 |
ความคิดเห็นที่ 1 |
|
. . . ปลายทาง 'หมวดตี้-ผู้กองแคน'
หากไม่เลี้ยวรถเข้า ต.ตลิ่งชัน แต่ขับตรงผ่านตัวอำเภอบันนังสตาลงไปทางใต้ จะพบทางแยกเข้าเขื่อนบางลาง เลี้ยวเข้าไปไม่ไกลจะพบทางแยกขวาขึ้นสันเขื่อน
คนนอกพื้นที่อาจเข้าใจว่า ปลายทางของเส้นทางสายนี้อยู่ที่สัน "เขื่อนบางลาง" ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงามแต่ร้างผู้คน ทว่าแท้ที่จริงแล้วถนนสายแคบๆ นี้ยังลัดเลาะริมเขาขึ้นไปยังหมู่บ้านอีกหลายแห่งบนพื้นที่สูง
และการเดินทางสู่ ต.เขื่อนบางลาง ที่คร่าชีวิต ผู้กองแคน กับ หมวดตี้ ก็ต้องใช้เส้นทางสายนี้
หมู่บ้านสองข้างทางเป็นหมู่บ้านไทยพุทธสลับมุสลิม โดยคนไทยพุทธจำนวนหนึ่งอพยพมาจากนอกพื้นที่หลายสิบปีแล้ว แม้จะเป็นคนใต้แต่ก็ไม่ใช่ใต้สามจังหวัดชายแดน ชื่อหมู่บ้านที่เคยปรากฏผ่านสื่อเพราะเคยเกิดเหตุรุนแรงก็เช่น บ้านภักดี บ้านสันติ 1 เป็นต้น
โดยเฉพาะบ้านสันติ เมื่อปลายปี 2549 คนไทยพุทธจากบ้านสันติ 2 ต.แม่หวาด อ.ธารโต และบ้านสันติ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา ซึ่งเป็นเขตติดต่อกัน ได้พากันอพยพไปอาศัยอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม ในตัวเมืองยะลา เพราะไม่กล้าอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากถูกกลุ่มคนร้ายไล่ล่าราวีอย่างหนักข้อ ถึงขนาดฆ่าทิ้งและเผาบ้าน
ผืนป่าทิศตะวันออกของถนนสายนี้คือพรมแดนไทย-มาเลเซีย ฉะนั้นแม้จะมีเส้นทางสายหลักจากเขื่อนบางลางขึ้นมาถึงหมู่บ้านเหล่านี้เพียงสายเดียว แต่การก่อเหตุและหลบหนีของคนร้ายก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถพุ่งตรงเข้าเขต อ.ธารโต ซึ่งเต็มไปด้วยผืนป่าต่อเนื่องไปถึงเขต อ.เบตง ได้ ทั้งยังเล็ดรอดเดินเท้าเข้าประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย
ทั้ง ผู้กองแคน และ หมวดตี้ ไม่เพียงแต่อยู่กองร้อยเดียวกัน เสียชีวิตก่อนวันเกิด 1 วันสำหรับรุ่นพี่ และ ตรงกับวันเกิดอายุ 24 ปีพอดีของรุ่นน้อง หากทั้งสองคนยังถูกซุ่มโจมตีในท้องที่ตำบลเดียวกัน คือ ต.เขื่อนบางลางด้วย ต่างกันแค่เพียงหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
ถนนหนทางในย่านนี้ทั้งเปลี่ยว คดโค้ง และมีเนินสูงข่มที่เรียกว่า คิลลิ่ง โซน หลายแห่ง นานๆ ถึงจะมีรถแล่นผ่านสักคัน แถมเวลาที่มีรถจากนอกพื้นที่สัญจรผ่านมา ยังมีเด็กโตและวัยรุ่นผลุบโผล่จับจ้องอยู่หลังแมกไม้เป็นระยะ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นหน่วยดูต้นทางของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่
ที่ผ่านมา ทหาร ตำรวจระดับนายๆ ทั้งหลายแทบไม่เคยเดินทางเข้าพื้นที่นี้ด้วยรถยนต์เลย ส่วนมากใช้เฮลิคอปเตอร์กัน และนั่นคือภาพสะท้อนอีกมุมหนึ่งที่ทำให้เห็นการปฏิบัติภารกิจบนความเสี่ยงที่บันนังสตาซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
สารทุกข์สุกดิบ ชาว 'นังตา
ชาว 'นังตา เอง อย่าง สุนันทา สุรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถ้ำทะลุ รู้ดีว่าพื้นที่ในความดูแล ซับซ้อน ลึกลับ ไม่ต่างจากแดนสนธยา
บอกตรงๆ ชาวบ้านที่นี่ต้องอยู่กันแบบให้ชีวิตผ่านไปวันๆ ส่วนจะเป็นที่หลบซ่อนตัวของคนร้ายหรือไม่นั้นไม่อยากพูด บอกได้แค่สภาพพื้นที่ว่าเป็นอย่างนี้
