เรื่องเล่าคั่นเวลา - เมื่อผมจุดไต้ตำตอ
|
 |
เห็นการรวมตัวของเสื้อแดงที่ราชประสงค์ เห็น reaction จากภาคส่วนต่างๆ เห็นบรรยากาศการรวมตัวของกลุ่ม "Nonแดง" ที่พันทิบ-ราชดำเนิน ทำให้หวนคิดถึงบรรยากาศ แดง-เหลือง สมัยก่อน ที่ใครเจอกันต้องเลียบๆเคียงๆถามว่าใครเหลืองใครแดง ผมเลยนึกได้ถึงเรื่องจริงที่ไม่ได้ผ่านจอของตัวเอง จะมาเล่าให้ฟังถือเป็นโฆษณาคั่นเวลาเล็กๆน้อยๆนะครับ
------------------
วันนั้นตอนเย็นโพล้เพล้ ท้องฟ้าภายนอกผีกำลังช่วยกันตากผ้าอ้อมอย่างเนิบนาบแต่ก็ดูสวยงาม ภายในร้านอาหารอันหรูหราพอใช้แห่งนั้น ถ้าซูมเข้าไปในห้องพิเศษจะเห็นว่ามีกลุ่มคนนั่งอยู่ 6 คน ลักษณะการนั่งเหมือนว่าจะแบ่งฟากกันกรายๆ ซึ่งนั่นก็เพราะเขามาจากคนละบริษัทและกำลังเจรจาธุรกิจกันอยู่ มองไปที่ด้านแรกคนท้ายสุด จะเห็นชายคนหนึ่ง เรียบร้อยสุด เด็กสุด และหน้าตาดีสุด แต่นั่งตัวลีบสุดอยู่ท้ายแถว ใช่แล้วครับ...ผมเองละ ^^
ผมตามผู้ใหญ่มาเจรจาความเมืองกัน อีกฟากของโต๊ะก็เป็นผู้ใหญ่ซึ่งมาจากฝั่งเครือบริษัทที่ใหญ่คับประเทศ กิจการในกลุ่มของพวกเขาคาบเกี่ยวพัวพันไปด้วยกลไกหลักของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และปิโตรเคมี ที่มากันนี้เป็น Directorในส่วนงานกลุ่มด้านปิโตรเคมี ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นที่ตอนนั้นผมยังเป็นเบ๊ของเขาอยู่ที่นั่น กำลังต้องการจะ joinด้วย จึงจะมีการแต่งงานเล็กๆทางธุรกิจระหว่างกันเพื่อให้กำเนิดกิจการเล็กๆมาทดลองตลาด
หลังรายละเอียดทางเทคนิคอันยืดยาวจบสิ้น ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการดื่มกินอันสำราญ "แอบมาซุ่มน้อย"ซึ่งนั่งน้ำลายบูดมาตั้งนานเริ่มมีเสียงให้ได้ยินขึ้นมาบ้างหลังจากได้เบียร์(ขวดเขียว)ไหลผ่านลำคอไปหลายแก้ว ที่จริงในใจยอมรับว่า"เบื่อโคดๆ" พวกผู้ใหญ่นี่เขาชอบคุยอะไรกันแล้วก็หัวเราะกันเอิ๊กอ๊าก...หัวเราะในสิ่งที่เราคิดว่า"มันน่าขำตรงไหนกันวะ?" และในที่สุด การสนทนาก็วกมาลงที่เรื่องการเมือง อา..ของชอบมาแล้ว..."แอบมาซุ่มน้อย"หูเริ่มผึ่ง มือกระดกเบียร์เพิ่มลงกระเพาะ
"คุณคิดยังไงกับการที่เขาชุมนุมกันอยู่ตอนนี้ครับ" เจ้านายผมโยนประเด็นร้อนขณะนั้น ช่วงที่มีการยึดทำเนียบโดยสีเหลืองลงบนโต๊ะอาหาร "ผมว่า...มันก็เป็นวิถีของเขาละนะ ที่จะทำอะไรตามที่พวกเขาเห็นชอบ อยู่ที่ฝ่ายรัฐว่าจะหาทางรอมชอมได้ยังไง" ผู้ใหญ่อีกฝั่งตอบ(กั๊กๆ)
เอาละวะ..ตอนนี้ละ แอบมาซุ่มน้อยขอเกิดสักทีละวะ ได้จังหวะแล้ว...นั่งเคาะเท้าเข้าจังหวะมาตั้งนาน...เสียบห้องนี้ละ
"ผมว่าน่าสนใจตรงประเด็นการรวมตัวกันของคนกลุ่มนี้นะครับ ว่าแรงจูงใจที่แท้จริงมันคืออะไร? และประเด็นที่พวกเขาพยายามเรสลงสู่สังคมมันมีเหตุผล มีนัยยะขนาดไหน" โห..เท่ๆ เอาได้ๆ
