Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
[รักคนเสื้อแดง] จับโกหก "สุเทพ" ตะแบงเรื่อง 13 ศพ ::: เก็บตกอภิปรายไม่ไว้วางใจ Part 2 ติดต่อทีมงาน

จตุพร : อภิปรายเรื่องความตาย 13 ศพ ที่อ่านจากสำนวนคดีของ DSI
สุเทพ : ทักษิณเป็นต้นเหตุ เสื้อแดงเผาบ้าน เผาเมือง ล้มการประชุม บลาๆๆๆ

---

จับโกหก "สุเทพ" ภาค 2

สุเทพ : ทุบตีเสร็จแล้วไปแย่งปืน แย่งระเบิดแก๊สน้ำตาจากจนท.ที่มารักษาการณ์ อริสมันต์นำพวกบุกเข้ารัฐสภา ทุบตีจนท.รักษาความปลอดภัยของนาย(ก) เขาทำผิดอะไรครับนี่เป็นเหตุการณ์ที่อัปยศที่สุดที่เกิดขึ้น

สนล. : การบุกเข้ารัฐสภา ตำรวจสามารถดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ในอดีตพันธมิตรก็เคยบุกรัฐสภา คดีความก็ยังสามารถดำเนินการได้ (จิ้ม)  ดังนั้นรัฐจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศพรก.ฉุกเฉิน ยกเว้นรัฐจะมีนัยยะแอบแฝงทางการเมืองซ่อนไว้ คือ รัฐต้องการหาเงื่อนไขเพื่อนำมาใช้ประกาศพรก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหนทางนำไปสู่การสลายการชุมนุม (จิ้ม) ในวันที่ 10 เมษายน ซึ่งห่างจากวันประกาศพรก.ฉุกเฉินฯ ในวันที่ 7 เมษายน แค่ 3 วัน และทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเกิดขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฎกรรมบทใหม่ของสยามประเทศในยุคมิลเลเนี่ยม

เรื่องการบุกรัฐสภาซึ่งจะมาจากสาเหตุใดก็แล้วแต่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การแย่งปืนจากเจ้าหน้าที่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการแย่งปืนมันมีที่ไปซึ่งเป็นข้อเท็จจริงตามเนื้อข่าวข้างล่างนี้

ภายหลังการเจรจา พล.ต.ท.สัณฐาน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนสห.ที่นำอาวุธเข้ามายังอาคารรัฐสภา เป็นเรื่องที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ จะต้องประมวลเรื่องและส่งให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการต่อไป ส่วนที่มาที่ไปนั้นเนื่องจากสห.คนดังกล่าว ตกใจกลัวว่าผู้ชุมนุมจะเข้ามาค้นรถติดตามของนายสุเทพ ซึ่งมีอาวุธอยู่ในรถ ทำให้ต้องนำอาวุธมาเก็บในสภาฯ เพื่อความปลอดภัย

สภาเป็นเขตพระราชฐาน ห้ามบุคคลใดนำอาวุธเข้าไปในบริเวณรัฐสภา คนเสื้อแดงบุกเข้าไปนั้นมีความผิดก็ต้องดำเนินคดีไป สห.ซึ่งจะเป็นรปภ.ของนาย(ก)ตามที่นายสุเทพอ้าง หรือจะเป็นรปภ.ของนายสุเทพตามเนื้อข่าว ก็ไม่มีสิทธิ์นำอาวุธเข้ามาในสภา หรือแม้กระทั่งนำรถที่มีอาวุธซุกซ่อนเข้ามาในสภา ถ้าคนเสื้อแดงไม่ทำผิดบุกเข้าไปในรัฐสภา เราก็คงไม่รู้ว่ามีคนแอบนำปืนเข้าไปในสภา (จิ้มดูรูปประกอบ)

ที่สำคัญเหตุการณ์ครั้งนี้กลับมีสส.พรรคประชาธิปัตย์ชื่อนายชุมพล จุลใส ได้ทำหน้าที่ถือปืน เปลี่ยนบทบาทสส.มาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้นายสุเทพ (จิ้มดูภาพและข่าว) ผมมองว่าเรื่องการพกปืนและถือปืนในสภาน่าจะเป็นเรื่องที่อัปยศที่สุดมากกว่า เพราะการบุกรัฐสภาของคนเสื้อแดงนั้นไม่ใช่เป็นการกระทำที่เพิ่งเคยเกิดเป็นครั้งแรก พันธมิตรนั้นก็เคยได้กระทำการบุกสภามาก่อนแล้ว

ดังนั้นนายสุเทพรู้แล้วหรือยังว่า สห.ทำผิดอะไร นายชุมพลทำผิดอะไร นายสุเทพอย่าทำตัวเหมือนดังสุภาษิตที่ว่า ความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของเราเท่าเส้นผม เวลาชี้แจงในสภา พูดความจริงเพียงครึ่งเดียว ปกปิดข้อมูลอีกด้าน มันแสดงให้เห็นถึงเจตนาของนายสุเทพที่ต้องการบิดเบือน นำเสนอไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ เป็นการพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น

