ถูกบันทึกไว้เป็นความอัปยศที่สุดในประวัติศาสตร์สภาผู้แทนราษฎรไทย
ระหว่างการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ จำนวน 4 ร่าง
แยกเป็นเสนอโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ 1 ร่าง อีก 3 ร่าง
เสนอโดยส.ส.พรรคเพื่อไทยและส.ส.เสื้อแดง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนทั้งประเทศ
ไม่ว่าการบุกขึ้นไปกระชากแขน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาถึง
บนบัลลังก์ การขึ้นไปลากเก้าอี้ประธานสภาลงมา หรือการขว้างปาเอกสาร
ใส่ประธานสภา
ทั้งยังมีคิวหวุดหวิดวางมวยตบตีกันอีกหลายคู่ทั้งส.ส.หญิง ส.ส.ชาย
สวมวิญญาณทาร์ซานโห่ฮา ปล่อยตัวเงินตัวทองวิ่งเพ่นพ่าน
นับเป็นปรากฏการณ์สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์สภาไทยร้ายแรง
แม้แต่คนจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างมากกับการรวบรัดเสนอร่างพ.ร.บ.
ปรองดองเข้าสู่สภา ยังยอมรับไม่ได้กับพฤติกรรมกลุ่มส.สที่ใช้วิธีป่าเถื่อน
หยาบคาย
คุกคามประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ
ดั่งภาพนาทีอัปยศถ่ายทอดผ่านสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ โทร ทัศน์ รวมถึงคลิป
ทุกความเคลื่อน ไหวซึ่งถูกส่งกระจายกว้างขวางทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก
ไม่ว่าส.ส.ประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคจะพูดถึงสิ่งที่ลูก
พรรคกระทำอย่างไร แต่คนที่ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดประเมินว่างานนี้
ประชาธิปัตย์เสียมากกว่าได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีศักดิ์ฐานะเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ อันเป็น
ตำแหน่งที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ส่วนประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองก่อตั้งมานาน 66 ปี เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
ตอนนี้ อ้างตัวเป็นพรรคที่ยึดมั่นการเมืองในระบบรัฐสภามาตลอด
รุ่นใหญ่ในประชาธิปัตย์เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ คือ นายชวน หลีกภัย
นายพิชัย รัตตกุล และ นายมารุต บุนนาค
นั่งบนบัลลังก์ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติตรงที่เดียวกับ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
ทำหน้าที่ในปัจจุบัน
รัฐสภาไทยมีประธานสภาผู้แทนฯ มาแล้ว 25 คน แต่ละคนมีสไตล์ของตัวเอง
มีทักษะการคุมเกมในสภาแตกต่างกัน แข็งบ้าง ไม่แข็งบ้าง
แต่ไม่มีคนใดโดนคุกคามประชิดตัวเหมือนนายสมศักดิ
พรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนคัดค้านร่างพ.ร.บ. ปรองดอง มาตั้งแต่รู้ข่าว
ประธานสภาจะบรรจุเข้าวาระสภาผู้แทนฯ วันที่ 30 พ.ค.
โจมตีว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีเนื้อหาสาระสำคัญในการมุ่งนิรโทษกรรมช่วยเหลือ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พ้นจากคดีความทั้งหลายทั้งปวง
ได้ทรัพย์สิน 4.6 หมื่นล้านซึ่งถูกยึดไปกลับคืน
อันเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม และทำลายระบอบการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตย
ส.ส.ประชาธิปัตย์ตั้งแต่ระดับแกนนำ ไล่ไปจนถึงระดับกลางและระดับล่าง
ประกาศจุดยืนแจ่มชัดว่าพร้อมคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวถึงที่สุด
ทั้งในสภาและนอกสภา
แกนนำประชาธิปัตย์สั่งการส.ส.พรรคทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง
เพื่ออภิปรายคัดค้านการนำร่างพ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่การพิจารณาของสภาอย่าง
