 |
ยิงบนรางบีทีเอส
กระสุนหัวเขียว ตร.ให้การศาล คดี6ศพวัดปทุม
ตร.ชุดทำคดี 6 ศพวัดปทุมฯ เข้าเบิกความต่อศาล ไต่สวน ชันสูตรการเสียชีวิต ยันโดนยิงด้วยกระสุน .223 หัวสีเขียว จากปืนเอ็ม 16 และทาโวร์ วิถีกระสุน จากบนรางรถไฟฟ้าลงล่าง ไม่มีกระสุนจากล่างขึ้นบน ยิงเหยื่อขณะต่อแถวเข้าห้องน้ำในวัด บางคนยืนอยู่หน้าวัด ขณะที่'น้องเกด'กับอาสากู้ภัยเข้าไปช่วยก็โดนยิงตายไปด้วย ย้ำบนรางบีทีเอสมีแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้น 'แม่เกด'มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ลูกถูกรัฐฆาตกรรม ต้องการให้ความจริงปรากฏ 'ใครสั่งการ' อีกคดีไต่สวน 'ชาญณรงค์' แท็กซี่เสื้อแดง พยานยันฝีมือเจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องการเสียชีวิต ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของนายสุวรรณ ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1, นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2, นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3, นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4, น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และนายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 โดยทั้ง 6 ศพถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานอัยการเตรียมพยานเข้าเบิกความ 7 ปาก ประกอบด้วย พ.ต.อ.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ รอง ผบก.น.6 นายขาล ศรีรักษา อายุ 65 ปี พ่อของนายสุวรรณ, นางอัญชลี สาลิกานนท์ อายุ 36 ปี พี่สาวนายอัฐชัย, นายสมใจ เข็มทอง อายุ 50 ปี พี่ชายนายมงคล, นางสมคิด สุขสถิต อายุ 61 ปี ภรรยานายรพ, นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน.ส.กมนเกด และนายถวิล ใสลำเผาะ อายุ 63 ปี ลุงของนายอัครเดช โดยมีนางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. เดินทางมาให้กำลังใจด้วย
พ.ต.อ.สืบศักดิ์เบิกความสรุปว่า ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ชุดที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2554 โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนมา ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลสอบสวน (บช.น.) สอบสวนต่อ เนื่องจากเชื่อว่าการเสียชีวิตของ 6 ศพในวัดปทุมฯ เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงทำหนังสือยื่นต่อสำนักงานอัยการสูงสุดขอให้ส่งพนักงานอัยการร่วมสืบสวนด้วย โดยการสอบสวนของชุดที่ 3 พบว่า คดีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ถึง 19 พ.ค. 2553 โดยกลุ่ม นปช.เริ่มชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน เพื่อขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นลาออก แต่รัฐบาลไม่ยอมทำตาม
พยานเบิกความต่อว่า จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจึงขยายการชุมนุมไปหลายพื้นที่ รวมถึงแยกราชประสงค์ มีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์จึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และแต่งตั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ขณะนั้นเป็น ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อระงับสถานการณ์รุนแรง รวมทั้งประกาศห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ห้ามเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม ห้ามเดินรถโดยสารบางพื้นที่ ห้ามให้บริการรถไฟฟ้าบางสถานี และตัดสาธารณูปโภค