สุเทพ : วันที่ 8-9 เมษา มีการยกพวกไปบุกไทยคมที่ลาดหลุมแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ถูกทุบ ถูกตียับเยินครับ เป็นภาพที่เห็นชัดเจนเลยว่ากลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำต่อเจ้าหน้าที่ แล้วยึดเอาอาวุธบรรดานี้ไป เจ้าหน้าที่มีอาวุธกับมือพร้อม ไม่ได้โต้ตอบ ไม่ได้ทำร้ายประชาชนเลย ภาพที่ประชาชนคนไทยเห็นเจ้าหน้าที่ทหารถูกกลุ่มอันธพาลไล่ทุบไล่ตียับเบินทำให้ประชาชนน้ำตาหกจำได้

สนล. : (จิ้มดูคลิป)<<< นี่เป็นหนังตัวอย่างที่แสดงความโกหกของนายสุเทพที่ผมหยิบยกเอามาเป็นแค่น้ำจิ้ม คลิปและภาพอื่นๆ ที่แสดงเหตุการณ์เพื่อนสมาชิกสามารถหาดูได้ในอินเตอร์เน็ตโดยใช้บริการอากู๋

ทหารมีหน้าที่อะไรครับ นายสุเทพหรือนาย(ก)ถึงต้องส่งทหารเข้าไปในไทยคมครับ?
ทหารมีหน้าที่ปิดสื่อเพื่อรับใช้รัฐบาลหรือครับ?
เป็นรัฐบาลก็ไม่ชอบธรรม! ประกาศพรก.ฉุกเฉินฯก็ไม่ชอบธรรม!
ใช้ทหารบุกเข้าไปยึดไทยคมเพื่อปิดสื่อของประชาชนทีพวกคุณไปปล้นอำนาจเขามาก็ไม่ชอบธรรม! (จิ้มดูภาพประกอบ)

ทั้งหมดนี่ไง เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องไปทวงสิทธิเสรีภาพ ขนาดในสมัยรัฐบาลสมชาย นายสนธิยังประกาศเลยว่า ถ้าใครบุกเข้ามายึด ASTV ยิงมาก็ต้องยิงไป แต่คนเสื้อแดงไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้น ขนาดดันกันไปดันกันมา จนมีเลือดตกยางออกบ้าง สุดท้ายวันนั้นคนเสื้อแดงก็แบ่งข่าว แบ่งน้ำให้ทหารกินเลย

ไอ้ที่ว่าน้ำตาหก เจ็บปวดและเจ็บแค้น ผมว่ามีแต่นายกองและนาย(ก)ที่ออกมานั่งออกอากาศ รู้สึกเจ็บปวด ประกาศจะไม่ยอมแท้ จะเอาชนะ บลาๆๆ ในคืนวันที่ 9 เมษา จนนำมาสู่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายน ภายใต้วาทกรรมการขอคืนพื้นที่

นายสุเทพ : 10 เมษายน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎสากล ใช้โล่ ใช้กระบอง ใช้รถฉีดน้ำ ใช้เครื่องขยายเสียง มาตรการสุดท้ายถ้าถึงตัวก็คือใช้กระสุนยาง มีจนท.ระดับผู้บังคับหน่วยที่จะต้องมีอาวุธจริงอยู่เพื่อว่าไว้แก้สถานการณ์ในกรณีที่ภัยถึงตัวเท่านั้น แล้วไม่ได้ใช้...บลาๆๆๆ

จนท.พยายามที่จะผลักดันตั้งแต่บริเวณที่กองทัพภาคที่ 1 หวังว่าจะไปให้ถึงตรงหน้ากระทรวงเกษตร ในที่สุดก็ถูกกำลังของฝ่ายผู้ชุมนุมที่มากกว่าดันกลับมาอยู่ที่เดิม ถึงตอนเย็นก็เลิกไปครับ...บลาๆๆๆ ไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้ัน ตอนเย็นเราก็สั่งถอย

อีกด้านหนึ่งครับจนท.ข้ามมาจากสะพานปิ่นเกล้า เป็นกองกำลังที่มาจากตจว.ต้องเอารถเอาราแล้วก็มีอาวุธมาด้วยใส่มาในรถ เพราะเป็นอาวุธประจำหน่วย ไปไหนก็ต้องพาไปด้วย แต่ว่าไม่ได้เอาอาวุธนั้นมาแจกจ่ายให้ทหารเลย ทหารยังคงถือโล่ถือกระบองเหมือนกับที่ไปปฏิบัติการที่สะพานมัฆวาน

