 |
ความคิดเห็นที่ 1 |
|
15. คดีที่ดินรัชดา คุณหญิงพจมานเข้าประมูลโดยถูกต้อง ก่อนเข้าประมูลทำหนังสือถาม กองทุนฟื้นฟู ว่าเข้าร่วมประมูลได้หรือไม่ กองทุนฯบอกไม่มีปัญหา ประมูลเสร็จ คุณหญิงให้คุณทักษิณเสร็จยินยอมในฐานะสามี เพื่อทำนิติกรรมรับโอนที่ดิน คตส.เอาผิดเรื่องทุจริตไม่ได้ คตส.ฟ้องบอกคุณทักษิณทำผิดกฎหมาย ปปช. มาตรา 100 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ (1) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจ กำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี หม่อมอุ๋ยแจง คตส.ซื้อขายที่ดินรัชดาทำถูกขั้นตอน http://www.giggog.com/politic/cat3/news641/ สรุปตัดสินคดีออกมา ผู้เข้าประมูลไม่ผิด,ผู้ร่วมเข้าประมูลไม่ผิด,หน่วยงานผู้ให้ประมูลไม่ผิด หวยมาออกตรงธง ผัวเซ็นชื่อให้เมียไปรับโอนที่ดินผิดจริยธรรม ติดคุกไป 2 ปี ไม่รอลงอาญา ไม่มีการพิจารณาถึงคุณงามความดีที่เคยทำให้ประเทศมา ทำยังกับว่า เซ็นชื้อให้เมียเป็นความผิดร้ายแรงยิ่งกว่าสั่งฆ่าคน
16. คดีที่ดินเขายายเที่ยง มีประชาชนไปฟ้องขับไล่ไว้หลายปีแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่รับเรื่อง บอกว่าคนที่ไปฟ้องไม่ใช่ผู้เสียหาย หน่วยงานที่ดูแลป่าสงวนเอาหูไปนาเอาตาไปไล่ ท่านสุรยุทธบอก ซื้อต่อคนอื่นมาไม่รู้ว่าเป็นป่าสงวน แต่ก็ทำมึนไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมคืนที่ดินให้เป็นสมบัติของชาติตามเดิม อัยการ ออกมารับรองป๊าบ คุณสุรยุทธไม่มีเจตนาย่อมไม่มีความผิด จนกระทั่ง แกนนำ นปช. ระดมพลไปถามหาความถูกต้อง บอกว่าจะไปถวายรายงานที่ รพ.ศิริราช หน่วยงานที่รับผิดชอบ ถึงตาลีตาเหลือก รีบเร่งดำเนินการ สั่งให้คืนที่ภายใน 30 วัน ถึงได้ที่ดินคืนมา
17. ชาวบ้านเข้าชื่อถวายฎีกาให้นายกทักษิณ 3.5 ล้านรายชื่อ หน้าที่รัฐบาลคือถวายความเห็นประกอบฎีกา รัฐบาลแมงสาบทะลึ่งเอารายชื่อมานั่งไล่ตรวจสอบ ตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ หรือ เอารายชื่อไปทำ Black List หว่า นักวิชาการและนักกฎหมายใหญ่ทั้งหลายแหล่ออกมาโวยวายกันใหญ่ ว่าผิดขั่นตอน ต้องกลับมารับโทษก่อนจึงจะมีสิทธิ์ถวายฏีกา บ้างก็บอกว่าต้องเป็นท่านทักษิณหรือลูกเมียและญาติพี่น้องจึงจะมีสิทธิ์ถวาย
18. สนธิ ลิ้ม โดนคดีหมิ่น ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่ามีความผิด ตำรวจออกหมายเรียกให้ไปพบ แปะลิ้มชิงถวายฎีกา (ไม่ทราบอยู่ในขั่นตอนไหนแล้ว) อัยการแถลงปั๊บ ต้องรอผลแห่งฎีกาก่อน จึงจะดำเนินการต่อได้ นักกฎหมายนักวิชาการที่เคยบ็อกๆ คัดค้านกรณีคุณทักษิณ หุบปากเงียบกริบ ไม่พูดอะไรซักคำ