พ.ต.อ.สืบศักดิ์เบิกความอีกว่า ต่อมาวันที่ 19 พ.ค.2553 แกนนำนปช.ประกาศยุติการชุมนุมเวทีราชประสงค์ พร้อมทั้งประกาศให้ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่วัดปทุมฯ รอเดินทางกลับบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐ 2 หน่วยงานลาดตระเวนบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และบนสถานีรถไฟฟ้าสยาม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุเพลิงไหม้หน้าห้างสยามพารากอน ระหว่างนี้นายสุวรรณที่กำลังต่อแถวเข้าห้องน้ำในวัดปทุมฯ ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ร่างกายเสียชีวิต ส่วนนายอัฐชัยถูกยิงขณะเดินข้ามถนนจากแยกเฉลิมเผ่ามาที่หน้าวัดปทุมฯ ในเวลาใกล้เคียงกัน นายรพ และนายมงคล ที่ยืนอยู่บริเวณประตูทางออกวัดปทุมฯ ถูกยิงเข้าที่ร่างกาย ส่วนน.ส.กมนเกด และนายอัครเดช เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ถูกยิงขณะก้มหลบกระสุนปืนบริเวณเต็นท์ภายในวัดปทุมฯ
รอง ผบก.น.6 เบิกความต่อว่า หลังเกิดเหตุนำศพทั้งหมดส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ พร้อมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนปืน พบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพ ยกเว้นนายอัฐชัย ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .223 หัวเขียว เป็นกระสุนที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 และปืนทาโวร์ ที่ใช้ในราชการทหาร เข้าอวัยวะสำคัญเสียชีวิต โดยวิถีกระสุนเป็นการยิงจากบนลงล่างเท่านั้น จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ประจำรางรถไฟฟ้าให้การว่า มีชายชุดดำยิงปืนขึ้นมา จึงยิงตอบโต้ไป แต่จากการตรวจรอยวิถีกระสุนไม่พบการยิงจากล่างขึ้นบน นอกจากนี้ ภาพถ่ายของประจักษ์พยานนำมาให้เจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุ พบว่าบนรางรถไฟฟ้ามีเพียงเจ้าหน้าที่ประจำอยู่เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ภายหลังศาลไต่สวนพยานปาก พ.ต.อ.สืบศักดิ์เสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งต่อไปในวันที่ 9 ส.ค. เวลา 09.00 น. และนัดต่อเนื่องไปทุกวันพฤหัสบดี จนครบ 32 นัด แบ่งเป็นพยานฝ่ายอัยการผู้ร้อง 17 นัด และพยานฝ่ายผู้เสียหายอีก 15 นัด
นายขาล พ่อของนายสุวรรณ กล่าวว่า ภายหลังลูกชายถูกยิงเสียชีวิตไปแจ้งความที่สน. ปทุมวัน ให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ที่ลงมือยิงมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยเชื่อว่าน่าจะมาจากฝีมือเจ้าหน้าที่ จนถึงขณะนี้ก็ดีใจที่คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล เพื่อจะค้นหาคนผิดมาลงโทษ แม้จะนานอีกกี่ปีก็จะรอความยุติธรรม
ส่วนนางอัญชลี พี่สาวนายอัฐชัย กล่าวว่า น้องชายเข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่รัฐประหารเมื่อปี 2549 เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม วันเกิดเหตุเพื่อนของน้องชายโทรศัพท์มาแจ้งว่า น้องชายถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 19 พ.ค.2553 กระสุนเข้าหน้าอกด้านซ้าย น.ส.กมนเกด พยาบาลอาสาช่วยปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ต่อมาน.ส.กมนเกดก็ถูกยิงตายตาม พร้อมกับนายมงคล และนายอัครเดช
พี่สาวเหยื่อปืนวัดปทุมฯ กล่าวว่า โดยก่อนหน้าที่น้องชายจะถูกยิงเสียชีวิตได้โทรศัพท์เตือนให้อยู่แต่ภายในวัด แต่ก็ถูกยิงเสียชีวิต อยากให้พิสูจน์ความจริงว่าใครเป็นผู้สั่งการ หรืออยู่เบื้องหลัง ไม่เฉพาะคดี 6 ศพที่หน้าวัดปทุมฯ แต่รวมถึง 98 ศพในเหตุการณ์สลายการชุมนุม แม้คดีจะเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาล ทำให้ดีใจขึ้นมานิดหน่อย เพราะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ทราบผลการไต่สวนจะออกมาอย่างไร แต่ไม่อยากให้เรียกผู้เสียชีวิตว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เพราะผู้เสียชีวิตคือประชาชนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อประเทศชาติ
ขณะที่นายสมใจ พี่ชายนายมงคล กล่าวว่า สันนิษฐานว่าผู้ที่ลงมือยิงเป็นเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน โดยยิงมาจากรางรถไฟฟ้า ตรงกับผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตำรวจ และดีเอสไอ ที่ระบุว่าเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องชาย เพราะไม่ได้ตายธรรมดา เป็นการถูกทำให้ตาย เจ้าหน้าที่ที่ยิงเป็นเพียงผู้รับคำสั่ง แต่คำสั่งน่าจะมาจากผู้มีอำนาจในศอฉ. การใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจจะไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นการทำเกินกว่าเหตุ
"กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ต้องมีความเมตตาธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ มองผู้ชุมนุมว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนสลายการชุมนุม จากเบาไปหาหนัก และไม่สามารถใช้กระสุนจริงได้ แต่นี่เป็นการใช้ความรุนแรงทันที ไม่มีการแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบ ทั้งที่ได้สลายการชุมนุมไปแล้ว" พี่ชายนายมงคลกล่าว
ส่วนนางสมคิด ภรรยานายรพ กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นว่ามาจากฝีมือใคร ขณะนี้ไม่อยากคิดอะไรมาก หลังจากนายรพ สามีเสียชีวิต ต่อมาลูกชายคนเดียวก็เสียชีวิตตามไปอีกในเดือนต.ค. ทุกวันนี้ต้องอยู่คนเดียว ปวดหัว นอนไม่หลับ อยากให้ปล่อยเป็นไปตามเรื่องตามราว
นางพะเยาว์กล่าวว่า ไม่เคยคิดว่าลูกสาวที่เป็นพยาบาลจะต้องมาเสียชีวิต เพราะไม่ว่าประเทศไหนที่รบกันหนักกว่านี้ยังไม่ยิงหน่วยแพทย์พยาบาลที่สวมปลอกแขนกาชาดภายในเต็นท์พยาบาลหน้าวัด รัฐบาลขณะนั้นยังออกข่าวโกหกว่าถูกยิงที่อื่นแล้วลากศพมาในวัด มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าลูกสาวถูกรัฐฆาตกรรม อยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ให้ความจริงปรากฏว่าใครเป็นผู้สั่งการสังหาร และเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ ให้เป็นประวัติศาสตร์ เจ้าหน้าที่รัฐที่สังหารประชาชนต้องขึ้นศาล ไม่ใช่แค่สร้างอนุสาวรีย์ให้ผู้ตาย ดีใจที่มีความหวังจากศาลที่เริ่มการไต่สวน แต่ยังห่วงเรื่องการ เสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ที่อาจนิรโทษกรรมคนทำผิดทั้งหมด
แม่ของน.ส.กมนเกดกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุไปแจ้งความที่กองปราบปราม ให้สอบสวนเอาผิดนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นอกจากนี้ จะยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในนำคดีสลายการชุมนุมปี 2553 ให้ศาลอาญาระหว่างประเทศรับพิจารณาอีกทางด้วย เพื่อพิสูจน์ความจริง
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดี ตามที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ สังกัด พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี ที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว เพื่อระงับเหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กับกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553 โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้นำพยานฝ่ายผู้ร้องเข้าเบิกความไต่สวนจำนวน 37 ปาก ใช้เวลา 10 นัด และให้ฝ่ายผู้เสียหายนำพยานเข้าเบิกความรวม 9 ปาก ใช้เวลา 5 นัด ครั้งแรกในวันที่ 14 ก.พ.2556 เวลา 09.00 น.
ขณะเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิต ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิตของนายชาญณรงค์ พลศรีลา คนขับรถแท็กซี่ ถูกยิงเสียชีวิตขณะยิงหนังสติ๊กต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ซอยรางน้ำ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2553
จากนั้นพนักงานอัยการนำพยานเข้าเบิกความ 4 ปาก อาทิ นางสุริยันต์ พลศรีลา ภรรยานายชาญณรงค์ และ นายนิก นอสติทซ์ ช่างภาพชาวเยอรมัน โดยนายนิกเบิกความยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่หลบอยู่หลังบังเกอร์ยางรถยนต์เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายชาญณรงค์ จนเสียชีวิต ภายหลังศาลไต่สวนพยานในวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดไต่สวนพยานครั้งต่อไปวันที่ 25 มิ.ย. เวลา 09.00 น.
ข่าวสดออนไลน์
จากคุณ |
:
น้ำมิตร
|
เขียนเมื่อ |
:
19 มิ.ย. 55 22:24:05
A:61.90.20.246 X:
|
|
|
|
 |