23 ก.พ. 54
ยุ่นเชื่อจนท.ฆ่า"มูราโมโตะ" ขู่ใช้มาตรการกดดัน
...
นายโนบูอากิ อิโตะ อัครราชทูตฝ่ายการเมือง แผนกการเมืองสถานเอกอัครราช ทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย อ่านแถลงการณ์ในที่ประชุมว่า ตนติดตามการเสียชีวิตของนายมูราโมโตะมาตลอด ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นแสดงออกหลายรูปแบบเพื่อเรียกร้องความช่วยเหลือ ทั้งนายกฯ ญี่ปุ่นเคยเข้าพบนายกฯ ไทย และรมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นก็เคยเข้าพบรมว.ต่างประเทศไทย สิ่งที่ต้องการเรียกร้องสิ่งเดียว คือ คำตอบที่ชาวญี่ปุ่นและครอบครัวของนายมูราโมโตะเข้าใจได้และเร็ววันที่สุด ในฐานะนักการทูต ตนย่อมต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม แต่เวลาที่ผ่านมากว่า 10 เดือน น่าเสียใจมากที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนหรือนำไปสู่การจับตัวคนร้าย ความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมของไทยอาจนำไปสู่ความเชื่อถือของชาวญี่ปุ่น ที่ลดน้อยลง
"สำนักข่าวญี่ปุ่น ทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์เสนอข่าวว่าการเสียชีวิตของนายมูราโมโตะอาจมาจากถูก เจ้าหน้าที่รัฐยิง ฉะนั้นหากฝ่ายรัฐบาลหรือทหารคิดว่าการเสียชีวิตของมูราโมโตะไม่ใช่การกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐ น่าจะอธิบายอย่างชัดเจนว่าการเสียชีวิตของนายมูราโมโตะเกิดจากอะไร เพราะการรายงานแบบนี้ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เข้าใจ ว่าการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจากการกระทำของฝ่ายรัฐบาล" นายโนบูอากิ ระบุ...
...นาย โนบูกิ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังการหารือว่า จากที่ตนได้รับฟังเสมอมา กระบวน การสอบสวนของทางการไทยไม่มีปัญหา แต่มีความล่าช้ามากๆ เช่น เนื้อหาที่ตนได้ฟังครั้งนี้ ไม่มีอะไรใหม่จากการประชุมครั้งที่แล้ว แม้ตนจะเข้าใจว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีความซับซ้อนและอ่อนไหว แต่หากคดียังไม่มีความคืบหน้าเร็วกว่านี้ ทางการญี่ปุ่นเตรียมดำเนินมาตรการกดดันทางการเมืองต่อไป...
ที่มา (อ่านเพิ่มเติม) khaosod.co.th
25 ก.พ. 54
สำนวนคดียิงนักข่าวญี่ปุ่นส่อพลิก หลังจนท.รัฐไม่ใช้ปืนอาก้า
...แหล่งข่าวจากกรมสอบสวน คดีพิเศษ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เตรียมส่งข้อมูลการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ให้ตำรวจนครบาลนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นข้อมูลใหม่ที่พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร) ผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผลกระสุนปืน เป็นผู้ตรวจสอบวิเคราะห์จากบาดแผลและวิถีกระสุน
โดยมีข้อสรุปว่านายฮิโรยูกิเสียชีวิตจากอาวุธปืนสงคราม ชนิดอาร์ก้า ซึ่งอาวุธดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจไม่มีใช้เป็นอาวุธประจำกาย ดังนั้นจะทำให้รูปคดีมีความเปลี่ยนแปลง เพราะก่อนหน้านี้ดีเอสไอสรุปความเห็นเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การเสียชีวิตของนักข่าวญี่ปุ่นอาจจะเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยว ข้อง เนื่องจากเป็นการสรุปจากพยานบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ดีเอสไอได้รายงานให้สถานทูตรับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว และประสานให้สถานทูตส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง...
