เก๋ ชลดา หันหน้าพึ่งปชป. ให้ช่วยผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์ หลังรัฐบาลทำเฉย
|
 |
เก๋ ชลลดา บุกสภาอีกรอบทวงพรบ.คุ้มครองสัตว์ พร้อมไปยื่นหนังสือให้ประชาธิปัตย์เพื่อช่วยผลักดันกฏหมายฉบับดังกล่าวให้สำเร็จ หลังจากที่กลุ่มคนรักสัตว์ได้ยื่นหนังสือและกฏหมายนี้มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว เผยตั้งแต่มาผลักดันรณรงค์เรื่องการไม่กินเนื้อสุนัข ก็โดนโทรศัพท์ข่มขู่มาโดยตลอด หลังจากที่ เก๋ ชลลดา เมฆราตรี สร้างความฮือฮาโดยการรวมพลดาราผู้รักสัตว์ไปที่รัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือให้รัฐบาลออก พรบ.คุ้มครองสัตว์ เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา เพราะสะเทือนอารมณ์จากข่าวการค้าสุนัขข้ามชาติ จนกระทั่งก่อตั้งโครงการ THE VOICE เสียงจากเรา และเตรียมจะจัดตั้งเป็นมูลนิธิเร็วๆ นี้ จากนั้นเก๋ก็เดินหน้าช่วยเหลือสัตว์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น สุนัข , แมว , ช้าง ฯลฯ โดยมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือโครงการ ผ่านไป 2 เดือนก็ยังไม่มีการฟีดแบคใดๆ จากรัฐบาล ทำให้ในวันนี้เวลา 8.30 น. เก๋กับเพื่อนดารา โบว์ เบญจศิริ วัฒนา และ แหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ รวมไปถึงกลุ่มคนรักสัตว์ มูลนิธิอนุรักษ์ช้าง , มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า , บ้านรักสัตว์ , Thailand Petrescue, AAA (Animal Activist Alliance) Thai Bangkaew & Nobody Project WFFT ฯลฯ เพื่อรวมตัวกันเพื่อทวงถามถึงความคืบหน้าของพรบ.คุ้มครองสัตว์ นอกจากนั้นแล้วเวลา 10.30 น. เก๋ก็ยังจะไปยื่นหนังสือให้ กรณ์ จาติกวณิช ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและเร่งรัดให้รัฐบาลผ่านกฏหมายฉบับนี้ ซึ่งมีการเรียกร้องจากกลุ่มผู้รักสัตว์เป็นเวลานานถึง 7 ปีแล้ว ซึ่งเก๋ก็ได้เปิดเผยถึงการทวงถามพรบ.คุ้มครองสัตว์ในครั้งนี้ว่า.... "เมื่อครั้งที่แล้วเราได้ยื่นเอกสารไปแล้ว และครั้งนี้เราก็อยากจะมาทวงถามความคืบหน้าว่า พรบ.คุ้มครองสัตว์ไปถึงไหนแล้ว ก็เป็นการรวมตัวกันอีกครั้งของพี่ๆ น้องๆ ที่รักสัตว์ ซึ่งเป็นการรวมตัวที่เยอะกว่าเดิม นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังจะเดินทางไปยื่นหนังสือให้คุณกรณ์เพื่อช่วยตรวจสอบและเร่งรัดเรื่องนี้ด้วย เพราะเรารอกฏหมายนี้มา 7 ปีแล้ว ในส่วนการทำงานของเก๋ที่ผ่านมาเราก็ได้มีการช่วยเหลือสัตว์มาโดยตลอด และโครงการ THE VOICE เสียงจากเราก็อยากจะตั้งใจทำให้เป็นมูลนิธิให้สำเร็จ ซึ่งการจะเป็นมูลนิธิได้ต้องมียอดจากผู้มีจิตเมตตาประมาณ 500,000 บาท ตอนนี้เราก็ทำมาได้ 200,000 บาท เกือบ 300,000 บาท แต่ก็มีการใช้จ่ายทุกวัน กับการช่วยสุนัข ช่วยแมว ช่วยช้าง ที่เจ็บป่วย ยังไงเก๋ก็จะพยายามผลักดันให้ได้ ตั้งแต่ทำงานมามันมีทั้งความสุขที่ได้ช่วยเหลือ และก็มีเรื่องที่น่าตกใจเกิดขึ้น เพราะจู่ๆ มีก็มีโทรศัพท์เข้ามาขู่อยู่บ่อยๆ ในหลายๆ รูปแบบ เก๋ก็เจอบ่อยจนชินแล้วค่ะ มีอยู่รายหนึ่งเก๋ไม่ได้รับโทรศัพท์เองให้น้องชายรับ เขาก็ขู่มาเลยว่า กูไม่กินหมาก็ได้แต่กูจะกินพี่มึ-แทน ตรงนี้ก็ทำให้ครอบครัวเป็นห่วงเก๋ น้องชายก็เตือนให้ระวังตัวบ้าง ซึ่งเก๋เองก็ระวังตัวอยู่แล้วปกติ เก๋จะไม่ขับรถเองจะมีคนขับรถให้ตลอด ถามว่ากลัวไหมก็เฉยๆ และเก๋ก็ไม่ท้อ ยังเดินทำต่อแน่นอน คุณพร้อม(แฟน) ก็อยู่เบื้องหลังคอยช่วยเหลือตลอด คอยเป็นสารถีให้ตลอดทางก็เป็นกำลังใจที่ดี เหนื่อยแต่ไม่ท้อค่ะเพราะอย่างที่บอกว่า ทุกอย่างมันรอไม่ได้นะคะ ต้องช่วยเหลือน้องหมา น้องแมว ให้เต็มที่
ข่าวจาก : ASTVผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9550000074883
ไม่ผิดห้องหรอกนะคะ เพราะชีเอาความเป็นดารามายุ่งกะการเมือง แบบเนียนๆ ขอติง รบ เหมือนกันนะคะว่า ไม่สร้างความเข้าใจต่อผู้ยื่นหน่อยเหรอว่า จะมีกระบวนการปฏิบัติการต่อเรื่องนี้อย่างไร?? แต่เอาความรู้สึกน่ะคะว่า "รำคาญ" ค่ะ เห็นหน้าก็รู้ว่าแนวไหน หุหุหุ ขอให้รักสัตว์จริงๆเถ๊ออออออออ
จากคุณ |
:
Vanwaew
|
เขียนเมื่อ |
:
19 มิ.ย. 55 11:08:41
A:202.57.180.107 X:
|
|
|
|