กลุ่มผู้ชุมนุมก็เข้าไปยึดรถ ยึดอาวุธ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำการต่อสู้ หรือทำร้ายประชาชน ยอมแล้วก็พอตอนเย็นก็ถอย แต่ว่าในส่วนที่โชคร้ายคือ กำลังจนท.ที่ไปปฏิบัติการอยู่ที่บริเวณถนนดินสอ สี่แยกคอกวัว บริเวณหน้ารร.สตรีวิทยา เข้าไปปฏิบัติการแล้วถูกกลุ่มนายจตุพรปลุกระดมคนมาล้อมหน้าล้อมหลังถอยไม่ได้ พอถึงเวลาตอนเย็นถอยไม่ได้กลายเป็นเป้าสังหารของกลุ่มนายจตุพร

สนล. : สั้นๆ นายสุเทพบอกหยุดปฏิบัติการที่กระทรวงเกษตร แล้วไอ้หน่วยที่มันไปโผล่อยู่ที่ถนนดินสอ สี่แยกคอกวัว รวมถึงรถขนอาวุธมาที่สะพานปิ่นเกล้า และมีการตั้งด่านสะกัดตรงสะพานปิ่นเกล้ามันหมายความว่าอย่างไร? แล้วนี่นายสุเทพยังมาโกหกหน้าตาย บอกว่ายุติการปฏิบัติการในตอนเย็น? ทหารโชคร้ายถูกล้อมหน้าล้อมหลังออกไม่ได้? ทหารมีแต่โล่และกระบอง? นายสุเทพมาเบิ่งตาดูนี่

(จิ้มดูคลิป) ช่วงทหารใช้ปืนอาวุธสงคราม Tavor Tar21 ยิงใส่กลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังถอยในแนวระนาบ
(จิ้มดูคลิป) ที่ยังคงมีการประกาศดำเนินสลายการชุมนุมในช่วงกลางคืน "ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ถอยห่างจากพื้นที่ชุมนุมเดี๋ยวนี้)
(จิ้มดูการประชุม) ที่ทำให้มีการสั่งการปฏิบัติการในตอนกลางคืน

ยังไม่นับรวมการใช้รถหุ้มเกราะ การยิงแก๊สน้ำตาจากเฮลิคอปเตอร์ นี่ไงมาตรฐานสากล และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้นายเกรียงไกร คำน้อย คือผู้ถูกยิงเสียชีวิตศพแรกจากการปะทะกันที่สะพานมัฆวานในช่วงบ่าย

นายสุเทพ : นี่คือที่มาของกองกำลังชุดดำ มีด้วยกัน 4 หน่วย หน่วยแรกคือกลุ่มนักรบโรนิน กำเนิดโดยพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ครับ เริ่มฝึกครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2551 ประมาณ 80-100 คน ใช้สถานที่ฝึกคือที่สนามหลวงนี่เอง ฝึกการต่อสู้ ตอนแรกก็ใช้ไม้พลองแทนปืนครับ แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ได้มีคนถ่ายรูปเอาไว้ได้ แล้วในที่สุดออกมาปฏิบัติการในวันที่ 10 เมษายนด้วย แล้วร่วมก่อเหตุรุนแรงฆ่าเจ้าหน้าที่ เราออกหมายจับ จับกุมตัวได้แล้ว ชื่อนายสุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง บลาๆๆๆ

สนล. : ที่มาของการฝึกมวลชนที่ท้องสนามหลวง (ผมไม่ขอเรียกว่ากองกำลัง) เกิดขึ้นจากสาเหตุที่นปก.ได้เคลื่อนพลจากสนามหลวงจะไปตั้งเวทีต้านพันธมิตรที่สะพานมัฆวาน แล้วเกิดการปะทะกันกับพันธมิตร จนเป็นเหตุให้นายณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง ถูกรุมตีเสียชีวิต และนปก.ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตีและถูกยิงจำนวนมาก (ตอนนั้นยังไม่ได้เรียกเป็นคนเสื้อแดงหรือใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์)

เสธ.แดงจึงทำการรวบรวมเหล่าแนวหน้าประชาธิปไตย ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยคนร่อนเร่ พเนจร คนจนชนรากหญ้าติดดิน นอนกลางดิน กินกลางทราย มีแต่ตัวและหัวใจ ยึดสนามหลวงทำเป็นบ้าน ที่ทำงาน และที่ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารและพันธมิตรที่ยึดทำเนียบไปในตัว ที่ผมขนานนามเรียกพวกเขาว่า "สิงห์สนามหลวง" ถ้าจะให้เรียกสั้นๆ ก็เรียกว่า ฮาร์ดคอร์ มาทำการฝึกแบบทหารเพื่อให้พวกเขามีความเป็นระเบียบ มีวินัย และสามารถทำการป้องกันตนเอง ภายใต้ชื่อ นักรบพระเจ้าตาก

