 |
คห 18
ใครครับ ตอบไม่ได้
นายกษิต ก่อนเกษียร เขาเรียกว่าเป็นฑูตอันดับหนึ่งของประเทศ ในวงการ เขาถือกันว่า คนเจ๋งที่สุด ขึ้นถึงจุดสูงสุดในฐานะฑูต คือได้ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี (อันนี้เขาว่ามา) เรามาดูประวัติการทำงาน ของนายกษิต กันดีกว่า
นายกษิต ภิรมย์ เริ่มเข้ารับราชการที่ กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ในฐานะข้าราชการชั้นผู้น้อยผ่านงานที่กรมองค์การระหว่างประเทศ กรมสารนิเทศ[5] ในปี พ.ศ. 2512 จึงได้รับตำแหน่ง เลขานุการตรี กองการเมือง กรมองค์การระหว่างประเทศ และเติบโตก้าวหน้าในราชการโดยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเลขานุการโทและเลขานุการเอกในหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นในปี พ.ศ. 2526 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับผู้อำนวยการกอง โดยนายกษิตได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองต่าง ๆ ได้แก่ กองพาณิชย์และอุตสาหกรรม กรมอาเซียน, กองสนเทศเศรษฐกิจ กรมเศรษฐกิจ และกองนโยบายและวางแผน สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และในปี พ.ศ. 2531 จึงเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจ และเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง (รับผิดชอบกิจการยุโรป) กระทรวงการต่างประเทศ หลังจากนั้น จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2534[4][6]
หลังจากนั้น นายกษิต ภิรมย์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ ต่างประเทศหลายแห่ง กระทั่งเกษียณ ในปี พ.ศ. 2548 ได้แก่
ปี พ.ศ. 2537 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ปี พ.ศ. 2540 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ปี พ.ศ. 2544 : เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, เอกอัครราชทูต ณ บอนน์และกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ปี พ.ศ. 2547 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปี พ.ศ. 2548 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา[4][6][7] [แก้] การดำรงตำแหน่งอื่น ๆนายกษิต ภิรมย์ ยังดำรงตำแหน่งอื่น ๆ เช่น[5]
ผู้แทนประจำประเทศไทย องค์กร Caux Round Table ส่งเสริมเรื่องธรรมาภิบาลและระบบทุนนิยมที่มีศีลธรรม ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ อนุกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะที่ 1 ----------
เรียกได้ว่า นายกษิตเหมาะสมที่จะเป็น รมต ต่างประเทศ อยู่แล้ว โดยประสบการณ์และความสามารถ แต่มามีปัญหาตรงที่ว่าไปร่วมบนเวทีพันธมิตร
ปชป เขาก็ตั้งนายกษิตเป็น รมต ครับ เพราะนายกษิต เป็นรองนายกเงาอยู่แล้วตั้งแต่ ปชป เป็นฝ่ายค้าน ส่วนนายกษิตจะเคยไปทำอะไรในฐานะส่วนตัว ก็ต้องรับผิดชอบทางกฏหมายไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีปัญหา
ทีนี้ถ้าจะเทียบเคียง กรณีนายจตุพร ต้องบอกว่าอย่าเอาขี้หมาอย่างนายจตุพรมาเทียบครับ แม้คดีความที่ติดตัวจะใกล้เคียง แต่ความรู้ความสามารถแตกต่างกันอย่างกับฟ้ากับนรกขุมสุดท้าย เรียกว่าถ้าจตุพรเป็น รมต ได้ คนใช้ที่บ้านผมก็เป็นได้ เพราะน่าจะกากพอๆกัน เผลอๆ คนใช้ที่บ้านเรียนราม จะจบเร็วกว่าจตุพรอีก
บ้านเมืองไม่ใช่ของเล่น จะมาปูนบำเหน็จให้ใครด้วยตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศ โดยไม่สนใจความรู้ความสามารถมันไม่ได้
จากคุณ |
:
เด็กรู้ทัน
|
เขียนเมื่อ |
:
14 พ.ค. 55 14:30:05
A:118.174.141.228 X:
|
|
|
|
 |