19.พันธมิตรชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา เมื่อ 7 ตุลาคม 2551 ไม่ยอมให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตำรวจได้รับคำสั่งให้สลายการชุมนุม เพื่อให้รัฐบาลสมชายเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา สลายสำเร็จ สารวัตรจ๊าบทำอีท่าไหนไม่รู้ เกิดระเบิดตายในรถจิ๊บ พันธมิตรรวบรวมกำลังไปบุก บชน. ตอนเย็น ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายอีกที น้องโบว์เสียชีวิต โดยยังเป็นปริศนาว่าเสียชีวิตเพราะสาเหตอะไรกันแน่ ทั้งสองคนได้รับการจัดงานศพอย่างเร่งรีบ โดยไม่มีใครสนใจจะหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ ว่าโดนแรงระเบิดจากแก๊สน้ำตา หรือระเบิดที่หอบหิ้วกันไปเอง ผลต่อมา น้องโบว์และสารวัตรจ๊าบ ได้เป็นวีรสตรีและวีรบุรุษ พันธมิตรที่บาดเจ็บทุกคนได้รับเงินชดเชย นายกสมชายและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่โดนพิษ ปปช.เล่นงาน ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ และได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ไม่มี....ใครมาเหลียวแล
20. นปช. ชุมนุมไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ชนเมื่อสงกรานต์ 52 ทหารออกมาเต็มพิกัด พร้อมอาวุธสงครามครบมือ การชุมนุมเกิดเหตุรุนแรง ทหารใช้อาวุธเข้าปราบปราม อ้างว่าใช้กระสุนจริงยิงขึ้นฟ้า กระสุนแบ้งค์ยิงใส่คน แต่ผู้เข้าชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนหลายคน ผลต่อมา ทหารได้รับคำแซ่ซ้องสรรเสริญ อนาคตคงได้ป็นนายพลหลายคน หนึ่งในนั้นต้องได้เป็น ผบ.ทบ.แน่นอน มาดูฝั่ง ผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บบ้าง โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งไม่ยินดีที่จะทำการรักษา ต้องรักษาตัวตามมีตามเกิด เงินชดเชยก็คงไม่มีห..มา มาเหลียวแลมั้ง (ถ้ามีก็ขออภัย) ทั้งที่ใช้สิทธิ์ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญเหมือนกัน
21. คดี ปรส. ที่ DSI เค้าสรุปสำนวน ส่งให้ ปปช.ดำเนินการมาหลายปีดีดักแล้ว เอาเรื่องไปดองไว้ทำด๋อยอะไรครับ หรือพอเป็นเรื่องพวกเดียวกัน ตรูดึงสุดฤทธิ์ หรือจะรอให้มันหมดอายุความฟ่ะ (หมดไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้) ถ้าคดีนี้ดำเนินการต่อ ตามมาตรฐานที่คุณทักษิณถูกกระทำอยู่นี่ เราอาจจะได้มีโอกาสเห็น นายชวน,นายธารินทร์,นายอมเรศ,นายอานันท์ เหล่าคนดีทั้งหลายแหล่แห่งประเทศสารขัณฑ์แลนด์ติดคุกตอนแก่ก็ได้
22. คดีกล้ายาง (อันนี้เป็นนิยายนะครับ ฟังเขามาอีกที) คดีนี้คนปากห้อยมีชนักติดหลัง มีดาบพาดคออยู่ มี ครม. ร่วมคณะอีกหลายคนรวมทั้งข้าราชการและภาคเอกชน รวม 44 คน ซึ่งมีคนของ บริษัทขายปุ๋ยใหญ่ยักษ์ ติดร่างแหอยู่หลายคน ก่อนตัดสินคดีมีคนคาดการณ์ว่ายี้ห้อยหัวขาดแน่ และคนในตระกูลแซ่เจี่ยต้องติดร่างแหไปด้วย พอลุงหมักถูกปลดจากคดีทำกับข้าวออกทีวี ยี้ห้อยหนุนลุงหมักเต็มสูบ แต่มติพรรคพลังประชาชนให้คุณสมชายเข้าประกวดแทน เพื่อลดความขัดแย้ง เนื่องจากลุงหมักเป็นมวยบู๊สู้ลูกเดียว ยี้ห้อยผิดหวังมากเพราะเข็นโครงการรถเมล์เอ็นจีวีมารอไว้แล้ว แล้วก็แท๊กทีมกับลุงหมัก+เลขาลุงหมัก+หมอเลี๊ยบ เหนียวแน่นจนได้รับฉายาว่าแก๊งค์ออฟโฟร์ ผิดหวังคราวนี้ห้อยเริ่มผูกใจเจ็บ พอดีรัฐบาลสมชายโดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ พวกหัวเกรียนลายพรางเรียกให้ห้อยกับพรรคพวกไปนั่งคุยกับบิ๊กๆในค่าย