นักรบพระเจ้า ชื่อที่ถูกตั้งโดยเสธ.แดง เรียกขานให้ดูน่าเกรงขาม เป็นการตั้งชื่อเกทับข่มขวัญพันธมิตรที่มีนักรบศรีวิชัย และถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขา(นักรบพระเจ้าตาก)มีการเผชิญหน้ากันกับพันธมิตร(นักรบศรีวิชัย)อีกครั้ง พวกเขาจะได้ไม่ถูกพวกพันธมิตรรุมตีจนได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ชุดที่ใส่ อาหารที่ให้รับประทาน ก็ล้วนมาจากเงินบริจาคของคนที่ศรัทธาในประชาธิปไตย

การฝึกฝนก็ทำกันโดยเปิดเผย สื่อรู้ รัฐรู้ พันธมิตรรู้ ตำรวจรู้ ทหารรู้ สนธิ ลิ้มฯรู้ บิ๊กป๊อกผบ.ทบ.ในขณะนั้นรู้ ใครๆ ก็รู้ แต่สุเทพกลับไม่รู้ เลยทำการสร้างเรื่องเชื่อมโยงแบบมั่วๆ เหมือนแผนผังล้มเจ้าที่นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาศอฉ. ออกมายอมรับว่าเป็นความผิดพลาดเป็นตราบาปของศอฉ. ที่จตุพรนำมาเปิดเผยในสภา

ต่อมาภายหลัง นักรบพระเจ้าตาก ก็ได้อาสามาเป็นการ์ดให้กับกลุ่มนปก.ได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ก็ต้องมีอันต้องสลายตัวไป เพราะบิ๊กป๊อกใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาสั่งการทำการบังคับ แต่ความจริงพวกเขาไม่ได้หายไปไหน เพราะสนามหลวงคือที่สิงสถิตย์ของพวกเขา เวลามีการชุมนุมของนปก. นปช. กลุ่มคนเสื้อแดง หรือจะเป็นกลุ่มอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ตรงกันข้ามกับพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ พวกเขาก็จะเสนอตัวสมัครเป็นการ์ดอาสา อาชีพชั่วคราวที่สร้างรายได้และสร้างความอบอุ่น ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องเสื้อแดง

นี่คือ บทสัมภาษณ์สุดท้ายของเสธ.แดงในวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิต

นักข่าว : เรารู้ว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะเข้าตี แต่ไม่เตรียมแผนอะไรเลย?

เสธ.แดง : ประชาชนจะรบ พี่ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เขารบไม่มีรูปแบบ เดินให้กำลังใจอย่างเดียว แล้วเขาจะรบอย่างไร เราก็ไม่รู้เหมือนกัน

นักข่าว : แล้วนักรบเสื้อดำนี่ล่ะครับเกิดอย่างไร?

เสธ.แดง : ชุดดำจะมี จะมีโผล่มา โผล่มาในจำนวนเท่าเดิมน่ะ มาคอยสร้างความชอบธรรม เที่ยวถือปืนมาเดินเก้งก้าง มันเป็นคนของรัฐบาล ที่มันถือปืนที่วิภาวดีรังสิต แล้วเมื่อวันที่ 10 แล้วคอยวิ่งโชว์ กล้องถ่าย

นักข่าว : ที่บอกว่าจะเผาห้างคืนนี้ เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน(13 พ.ค.)

เสธ.แดง : ไม่มี ไม่เห็นมีพูดกัน

นักข่าว : ??? (ฟังไม่รู้เรื่อง)

เสธ.แดง : อ๋อไม่มี พี่แดงคนเดียว ไม่มี พี่แดงคนเดียวไม่เคยมีใครเคยเห็นอาวุธพี่เลย มีแต่ขวัญกำลังใจอย่างเดียว กองกำลังไม่ทราบฝ่ายมันมาจากไหนยังไม่รู้เลย การ์ดเป็นการ์ดที่มาจากจังหวัดต่างๆ มารวมกัน

นักข่าว : แล้วพวกนักรบพระเจ้าตากที่เคยฝึกไว้?

เสธ.แดง : มันจบไปแล้วเมื่อสองปีที่แล้ว สลายทัพไปแล้ว วันนี้มันเป็นการ์ดที่มันมาคู่กับประชาชนตามจังหวัดต่างๆ 75 จังหวัด

ปล. ประเด็นนายหรั่ง สุรชัย และเรื่องอื่นๆ ที่นายสุเทพโกหกไว้ในการชี้แจง ผมขอยกเอาไว้ตอนหน้าครับ

[แก้ไข link]

แก้ไขเมื่อ 06 เม.ย. 54 02:40:16

จากคุณ : สิงห์สนามหลวง
เขียนเมื่อ : 21 มี.ค. 54 06:39:26 A:61.90.21.4 X:



ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com