ที่มา
(อ่านเพิ่มเติม) bangokobiznews.com
28 ก.พ. 54
“ธาริต” ยันช่างภาพญี่ปุ่นเสียชีวิตจากอาก้า
นายธาริตกล่าวว่า ยอมรับว่ามีผลการตรวจสอบกระสุนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของช่างภาพชาวญี่ปุ่น เพิ่มเติมตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ขอยืนยันว่าดีเอสไอทำงานตามข้อเท็จจริง อะไรเปิดเผยได้ก็เปิดเผย อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องจากมีพยานบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อ แดง และอยู่ใกล้ชิดกับนายมูราโมโต้ ได้ระบุว่า เห็นช่างภาพชาวญี่ปุ่นถูกยิง แต่ไม่รู้ว่ากระสุนมาจากทิศทางใด แต่เชื่อว่ายิงมาจากแนวทหาร เมื่อพยานบุคคลมีเพียงปากเดียวได้ระบุว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอจึงส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบ ทั้งนี้ ผลการสอบสวนดีเอสไอมีความชัดเจนว่าเป็นกระสุนลักษณะปืนเอเค 47 หรืออาก้า โดยทางฝ่ายทหารไม่ได้นำมาใช้ในการปฏิบัติการ ส่วนจะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่จากการสอบสวนตั้งแต่ต้นอาวุธดังกล่าวไม่ได้นำมาใช้ในปฏิบัติการสลายการ ชุมนุม
เมื่อถามว่าจากกรณีดังกล่าวทางสถานทูตญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นการกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอจะชี้แจงอย่างไร นายธาริตกล่าวว่า กรณีของการเสียชีวิตช่างภาพชาวญี่ปุ่นนั้น ทางอุปทูตญี่ปุ่นได้สอบถามความคืบหน้ามายังดีเอสไอ และตนได้ชี้แจงรวมทั้งได้ให้ดูเอกสารหลักฐานทางคดี ไม่ใช่พูดด้วยวาจาเท่านั้น เชื่อว่าด้วยการเปิดเผยแบบตรงไปตรงมาของดีเอสไอจะช่วยให้ทางเจ้าหน้าที่สถาน ทูตญี่ปุ่นเข้าใจ
ด้าน พล.ต.ท.อัมพรกล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบจากรายงานผลการชันสูตรของแพทย์ในทุกๆ ด้านแล้ว คดีใดที่สามารถยืนยันว่าควรจะโดนยิงด้วยอาวุธชนิดใด ทั้งนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถยืนยันได้ สำหรับกรณีการเสียชีวิตของนายมูราโมโตนั้น มีความชัดเจนมากกว่ารายอื่นเนื่องจากมีบาดแผลขนาด 7.62 มิลลิเมตร ซึ่งตรงกับแผลในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ ไม่มีเศษตะกั่วของกระสุนภายในร่างกาย (LEAD SNOW STORM) จึงอาจสรุปได้ว่าเป็นการยิงจากกระสุนปืน 3 ชนิด ได้แก่ ปืนเอเค 47 หรืออาก้า ปืนเซกาเซ่ และปืน 05 นาโต้ อย่างไรก็ตาม อาวุธดังกล่าวมีใช้ในภูมิภาคเอเชียของเราเท่านั้น...