ซึ่งมีแขกพิเศษคือเทพเทือกและมาร์ครออยู่ ทั้งปลอบทั้งขู่ให้ห้อยย้ายข้าง มิฉะนั้นต้องย้ายไปนอนในคุกและถูกยึดทรัพย์หมดตูด แถมธุรกิจโรงโม่ของครอบครัวจะถูกยึดสัมปทานคืน และคดีของพ่อที่ไปบุกรุกที่ดินของการรถไฟจะถูกดำเนินการโดยเร็ว ถ้ามาเข้าข้างเทพจะจัดให้ทั้งเงินสดและกระทรวงเกรดเอ อีกทั้งคดีที่ค้างอยู่ในศาลจะเคลียร์ให้หมด ลูกบอลมาเข้าทางห้อยพอดีเพราะผูกใจเจ็บอยู่ แถมมีโบนัสเป็นเงินและกล่องมีหรือจะไม่เอา จึงเป็นที่มาของรัฐบาลเทพประทาน และตำนานงูเห่าภาค 2 อันลือลั่น พอคดีกล้ายางเข้าสู่กระบวนการตัดสินของสาน ผลของคดีออกมาว่า ห้อยและพรรคพวก จึงเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยประการฉะนี้แล
23.คดีสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ ที่ จ.จันทบุรี ของธนาคารกรุงเทพ ที่มีประธานที่ปรึกษา ชื่อพลเอกเปรม คนเสื้อแดงเขาไปเปิดโปงว่าบุกรุกป่าสงวน กรมป่าไม้เขาดำเนินการฟ้องร้องไปตั้งหลายปีแล้ว แต่พอไปเจอตอเลยต้องถอยมาตั้งหลัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรุณาดำเนินการต่อให้ความจริงปรากฏเสียที สังคมเขาจะได้หายเคลือบแคลง "ท่านประธานองคมนตรี" เสียที เลิกยื้อเวลาเสียที มันไม่จบไปเองหรอก อย่านึกว่าคนเขาจะลืมกันง่ายๆเหมือนเดิมนะครับ
24.คดีประวัติศาสตร์ สปก.4-01 สมัยนายสุเทพ เทือกสุบบรณเป็น รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แจกที่ สปก.4-01 ให้กับ ทศพร เทพบุตร สามีของ อัญชลี เทพบุตร ขณะเป็นเลขานุการของตนเอง ไม่ เพียงแต่ ทศพร เทพบุตร คนเดียวที่ได้รับที่ดินผืนงามของเกาะภูเก็ต ไปกว่า 90 ไร่ ยังมี นายหัว อีกหลายคนของเกาะภูเก็ต ที่เป็นนายทุนของพรรคประชาธิปัตย์ และสนิทสนมชิดเชื้อกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเอกสารสิทธิสปก.4-01 เหมือนกับทศพรเทพบุตร ไปด้วย ทั้ง นายทศพร เทพบุตร และคนเหล่านี้ ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิที่ดินสปก.4-01 ซึ่งเป็นที่ดินของหลวง ที่ดินของรัฐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะยกให้แก่เกษตรกรคนยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าทำผิด และสั่งให้ ทศพร เทพบุตร ออกจากที่ดินหลวงที่ยึดครองเป็นสมบัติส่วนตัวนานถึง 12 ปี ในกรณีหนึ่ง ศาลฎีกาพิพากษาว่า ทศพร เทพบุตร ไม่ใช่ผู้มีสิทธิได้รับสปก.4-01 และต้องคืนที่ดินให้หลวง แต่พรรคประชาธิปัตย์ กลับบอกว่าทศพร ไม่ผิด สุเทพ ไม่ผิด ที่ผิดคือ กฎหมายที่เขียนไว้ไม่รองรับถึงนายทศพร ผลที่ตามมาหลังคดีนี้คือ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้แจกก็ไม่มีความผิด นายทศพร เทพบุตร และนายหัวอีกหลายคนที่รับแจกที่ดินเหล่านี้ หลังจากคืนที่ดินให้หลวงแล้วก็เป็นอันจบกัน เหอะๆๆ ง่ายดีเนาะ ประเทศไทย
