ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของพวกเราที่เรียกตัวเองว่า"แดง" ว่าแม้จะเป็นโทนสีเดียวกัน แต่ก็อาจจะมีต่างเฉดสีกันบ้างนิดหน่อย พวกเรามีความต่างชนิดที่ว่า คนสีอื่นไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าเขาสมองไม่ดีพอจะเข้าใจ เพียงแต่สมองเขาโดนชื่อ"ทักษิณ"ปิดกั้นจนมองอย่างอื่นไม่เห็นเท่านั้นเอง อย่างไรก็ดีสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเราขณะนี้เริ่มมีความคิดลักษณะน้ำแยกสายไผ่แยกกอมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่ทำให้บางคนดีใจยิ่งนัก ถึงกับตีปีกกันพึบพับด้วยคิดว่าแดงกำลังจะแตกกัน
แต่ที่จริงเราแค่คิดไม่ตรงกันบ้าง และถ้าคิดไม่ตรงกันเราเลือกที่จะพูดมันออกมา เราเลือกที่จะใช้เหตุผลเข้าพูดคุยฉันท์เพื่อนฝูง เราอาจมีขึ้นเสียงกันบ้าง แต่เพื่อนกันย่อมเข้าใจกัน และถ้าไว้ใจกันซัดกันได้เต็มที่ย่อมทำให้เราผูกพันมากขึ้น ผมเชื่อว่าพวกเราไม่เคยลืมความจริงข้อหนึ่งว่า พวกเราทุกคนต่างก็ปราถนาในสิ่งเดียวกันแน่ๆ นั่นก็คือ ประชาธิปไตยที่อยู่ในอำนาจของปวงชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ครึ่งใบหรือแบบไทยๆอย่างที่เป็นมา เพียงแต่ตอนนี้เรากำลังถกกันอย่างอึงมี่ถึงวิธีที่จะดำเนินไปสู่เป้าหมาย ซึ่งต้องยอมรับว่ามีบางจุดที่เราเห็นต่างกันครับ กล่าวคือ
เพื่อนเสื้อแดงบางกลุ่มเข้าใจบริบทการเมือง และคิดว่าในสถานะการณ์ปัจจุบันนี้ เพื่อไทย- นปช ออกตัวไม่ได้ เพราะได้เอาตัวเข้าผูกพันกับการเมืองไปแล้ว การเคลื่อนไหวใดๆจะทำให้กลายเป็นประเด็นการเมือง และไม่ถูกยกขึ้นเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสากลสำหรับบางเรื่อง ดังนั้นจำเป็นต้องบ่มให้สุกงอมยิ่งขึ้น ต้อง ลับ-ลวง-พราง ต้องอดทน ต้องใจเย็น ค่อยๆเคลื่อนไหวอย่างมีหลักมีการ ปล่อยไปทีละสเต็บ เช่นขณะนี้ นักวิชาการเริ่มปูพรมฐานความคิดลงสู่สังคมในหลายๆด้าน มีการวางหมากเพื่อปลดล๊อคแต่ละด่านอย่างแยบยล เพื่อนกลุ่มนี้มอบความไว้วางใจเต็มที่ให้กับ เพื่อไทย-แกนนำ นปช. เชื่อใจและมั่นใจในศักยภาพที่จะเดินเกมบนเวที และพร้อมจะอดทนเคียงคู่กันไป
แต่ขณะเดียวกัน ผมและเพื่อนบางกลุ่มกลับมองอีกทางว่า อ้าว.. ตอนแรก นปช มันยังเพื่อประชาธิปไตยเพื่อประชาชนอยู่เลยนี่หว่า ตอนนี้มันดันกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองเต็มๆไปแล้ว จากที่สนับสนุนเฉยๆ ตอนนี้ดันเป็นเนื้อเดียวกันไปซะงั้น แล้วไอ้อะไรๆที่เคยเรียกร้องที่เคยกู่ก้องบอกฟ้าบอกดินเรียกหาความยุติธรรมในแผ่นดินนั่นละ ตอนนี้กลายเป็นหยุดไปเลย พอแล้ว ไม่เอาแล้ว จะรอจังหวะสังคมที่เหมาะสมก่อน แล้วฉันค่อยกลับมาร่วมใหม่ ตรงนี้แหละที่รู้สึกไม่สบอารมณ์ มันเหมือนถูกหลอกใช้ยังไงไม่ทราบ เพราะที่จริงไอ้กระแสสังคมที่เกิดขึ้นหนักๆ จนกระทั่งกลายเป็นที่มาของการต่อสู้แบบธุลีดิน มันก็มาจากการกระตุ้นสังคมอย่างหนักหน่วงโดยรวมทั้งหมดนี่แหละจึงเกิดกระแสขึ้น ถ้าลำพังนักวิชาการทั้งหลายจะสร้างโมเมนตัมในสังคมได้สักเท่าไรกัน อาการลักกะปิดลักกะเปิดของ แกนนำ นปช ที่ออกลูกกั้กไปหมดในตอนนี้ แม้แต่กรณีการเรียกร้องเรื่อง 112 เคสอากงและเพื่อนคนอื่นๆ ที่จริงดูไม่ยากว่าพวกเขาไม่กล้าเล่น เพราะว่ามีโอกาสที่ตัวเองต้องเข้าไปเป็นหน่วยการเมืองในเพื่อไทยจึงต้องถนอมตัวเอาไว้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เราเคลือบแคลงในอุดมการณ์ที่มี ว่าคืออะไรกันแน่? การปราศัยครั้งล่าสุดของทักษิณและแกนนำที่มีท่าทีปรองดองเหลือเกินยิ่งทำให้ต้องตั้งคำถามถึงจุดยืนของ เพื่อไทย-นปช-รัฐบาล มันอยู่ที่ไหน และมันคืออะไรกันแน่?
แม้จะคิดต่างกัน แต่ผมไม่ลืมว่ายังไงเราก็เป็นน้ำที่มาจากสายเดียวกัน แม้จะแยกสาย แต่ก็พร้อมจะไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำได้เสมอ หรือแม้เราจะแยกกอกันโตบ้าง แต่เราก็เป็นไผ่ที่มาจากต้นเดียวกัน หวังว่าคงมีเพื่อนเสื้อแดงบางส่วนคิดแบบเดียวกับผมบ้างนะครับในจุดนี้
จากคุณ |
:
แอบมาซุ่ม
|
เขียนเมื่อ |
:
22 พ.ค. 55 09:43:10
A:223.206.166.124 X:
|
|
|
|