เป็นเงินถึง 14,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เราได้มีการเบิกใช้จริง 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 510,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ใช้หนี้ส่วน 510,000 ล้านบาทนี้ไป 10,000 ล้านบาท เหลือหนี้ทั้งหมด 500,000 ล้านบาท รัฐบาลนี้ได้เข้ามาทำงาน 2 ปีครึ่ง ได้ชำระหนี้ทั้ง 500,000 ล้านบาทหมดในวันนี้ ทำให้เราถือว่าหมดพันธะต่อการที่ต้องพึงปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีไว้ต่อไอเอ็มเอฟ
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ประเทศไทยเคยเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงปี 2524, 2525 และ 2528 ทั้ง 3 สัญญาในช่วงนั้น เรากู้เงินมา 982 ล้านเหรียญสหรัฐ และเราใช้คืนหมดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2533 เรากู้ตั้งแต่ปี 2524, 2525 และ 2528 เพียงแค่ไม่ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ครั้งนี้เรากู้ถึง 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ และเราใช้คืนในวันนี้ ครั้งที่แล้วใช้คืนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2533 แต่หลังจากนั้นเพียง 7 ปีกับ 4 เดือนครับ เราเกิดวิกฤติอีกครั้งหนึ่ง ทำไมถึงมีวิกฤติห่างกันกันเพียงแค่ 7 ปี และวิกฤติเมื่อกรกฎาคม 2540 เป็นวิกฤติที่รุนแรง เป็นวิกฤติที่เราต้องกู้เงินถึง 510,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ถ้าเราวิเคราะห์กันแล้ว คงไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความสะสมของการที่เราไม่ได้ติดตามสถานการณ์ เราไม่ได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลก เราไม่ได้มีข้อมูลแล้วก็ใช้ข้อมูลนั้นอย่างใกล้ชิดและชาญฉลาด จึงทำให้เราถูกบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยที่เราไม่ได้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า เหตุการณ์เหล่านี้ต้องไม่เกิดอีก ครั้งนี้ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะต้องเข้าโปรแกรมไอเอ็มเอฟ ถึงแม้ว่าครั้งแรกกับครั้งนี้ห่างกันเพียง 7 ปี แต่ครั้งนี้รัฐบาลได้เข้ามา ได้พยายามแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างเพื่อให้เกิดความมั่นคง โดยดูตัวเลขทุกตัว ดูทิศทางทุกทิศทางเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก เพราะว่าเมื่อปี 2540
ผมเชื่อว่าวันนี้หลายคนยังไม่หายเจ็บปวด ความเจ็บปวดครั้งนี้ควรจะเป็นบทเรียนที่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ เราจะต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ปัญหา และที่สำคัญประเทศไทยจะต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะให้เราไม่ต้องเป็นเหยื่อของการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่เราไม่รู้เท่าทันเหมือนในอดีต เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้จะทำงานอย่างเต็มที่ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อที่จะวางหลักเกณฑ์ วางกติกา วางระบบ วางฐานข้อมูล วางระบบการเรียนรู้และพัฒนาการทุก ๆ อย่าง เพื่อให้เรามีความรู้เท่าทัน และติดตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
แต่ทั้งนี้ ทำไมเราถึงกล้าใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ทำไมเราถึงใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนเวลาถึง 2 ปี เรามั่นใจว่าเราได้ปรับนโยบายและพลิกสถานการณ์ได้แล้ว และเรามั่นใจว่า เราได้มีเงินทุนเพียงพอ เราไม่จำเป็นจะต้องเก็บหนี้ไว้ การใช้หนี้นอกจากประหยัดดอกเบี้ยถึง 5,000 ล้านบาทแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ โดยทุกประเทศจะมองว่า ประเทศไทยเรามีความพร้อม มีความแข็งแรงพอ พร้อมที่จะใช้หนี้ก่อนเวลา เพื่อให้ความมั่นใจ ผมขออนุญาตอธิบายตัวเลขบางตัวเลขที่เป็นประโยชน์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า ทำไมเราถึงมีความมั่นใจว่าเราเข้มแข็งพอ
ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลายสาขา ผมขอยกตัวอย่างภาคเกษตร รายได้เกษตรกรจากอดีตได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อปลายรัฐบาลที่แล้ว รายได้ภาคเกษตรกรติดลบ 30-40 % ปี 2544 เพิ่มขึ้น 8.1% ปี 2545 เพิ่มขึ้น 11.7% แต่ปีนี้เพิ่มขึ้น 25% ส่วนภาคอุตสาหกรรมนั้น กำลังการผลิตเมื่อปี 2544 อยู่ที่ 53.5% ปี 2545 ขึ้นมาเป็น 59.9% ปีนี้ ครึ่งปีแรกมาอยู่ที่ 66.6% ตัวเลขเหล่านี้มันมีความชัดเจนเป็นความต่อเนื่องของการเติบโต อัตราการว่างงานครับ เมื่อปี 2543 ก่อน รัฐบาลนี้ อยู่ที่ 3.6% ปี 2544 ลดลงไปอยู่ 3.2% ปี 2545 อยู่ที่ 2.2% และปี 2546 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการส่งออกนั้นดีขึ้นมาก ในปี 2544 ติดลบ 1.7% เพราะว่าเหตุการณ์ 11 กันยายนที่สหรัฐอเมริกา ทำให้การส่งออกเราหดตัวไป 1.7% แต่พอปี 2545 เราสามารถเติบโตได้ถึง 5.7% แต่ปีนี้ครับ ครึ่งปีแรกเท่านั้นเอง เราโตถึง 19% ฉะนั้นการเติบโตอย่างต่อเนื่องยังคงมีต่อไปในด้านส่งออก เพราะเราหาตลาดมากขึ้น ถ้าดูกำไรสุทธิของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ปี 2543 มีกำไรสุทธิ 41,500 ล้านบาท ปี 2544 ขึ้นมากว่า 2 เท่า เป็น 111,200 ล้านบาท ปี 2545 ขึ้นมาเป็น 170,000 ล้านบาท ส่วนปี 2546 ประมาณการว่าน่าจะไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่พัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้ของภาครัฐบาลครับ รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีนี้รายได้รวมขึ้นมาเป็น 900,000 กว่าล้านบาท เฉพาะแค่ 9 เดือนแรกนั้นพอ ๆ กับปี 2543 ทั้งปี ส่วนดุลงบประมาณที่เรากลัวกันว่าเราจะต้องขาดดุลกันนาน ปรากฏว่าการขาดดุลกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว เราขาดดุลงบประมาณเมื่อปี 2543 จำนวน 120,000 ล้านบาท เราขาดดุลปี 2544 110,000 ล้านบาท แต่พอมาปี 2545 เราตั้งไว้ว่าจะขาดดุล 200,000 ล้านบาท แต่ขาดดุลเพียง 126,000 ล้านบาท ปี 2546 เราตั้งขาดดุลไว้ 174,000 ล้านบาทครับ แต่ว่ามาถึง 9 เดือนนี้ วันนี้เกินดุลอยู่ 14,600 ล้านครับ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ด้านงบประมาณนั้นดีขึ้นมาก และก็มีแนวโน้มจะดีขึ้นต่อไป
หนี้สาธารณะ เมื่อปี 2543 อยู่ที่ 57.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ หรือว่าจีดีพี แต่ปีนี้ 2546 ขณะนี้อยู่ที่ 49.7% ต่ำกว่า 50% ของจีดีพี เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นสถานะที่ดีมาก ส่วนด้านเงินสำรองระหว่างประเทศครับ น่าสนใจ รวมทั้งเรื่องหนี้สินด้วย หนี้ต่างประเทศ ปี 2543 เรามีหนี้อยู่ 79 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีเงินสำรองอยู่ 32 ปี 2544 เงินสำรองขึ้นเป็น 33 หนี้ลดลงเหลือ 67 ปี 2545 เงินสำรองขึ้นไปเป็น 38.9 หนี้ลดลงเหลือ 59.4 ขณะนี้ วันนี้ชำระหนี้ไอเอ็มเอฟเรียบร้อย เรามีหนี้ต่างประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมกันเพียง 53 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่เรามีเงินทุนสำรอง ทั้ง ๆ ที่ใช้หนี้หมดแล้ว ที่คนวิตกกันว่ามันจะไม่พอ เหลือถึง 38 พันล้าน วันที่เรามีเงินทุนสำรองสูงสุดอยู่ที่ 39.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่วันนั้นเรามีหนี้ถึง 112 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่วันนี้เรามีเงินทุนสำรอง 38 พันล้าน แต่มีหนี้เหลือเพียง 53 พันล้าน เมื่อบวกกับเงินที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้ในต่างประเทศอีก 15 พันล้านเหรียญสหรัฐ แสดงให้เห็นว่าขณะนี้หนี้สินและเงินฝากของประเทศไทย ภาครัฐ ภาคเอกชนรวมกันแล้ว อดีกันแสดงให้เห็นกันว่าวันนี้สถานะด้านการเงินของประเทศเข้มแข็งมาก
มีต่อ...
จากคุณ |
:
snator_tor
|
เขียนเมื่อ |
:
23 มี.ค. 53 21:05:29
A:125.27.51.85 X:
|
|
|
|
 |