ที่มา
(อ่านเพิ่มเติม) manager.co.th
28 ก.พ. 54
ผบ.ทบ.รับ ทัพบกตจว.ใช้อาก้าจริง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลสรุปอย่างไม่เป็นทางการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีนักข่าวญี่ปุ่นถูกกระสุนอาวุธปืนอาก้าจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ว่า หากดีเอสไอระบุอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น ตนจะทราบได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องของดีเอสไอ ซึ่งหน่วยทหารที่ใช้อาวุธปืนอาก้า มีใช้เฉพาะที่ชายแดน ในพื้นที่กทม.ไม่มีใช้อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลสรุปเป็นอาวุธปืนอาก้า สบายใจหรือไม่ เพราะทหารจะได้ไม่ถูกกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า แล้วเรื่องนี้มันจบหรือยัง ยุติแล้วหรือยัง เมื่อเรื่องยังไม่จบ ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เพราะขณะนี้เองยังไม่จบ พูดกันไปพูดกันมา เมื่อเช้าก็มีคนออกมาโต้ตอบตำรวจว่า ไม่ใช้อาวุธปืนอาก้า ดังนั้นต้องไปหาข้อเท็จจริงให้จบเสียก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ไม่มีใครผิดใครถูก อย่างไรก็ตาม หน่วยทหารไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจง หากจะให้ชี้แจง ก็เชิญมา เราพร้อมจะชี้แจงตามกฎหมาย ดังนั้นต้องให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ด้านพล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.2 รอ.) กล่าวว่า ไม่มีการใช้อาวุธปืนอาก้า เพราะพล.ร 2 รอ.ไม่มีอาวุธปืนดังกล่าว มีใช้เฉพาะอาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 2 เท่านั้น ส่วนกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9 ) ก็ใช้เฉพาะปืนทราโวเท่านั้น
ที่มา
thairath.co.th
จากแถลงการของนายโนบูอากิ อิโตะ อัครราชทูตฝ่ายการเมือง แผนกการเมืองสถานเอกอัครราช ทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในวันที่ 23 ก.พ. 54 มาสู่การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของนายธาริตในวันที่ 28 ก.พ. 54 เมื่อดูเหตุการณ์ตาม timeline ข้างบน จะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนง่ายขึ้นว่าการแถลงของนายธาริตในครั้งนี้เป็นไฟต์บังคับเหมือนเมื่อครั้งที่สุเทพขีดเส้น 60 วัน DSI เร่งสางคดี 91ศพ หลังรมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นเดินทางมากดดัน
จากข่าวการแถลงของนายธาริตจะทำให้เห็นถึงความคิดแต่งในการเชื่อมโยงสาเหตุการตายของนายฮิโรยูกิ มุราโมโต้ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ ถนนดินสอ ให้ไปเกี่ยวพันกับภาพชายชุดดำติดอาวุธสงครามที่ถือปืนอาก้าที่บริเวณสี่แยกคอกวัว และเป็นการปฏิเสธให้กองทัพไปในตัวว่า กองทัพบกไม่ได้มีการใช้อาวุธปืนอาก้าชนิดนี้ในวันเกิดเหตุแต่อย่างไร ที่มีและใช้ในวันนั้นคือ M16A2 และ Tavor Tar21
นายธาริตผู้ที่มีสองบทบาทคือ บทบาทของอธิบดี DSI ที่มีหน้าที่ในการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ และบทบาทของกรรมการในศอฉ.ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นจำเลยร่วมในการทำให้คนเสื้อแดงและนายฮิโรยูกิถึงแก่ความตาย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาจะทำการปฏิเสธ และก็คงไม่แปลกที่รัฐบาลญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นรวมไปถึงคนเสื้อแดงจะไม่เชื่อการแถลงที่กลับไปกลับมา เพราะตัวนายธาริตเองดำรงตำแหน่งที่บทบาทและหน้าที่ขัดแย้งกันในตัว
การเล่นแร่แปรธาตุด้วยการนำความคิดเห็นของพล.ต.ท.อัมพร ที่ไม่ได้เป็นผู้ชันสูตรศพ อาศัยการพิสูจน์จากภาพบาดแผลก็บอกได้ว่าเป็นกระสุนปืนขนาด 7.62 มม. และบอกว่ากระสุนชนิดนี้น่าจะมาจากปืนอาก้า โดยมีตัวเลือก ปืน 05 นาโต้ และเซกาเซ่ ที่หลายคนคงไม่คุ้นชื่อและรูปร่างหน้าตาเท่าใดนักมาทำการห้อยท้าย แน่นอนจากภาพชายชุดดำถืออาวุธปืนอาก้าที่สี่แยกคอกวัว ย่อมสามารถทำให้คนคล้อยตามได้โดยง่าย
จากข้อเท็จจริง ช่างภาพทั้งไทยและเทศที่มีอยู่นับสิบนับร้อย ตรงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตรงหัวถนนดินสอที่ไม่มีใครสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องที่มีชายถือและใช้อาวุธปืนอาก้าได้เลย ถ้าได้ดูคลิปที่พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ประกาศไม่ให้คนเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของเพื่อยั่วยุทหาร ประกาศไม่ให้คนเสื้อแดงทำร้ายทหาร ใครที่ทำร้ายทหารเป็นแดงเทียม ก็จะยิ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของแกนนำนปช.