สายตาอีก 5 คู่ หันมาที่ผม "คุณคิดว่ายังไงรึ?" ใครคนหนึ่งถามขึ้น เข้าทางเราแล้ว เจ้านายต้องภูมิใจในตัวผมแน่ๆ ฮี่ๆ "ก่อนที่เราจะย้อนขึ้นไปเรื่อยๆถึงต้นทาง ให้เริ่มต้นดูจากขบวนการที่กำลังชุมนุมกันอยู่นี้ ผมคิดว่าตั้งคำถามก่อนได้เลย ว่าการชุมนุมที่มีระบบมีรูบแบบ มีการจัดการอย่างดีเช่นนี้ ใครบ้างที่อยู่เบื้องหลัง? การดำเนินการแบบนี้จำต้องใช้ทุนมากต่อวัน และแหล่งทุนนั้นมาจากไหน?" ผมเริ่มเลคเชอร์ให้สังฆราชทั้งหลายฟัง ก็ตอนนี้ระดับดีกรีในตัวพอเหมาะแล้ว...ลุยเลยแอบฯน้อย ณ พันทิบ
"ผมก็เห็นเขาก็รับบริจาคกันอยู่นี่?" ผู้ใหญ่ที่สุดในวงท่านนั้นเอ่ยถาม "มันไม่น่าจะพอหรอกครับ ไอ้ที่เห็นนั่นผมว่ามันจิ๊บจ๊อย บริจาคกัน 10-20 100-200 นัยยะมันไม่มากเท่าไร เบื้องหลังต่างหากน่าขุดคุ้ย" ผมขยายแผล
"คนที่เห็นด้วยและสนับสนุนเขาก็มีเยอะนะ คุณอย่าหมิ่นเขาไป คนทั้งประเทศบริจาคให้เขาเยอะแยะ" ผู้ใหญ่ฝั่งนั้นถ้าจะชอบเรื่องนี้แฮะถึงได้ต่อความยาวกับผม "มันก็มีแต่ชาวบ้านที่คิดไม่ทันโดนมอมเมาด้วยทีวีกรอกหูอยู่นั่นละครับที่ช่วยสนับสนุนกันไปบ้าง คนปกติใครเขาจะไปดูมันกัน มีแต่พวกถูกมอมเมา ชอบความก้าวร้าว คิดน้อย ชอบให้คนอื่นคิดให้นั่นแหละครับ ถึงจะเอาด้วยกับพวกนี้ ตกเป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัว" เป็นเพราะแอลกอฮอล์นั่นแหละที่ทำให้ผมเผยความในใจออกไปซะชัดขนาดนี้
ผู้ใหญ่ท่านนั้น ท่านที่อาวุโสสูงสุด และดำรงตำแหน่งสูงที่สุด นั่งนิ่งมองหน้าผมเขม็ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างช้าๆ ชัดๆ "ก็มีเมียผมนี่แหละ เขาดูทุกวัน บางวันเขาก็ไปร่วมด้วย ซื้อข้าวซื้อของไปบริจาค เงินบริจาคแต่ละทีก็ไม่เคยต่ำกว่าครั้งละ 5,000 ผมเองไม่ค่อยว่าง เลยไม่ได้ไป แต่อยู่บ้านก็ดูทีวีอยู่บ้าง ตามๆข่าวอยู่ตลอด"
"..!?!..."
คุณรู้จัก dead air ไหมครับ? ผมรู้จักและซาบซึ้งความหมายของ dead air ก็ในตอนนั้นแหละ!!
กลุ่มเจ้านายของผมโชว์ความเป็นมืออาชีพโดดเข้ารับสถานการณ์ทันทีโดยใช้เสียงหัวเราะนำ แซวผมนิดหน่อย แล้วรีบเปลี่ยนประเด็นไปทางอื่น แต่สำหรับผม เบียร์ไม่อร่อยแล้ว..อยากกลับบ้าน..คิดถึงบ้าน..บ้านจะสบายดีไหมนะ...
--------------
นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับผม และเป็นบทเรียนสำคัญที่สอนผมให้รู้จักถึงความระงับยับยั้งชั่งใจ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ คิดอะไรคิดในหัวอย่าให้ออกปากหมด รู้จักกลั่นกรองให้ดีก่อนที่จะนำเสนอ เพื่อนๆระวังๆกันบ้างนะครับเวลาคุยกับใคร ขออย่าได้จุดไต้ตำตอเหมือนผม แม้จะมีความจริงใจ กล้าแสดงออก หรือเป็นคนเปิดเผย แต่ยังไงก็ต้องอยู่ภายใต้กาลเทศะ และกฏธรรมชาติของการอยู่ร่วมกันอยู่ดี
จากคุณ |
:
แอบมาซุ่ม
|
เขียนเมื่อ |
:
21 พ.ค. 55 16:32:38
A:125.25.242.39 X:
|
|
|
|