แข็งขัน
ส่วนการเดินเกมนอกสภา ประชาธิปัตย์เตรียมเปิดเวทีในต่างจังหวัดทั่วประเทศ
ดึงนักกฎหมาย นักวิชาการเข้าร่วมชี้แจงให้ประชาชนเห็นถึงด้านมืดของร่าง
พ.ร.บ.ปรองดอง
ซึ่งการเดินเกมทั้ง 2 ทางเป็นการเล่นตามกติกา ไม่ขัดระเบียบข้อห้ามแต่อย่างใด
หรือแม้แต่การที่ประชาธิปัตย์ประกาศสนับสนุน เชิญชวนกลุ่มพลังมวลชนทุกกลุ่ม
ทุกสีเสื้อ ทุกสาขาอาชีพออกมาร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนคัดค้านร่างกฎหมาย
ไม่ปฏิเสธการจับมือร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เป่านกหวีดเรียกรวมพลหน้ารัฐสภา
เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเพื่อไทยอีกทางหนึ่ง
ตราบใดที่ไม่มีการล้ำเส้นข้อกฎหมาย ไม่มีการใช้อาวุธความรุนแรง ไม่มีการ
ปิดล้อมขัดขวาง การชุมนุมใดๆ ถือเป็นสิทธิกระทำได้ตามกรอบวิถีทาง
ประชาธิปไตย
แต่หากการชุมนุมล้ำเส้นที่ว่าเมื่อใด
ก็เท่ากับผลักไสความชอบธรรมให้ไปอยู่กับฝ่ายตรงข้ามทันที
หากมองลึกลงไปถึงเบื้องหลัง ความปั่นป่วนวุ่นวายในสภาระหว่างการ
พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรอง ดอง เทียบเคียงกับจุดยืนที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้
ทุกอย่างยังเป็นไปตามเกมประชาธิปัตย์
ไม่ว่าการชูธงคัดค้านในสภาถึงที่สุดโดยไม่เลือกวิธีปฏิบัติ
หรือการยอม ?กลืนเลือด? หันกลับไปจับมือกับม็อบพันธมิตรฯ
เคลื่อนไหวนอกสภา
ปิดล้อมสภา ไม่ให้กลไกประชา ธิปไตยเดินหน้า
กระนั้นก็ตามเป้าหมายในสิ่งที่ประชาธิปัตย์กระทำลงไป คือความพยายาม
จะยื้อร่างพ.ร.บ.ปรองดองไม่ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งก็กระทำได้
เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
ถ้าต้องแลกกับศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของพรรคที่สูญสลายไปในพริบตา ไม่แน่ว่า
จะคุ้มค่าอย่างที่บางคนในประชา ธิปัตย์กล่าวเอาไว้หรือไม่
แทนที่ประชาธิปัตย์จะเล่นการ เมืองอย่างตรงไปตรงมาตามกฎกติกา
ด้วยการใช้เวทีสภาอภิปรายชี้ให้เห็นว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดองที่รัฐบาล
พยายามรวบรัดผลักดัน
มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง มีวาระแอบ แฝงในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกฯ อย่างไร คนกลุ่มใดบ้างที่จะได้รับประโยชน์ หรือสูญเสียประโยชน์
จากการปรองดองเพียงด้านเดียว
หรือถ้าปล่อยให้กฎหมายดังกล่าวออกมามีผลบังคับใช้ จะสร้างความเสียหาย
ให้กับประเทศชาติในมิติใดบ้าง
เงื่อนงำที่ถูกซุกซ่อนไว้ในร่างพ.ร.บ.ปรองดองเหล่านี้ต่างหาก ที่ฝ่ายค้าน
จำเป็นต้องคลี่คลาย ตีแผ่ให้ประชาชนในสังคมได้รับรู้รับทราบ
เพราะเชื่อว่าถึงมีคนจำนวนมากที่เห็นด้วยกับการปรองดอง
แต่ไม่เห็นด้วยหากว่าการปรองดองนั้นเป็นเพียงแค่ชื่อตบตา
แต่เนื้อหาข้างในกลับ อัดแน่นไปด้วยชนวนความขัดแย้งรอบใหม่
ไม่ใช่ใช้วิธีเล่นเกมอย่างนักการเมืองจนตรอก ป่วยเป็นโรคแพ้ซ้ำซาก
หน้ามืดตามัวยอมกระทั่งบากหน้ากลับไปขอคืนดีกับกลุ่มเคลื่อนไหว
นอกสภา ทั้งที่เคยตั้งเวทีด่ากันเละเทะมาแล้ว
เกณฑ์คนมาขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3dNVEF6TURZMU5RPT0=§ionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBeE1pMHdOaTB3TXc9PQ==
ไม่ว่ากันนะคะ เรื่องปรองดองนี่ ต้องมีคนยอมกลืนเลือด ไมใว่าจะสนับสนุน
หรือคัดค้าน ...
บิ๊กบัง ...คนแรก ...ที่กลืนเลือด เพราะปฏิวัติมากับมือ ...วันนี้ขอปรองดอง
นปช.เอง ก็ต้องกลืนเลือด เลิกค้นหา 91 ศพ ความจริง อยู่ที่ไหน ?
ส่วนที่ปชป.กลืนเลือด ก็ตาที่เขาเขียนนั่นแหละค่ะ
ถ้าไม่มีใครยอมกลืนเลือด ให้อภัยกัน มันก็อยู่กันแบบนี้แหละ