เหตุการณ์ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนี้ จะมีก็แต่เพียงภาพของนายมานพ ชาญชั่งทอง (ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายนั้น) ถือเฉพาะอาวุธปืน M16 และ Tavor Tar21 ที่ถูกยึดมาได้จากทหารและนายมานพกำลังนำไปส่งที่เวทีเท่านั้น ไม่ได้มีการใช้แต่อย่างใด จากภาพตัวปืนล้วนถูกปลดซองกระสุนออกจากตัวปืนแล้วทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ เรื่องนี้จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าตรงจุดบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่มีภาพคนถืออาวุธปืนสงคราม AK47 หรือปืนอาก้าเลย
สำหรับประเด็นบาดแผลที่มีการฟันธงออกมาว่าเกิดจากระสุนขนาด 7.62 มม. ต่อให้บาดแผลเกิดจากกระสุนเป็นเรื่องจริง แล้วทาง DSI ด่วนสรุปว่ากระสุนนี้น่ามาจากปืนอาก้า เพื่อเป็นการชี้นำทำให้ผู้ฟังคล้อยตามเกิดจินตนาการเชื่อมโยงไปยังภาพของชายชุดดำที่ถือและใช้อาวุธปืนอาก้าที่สี่แยกคอกวัว และนำทั้งสองเรื่องราวสองสถานที่นำมารวมกันเป็นเรื่องเดียวกัน ออกจะเป็นการด่วนสรุปที่รวบรัดและเร่งรีบจนเกินไป
นอกเหนือไปจากปืนอาก้าที่มีการปฏิเสธว่าไม่ได้นำมาใช้ในการสลายการชุมนุม อาวุธปืนชนิดอื่นที่ใช้ลูกกระสุนขนาด 7.62 และมีการนำมาใช้และได้มีภาพเล็ดรอดจากช่างภาพออกมาปรากฎให้เห็น ในการปฏิบัติการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันต่างๆ ก็คือ อาวุธปืน M1 Garand (จิ้มดูภาพประกอบที่ 1, จิ้มดูภาพประกอบที่ 2)
ยังไม่รวมปืนสไนเปอร์ซุ่มยิงประเภทต่างๆ ที่ใช้กระสุนขนาด 7.62 ที่มีภาพโผล่มาให้เห็นเป็นตัวเป็นตน อาทิ SR-25 (28 เม.ย. จิ้มดูภาพ , จิ้มข้อมูลอาวุธปืน1, 2) และ Heckler & Koch PSG1 (20 พ.ค. จิ้มดูภาพ) ใครจะไปรู้ว่าพลซุ่มยิงหรือพลแม่นปืนที่ได้รับภารกิจลับและสามารถเบิกอาวุธออกมาใช้อย่างลับๆ โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ (แล้วใครจะยอมรับ) จะนำไปใช้ประจำการอยู่ตรงจุดไหนบริเวณใดบ้าง ทำให้นึกถึงตอนเหตุการณ์คุณทักษิณจะกลับไทยครั้งแรกหลังรัฐประหาร แล้วอาวุธปืนสไนเปอร์ซุ่มยิง SIG 3000 ที่ใช้ขนาดกระสุน 7.62 มม. ก็อันตรธานหายไปจากคลังอาวุธ 3 กระบอก (จิ้มดูข่าว)
ปล. โดยส่วนตัวผมยังไม่ปักใจเชื่อตามที่ DSI แถลงว่านายฮิโรยูกิเสียชีวิตจากกระสุนปืนขนาด 7.62 ด้วยการพิสูจน์จากภาพถ่าย ยิ่งบอกว่าเป็นกระสุนมาจากปืนอาก้ายิ่งทำให้นึกถึงหนังภาพยนตร์เรื่อง shooter ที่มีการจัดฉากลอบสังหารแล้วโยนความผิดให้กับพระเอกอย่างไรอย่างนั้นเลย