25.เรื่องที่มีคนไปร้องเรียนที่ ปปช.กรณีของ บิ๊กชื่อดัง ใน สตง. ดังนี้ 1.การบริหารงานบุคคลที่ไร้คุณธรรม จริยธรรม และเล่นพรรคเล่นพวก ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ สตง.ฟ้องผู้บริหารระดับสูงของ สตง.ต่อศาลปกครองในการโยกย้ายแต่งตั้งถึง 4 คดี ในจำนวนนี้มีหนึ่งคดีที่ศาลปกครองกลางพิพากษาว่า คำสั่งแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณา นอกจากนั้นมีการกล่าวว่า แต่งตั้งพรรคพวกของตัวเอง 13 คน ข้ามหัวคนอื่นให้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 9 2.ใช้อำนาจหน้าที่และตำแหน่งข่มขู่เรียกเงินจากหน่วยรับตรวจโดยอ้างว่า ตรวจพบความผิด โดยมีการปล่อยข่าวทางสื่อมวลชน จากนั้นจะส่งมือไม้ของตนเองไปรีดเงินแลกกับการไม่รายงานผลการตรวจสอบ ถ้าใครยอมเรื่องก็จะเงียบหายไป 3.ซื้อที่ดิน 3 แปลงๆละ 1 ไร่ โดยทำสัญญาซื้อขายเพียงไร่ละ 2 ล้านบาท เมื่อเดือนธันวาคม 2549 ในย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในชื่อของน้องสาวและลูกชาย (แต่ทำสัญญากันที่สำนักงาน สตง.) ทั้งๆ ที่แค่ราคาประเมินก็ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 8 ล้านบาท ในประเด็นนี้ ยังมีการตั้งข้อกล่าวหาว่า น่าจะเป็นการฟอกเงินโดยนำเงินที่ได้มาโดยมิชอบมาซื้อที่ดินและสร้างบ้านราคาแพง แต่ทำเป็นซื้อที่ดินมาราคาถูกๆ ผู้คนจะได้ไม่สงสัยว่า เอาเงินมากมายมาจากไหน นอกจากนั้นยังมีการหาว่า มีการใช้อำนาจหน้าที่บีบบังคับกรมธนารักษ์ให้ยกที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ สตง.ใหม่อีกด้วย 4.มีเงินจำนวน 46 ล้านบาท ไหลเข้าบัญชีญาติสนิท 46 ล้านบาท ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2549 และมีการถอนออกในเดือนธันวาคม 2549 ถึง 26 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่า ส่วนหนึ่งนำไปซื้อที่ดินและสร้างบ้านราคาแพงข้างต้น ทั้งนี้ เงินก้อนนี้น่าจะเป็นเงินที่นักการเมืองใหญ่รายหนึ่งยอมจ่ายให้เพื่อแลกกับถอนข้อกล่าวหา โครงการหนึ่งในสนามบินสุวรรณภูมิ 5.การจัดจ้างบริษัทฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ สตง.ในลักษณะผูกขาดและผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะบริษัทดังกล่าวเช่าที่ทำการ ซึ่งเป็นของคู่สมรมของตนเอง 6.บีบบังคับให้บริษัทการบินไทยออกตั๋วและค่าใช้จ่ายให้กับลูกชายเดินทางไปญี่ปุ่น รัสเซีย และเดนมาร์กโดยอ้างว่า ติดตามคณะไปตรวจสอบสำนักงานการบินไทยในต่างประเทศ 7.การนำรถส่วนกลางไปใช้ ทั้งๆ ที่มีรถประจำตำแหน่งอยู่แล้ว เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง ในกรณีดังกล่าวนี้ สตง.เคยทำหนังสือทักท้วงหน่วยงานอื่นมิให้กระทำในลักษณะดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นการกระทำที่มิชอบ แต่ผู้บริหารระดับสูงรายนี้กลับกระทำเสียเอง เครดิตจาก http://www.onopen.com/prasonglert/09-07-18/4909 ไม่ทราบว่า ปปช.จะออกมาแถลงให้สังคมได้ทราบหรือยังว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว หวังว่าคงไม่ต้องให้รอถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆนะครับ
(มีต่อ) .
จากคุณ |
:
One Putt
|
เขียนเมื่อ |
:
26 มี.ค. 53 10:48:35
A:192.168.0.240 X:125.25.200.153
|
|
|
|
 |