ผมขออนุญาตพูดคุยเรื่องนี้นะครับ ผมว่าเรื่องการหารอยตะเข็บจุดอ่อนทางตัวบทกฏหมายของแต่ละฝ่ายเก่งพอๆกันครับ
แต่ที่เหนือกว่ากันคือ การสร้างภาพและ ตัวละครที่อยู่เบื้องหลัง ที่มีใจอำมหิต
เหมือนกรณียุบพรรค ประชาธิปัตย์ ที่ออกข่าวปาวๆว่า นายชวน นำทีม สู้เพื่อพรรค เพื่อรักษาพรรค จนเป็นลมล้มพับ หามส่งโรงบาล อะไรนั้น
ผมว่า เป็นอุบายที่แยบยลที่คนในพรรคเก่าแก่นี้ ชำนาญในการเล่น กับกระแสสังคมอย่างมากครับ
เพราะวงใน คนที่ช่วยไม่ให้พรรคโดนยุบไม่ใช่นายชวน แต่คือนายอภิชาติ คนของฝ่ายวางแผนที่ วางคนไว้ แม้แต่ถ้อยคำที่ประกาศว่า สาเหตุที่ไม่ยุบพรรค ทางฝ่ายนั้นก็ใช้ถ้อยคำที่ " เล่น " กับอารมณ์คนฟังได้อย่างเชี่ยวชาญ นั่นคือ ไม่ใช้คำว่า ไม่ยุบ
แต่เลี่ยงไปใช้คำอื่นแทน ในทางกฏหมาย คนที่รอฟังคำแถลง ตามร้านกาแฟโบราณ ก็แหงนหน้า อ้าปากค้างกัน ไปตามๆกัน
เอาง่ายๆ กรณี คมช ที่มีคำพ่วงท้ายว่า ......อันเป็นประมุข
ทุกๆครั้งที่ออกอากาศ หรือออกคำสั่งคณะปฏิวัติ มันมีจิตวิทยาในการลูกล่อลูกชน กับคนฟัง แบบชักนำ ให้หลงเชื่อ
เอาเพียงแค่คนอย่าง นายประสงค์ นายมนูญ นายจำลอง นายชำนิ นายสุเทพ ก็ยังหามือวางมาเทียบในวิชามารยากครับ
คนอย่างนายภูมิธรรม นายชิดชัย จาตุรนต์ ตบ รุ่น 10 ยังหาใครเล่นกับพวกนี้ยาก ครับ
บ้านเมืองถึงลุกเป็นไฟอย่างนี้ ท่านทักษิณ สมัคร สมชาย ก็ล้มมาแล้ว
นี่มันช่ำชอง เชี่ยวชาญเกมแบบ หลับตาเห็น ว่าแผนจะเดินไปทางไหน ที่จะล้มรัฐบาลได้
อภิสิทธิ์นั้น ปิดประตู จบแล้วทางการเมือง
ทุกวันนี้ สุเทพแตะมือ นายกรณ์ ไว้รอเวลา นับถอยหลัง " โรงเรียนเปิดเทอม " ตามสำนวนประสงค์แหละครับ
พรรคเพื่อไทยเรา ผมพูดตรงๆนะครับ หากจะ " ชน " กับพวกเอี๊ยะนี้ พวกนายชำนิ นายสุเทพ ต้องใช้ เอี๊ยะๆ อย่าง เนรวิน
เพราะมันแพ้ทางกัน การเมืองหลังฉากมันแย่ครับ มันต้องทัน " สันดาน " กัน ไม่ใช่ เอามาตรามาสู้กัน
ก็กฏมันมีไว้แหก ทุกที่
พวกนี้มันกลัว กฏหมายที่ไหน พวกรักษากฏหมายสิกลัวพวกมัน มันถึงผยองอย่างทุกวันนี้ไงครับ
จากคุณ |
:
อาร์ต โฟล์คสวาเกน
|
เขียนเมื่อ |
:
27 มิ.ย. 55 04:01:55
A:49.49.44.59 X:
|
|
|
|