แต่ สุนันทา ไม่อยากให้มองว่าเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุรุนแรงบ่อยครั้ง หรือเป็นพื้นที่อันตราย เพราะทุกพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็รุนแรงทั้งหมด คนในพื้นที่อยู่กันด้วยความชินมากกว่า เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตลอด ส่วนความรู้สึกหวาดกลัว คิดว่ามันเกินกว่านั้นแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะย้ายไปไหนนะ แม้ว่าจะไม่ใช่คนที่เกิดบันนังสตาก็ตาม จะขออยู่ที่นี่จนตาย
ด้าน ฮัจยีอับดุลรอหมาน ยีเซ็ง กำนัน ต.บันนังสตา กล่าวคล้ายๆ กันว่า ไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงอย่างไรก็ไม่ขอหนีไปไหน หากจะตายก็ขอตายที่บ้านเกิด
ในความเห็นของ ฮัจยีอับดุลรอหมาน เขาก็คิดเหมือนคนทั่วๆ ไปในพื้นที่ คือชาวบ้านส่วนใหญ่จะรู้ว่าอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย แต่เจ้าหน้าที่มักไม่รู้
บางคนมาอยู่ไม่ถึงปีก็ถูกคำสั่งให้ย้ายออกไปแล้ว จากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่คนใหม่เข้ามาศึกษาเรื่องประชาชนและสภาพพื้นที่ แล้วก็ย้ายออกไปอีก ทำให้ไม่ต่อเนื่อง และต้องมาเสียเวลาในการเก็บข้อมูลมากกว่าการลงพื้นที่พบปะชาวบ้านจริงๆ
แม้จะเกิดเหตุร้ายใหญ่ๆ ขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะล่าสุด คือ ผู้กำกับสมเพียร แต่ ฮัจยีอับดุลรอหมาน ก็ยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ของชาวบ้านในพื้นที่ด้วยกันยังดีเหมือนเดิม
ในระดับชาวบ้านไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยน เวลามีกิจกรรมก็จะร่วมมือกัน เวลาทำงานก็ทำเป็นปกติ กรีดยางค้าขายได้ แต่ในส่วนของความรู้สึก แน่นอนอยู่แล้วที่ต่างฝ่ายต่างหวาดระแวงกัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ แต่พอเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เข้าสู่สภาพปกติ แต่ละคนก็มุ่งทำมาหากินไปวันๆ
จิตติภรณ์ สะระยะ ชาวบ้านบันนังสตา เผยว่า ความรุนแรงที่ผ่านมา ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ไม่เว้นแม้แต่คนศาสนาเดียวกัน เพราะตอนนี้เหตุการณ์มั่วจนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร
คนดีกับคนไม่ดีแยกกันไม่ออกเลยเดี๋ยวนี้ แม้ทุกวันนี้สถิติเหตุร้ายลดลง แต่เมื่อเกิดแต่ละครั้งก็จะส่งผลเป็นความสูญเสีย กลัวทุกครั้งที่เกิดเหตุ แต่จะทำยังไงได้ ก็ที่นี่มันบ้านเรา จะหนีไปไหนพ้น อยู่ที่ไหนก็ตายได้ทั้งนั้น
จิตติภรณ์ ยังเห็นว่า บ้านเกิดของเธอเหมาะสมกับคำว่า "แหล่งกบดาน"
อำเภอเรามีภูเขาเป็นกำแพงรอบด้าน ทำให้บันนังสตาเกิดเหตุบ่อยครั้ง เพราะเวลาทำผิดอะไร พอหนีขึ้นเขาลูกไหนสักลูกหนึ่งก็พ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าตามเข้าไปหรอก เพราะมันอันตรายสำหรับเจ้าหน้าที่ แต่สำหรับคนทำผิด ถ้าเข้าไปก็แปลว่ารอดทุกครั้ง
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20100322/106165/เอ็กซเรย์บันนังสตา
แดนสนธยาหรือสมรภูมิ.html
กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 22 มีนาคม 2553 01:00 โดย : นาซือเราะ เจะฮะ,ปกรณ์ พึ่งเนตร
...................................................................
ชะตากรรมของชายชาตรีชาติตำรวจกล้า ต่อสู้ ปะทะลุยกับโจรมาอย่างโชกโชน
แม้เข้าปีสุดท้ายของวัยเกษียณราชการจะครบ ๖๐ ปี
แต่ต้องมานั่งหลั่งน้ำตาร้องทุกข์ ต่อหน้าสาธารณะ . . .
แก้ไขเมื่อ 25 มี.ค. 53 23:56:27
จากคุณ |
:
เรือธง
|
เขียนเมื่อ |
:
25 มี.ค. 53 23:27:29
A:124.120.14.36 X:
|
|
|
|
 |