ที่มา Bloomberg Businessweek
ขออนุญาตแปลย่อๆครับ
จีดีพีขยายตัวร้อยละ 0.3 ซึ่งเกินความคาดหมายที่ประเมินไว้ในการสำรวจว่าจะหดตัวร้อยละ 0.5
ทั้งนี้ จีดีพีของไทยหดตัวถึงร้อยละ 8.9 ในไตรมาสที่แล้วเนื่องจากประสบกับภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว
ผลจากการที่เศรษฐกิจขยายตัวเกินคาดนี้ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจชะลอมาตรการลดอัตราดอกเบี้ยออกไปถึงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงมีความเสี่ยงจากวิกฤษหนี้ของประเทศยูโรโซนและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
โรงานต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 70 ปี ต่างกลับมาผลิตเต็มที่ เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าที่สามารถกลับมาเดินสายพานการผลิตเต็มที่เมื่อปลายเดือนมีนาคม
"การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยกำลังดำเนินไปด้วยดีและเกินความคาดหมายหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม มีแนวโน้มที่จะทำให้แบงค์ชาติต้องมาเน้นเรื่องความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ" Sacha Tihanyi นักวางแผนกลยุทธด้านอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคาร Scotiabank กล่าว " เราจะเห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแต่คงไม่ใช่ฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด"
เดือนนี้ธนาคาแห่งประเทศไทยตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมและคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตถึงร้อยละ 6 ในปีนี้ ขณะที่ IMF กล่าวถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยว่า ประเทศไทยยังสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นได้อีกและสามารถออกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามประเทศต่างๆในอาเซียนยังคงมีความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ของประเทศยูโรโซน ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง และความเสี่ยงจากเศษรฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่ฟื้นตัวดี โดยเฉพาะความต้องการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศยุโรปที่อ่อนแรงจะมีความเสี่ยงต่อประเทศสิงคโปร์และไทยที่พึ่งพาการส่งออกมากกว่าร้อยละ 50 ของจีดีพี
กำลังการผลิตเต็มที่และการส่งออกจะกลับมาในไตรมาศที่ 2 โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็คทรอนิกส์
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมต.คลังกล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกอาจจะเติบโตได้ถึงร้อยละ 15 ในปีนี้
หลังจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 2 ปีเมื่อเดือนเมษายน ตัวเลขการผลิตในอุตสาหกรรมและยอดการส่งออกลดลงเมื่อเดือนมีนาคม ขณะนี้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการเริ่มฟื้นตัว
อัตราเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันบวกค่าแรงที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ำให้รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
นาย Richard Han ซีอีโอของ บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ ผู้ผลิต/ประกอบเซมิคอนดัคเตอร์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีกำลังการผลิตเพียงร้อยละ 50-55 จากสูงสุดเมื่อปีที่แล้วก่อนประสบกับน้ำท่วม ให้สัมภาษณ์ว่า
"บริษัทไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆรวมทั้งการช่วยเหลือด้านภาษี ยังมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอีกมากที่กำลังประสบกับปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วันอยู่"
ในภูมิภาคอาเซียน เศรษฐกิจของไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอินโดนิเซีย เติบโตถึงร้อยละ 11 เมื่อไตรมาศที่แล้ว (มกราคม-มีนาคม 2555) หลังจากที่หดตัวร้อยละ 10.8 ก่อนหน้านี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2554)
------------------------------------------------------------------------------------
เป็นข่าวดีที่เศรษฐกิจเราขยายตัวดีเกินความคาดหมาย
แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังประสบปัญหา เครื่องจักรเสียหาย กำลังการผลิตหายไปกว่าครึ่ง
รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือใดๆต่ออุตสาหกรรมการผลิตที่ประสบกับปัญหาอุทกภัยเมื่อปีแล้วก็ควรเร่งดำเนินการนะครับ เขาบ่นออกมาดังๆแล้ว
------------------------------------------------------------------------------------
แก้ไขเมื่อ 21 พ.ค. 55 23:00:45