Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
'จุดจบ' ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ........ แนวหน้าออนไลน์ ติดต่อทีมงาน


 

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทำนายว่า
รัฐบาลภายใต้การนำของ “นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะอยู่ในอำนาจจน
พ้นสิ้นปี 2555 นี้ยากมาก

เขากล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี ในทำนองว่าตัวเขาเอง ไม่ยึดติดกับเก้าอี้
หากมีการเปลี่ยนแปลง เขาก็ยอมรับได้แล้วแสดงความคิดเห็นแถมท้ายกับนักข่าวว่า
“ส่วนตัวผมมองว่า การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีช่วงนี้คงทำได้ยาก และเป็นเรื่องเล็ก
เพราะช่วงนี้รัฐบาลกำลังมีมรสุมเยอะมาก จนต้องคิดว่าจะดำเนินการทั้งระบบเพื่อให้
อยู่ต่อได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น กรณีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์
ที่โดนสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยื่นให้ศาลอาญาถอนประกันคดีก่อการร้าย ปี 2553
ตลอดจนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจทำให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนถูก
ถอดถอนและเป็นเหตุให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องถูกยุบพรรครวมถึงปัญหาการแบ่ง
แยกสีก็ยังไม่จบสิ้นลง และดูเหมือนจะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลอยู่พ้นสิ้นปีนี้
ก็ทำได้ลำบาก”

ผมเองก็คิดคล้ายๆ กับรัฐมนตรีสุชาติ ว่า “บุญของยิ่งลักษณ์” และพรรคพวก กำลัง
จะหมดลงหลักใหญ่ใจความของเรื่อง อาจจะไม่เหมือนกับที่นายสุชาติมองเสียทีเดียว
กล่าวคือ ผมไม่มองจากเหตุภายนอกเป็นเบื้องต้นแต่มองจากเหตุภายในว่า

ก.รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้ “อุบัติ” มาเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ
แต่เธอกับพวกมีธุระอื่น ตามที่ “ผู้สร้าง” ตั้งโปรแกรมไว้

ข.เมื่อมีธุระอื่นอยู่ในใจ เธอจึงมิได้ทุ่มเทต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
เพื่อให้บังเกิดความซาบซึ้งแก่ประชาชนคนไทย ว่าเรามีนายกฯ ที่เก่ง
มีรัฐบาลที่ดี มีทิศทางการบริหารที่มีความหวังแต่เธอตั้งหน้าตั้งตาจะแก้
ปัญหาให้แก่ “ผู้สร้าง” ของเธอ

ค.เช่นนั้นแล้ว จึงมิได้ห้ามปราม( ^o^ )บริวาร ที่ออกอาการ “กร่างคับแผ่นดิน”
และระดมคนชั่ว นักเลง นักโกงกินมาทำงานอยู่รอบตัว
โดยไม่ใส่ใจว่าคนในสังคมจะคิดอย่างไร

ง.ประกอบกับตัวยิ่งลักษณ์เอง มิได้มี “สติปัญญา”ที่ดีพอต่อการเป็นผู้นำ
และมิได้กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และหา“ผู้ช่วยที่ดี” มาใช้งาน
งานทุกงานของเธอจึงล้มเหลวไม่เป็นท่าไม่เป็นที่น่าประทับใจของประชาชน
แม้แต่กับประชาชนที่ให้การสนับสนุนด้วย

จ.พูดง่ายๆ ว่า สมองส่วนหัวก็ห่วย สันดานส่วนหางก็ต่ำ จึงมุ่งทำแต่งานที่ตน
กับพวกจะได้ประโยชน์ สังคมจึงเริ่มตั้งข้อรังเกียจขึ้นทุกทีๆปัจจัยที่เป็น
“สนิมจากเนื้อในตน” เหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบ
“จุดจบ” เร็วและหนักตามกรรมของตนกระนั้นก็ตาม สิ่งที่นายสุชาติพูด
เรื่องหนึ่งที่มีน้ำหนักมากและเป็นเหตุเป็นผล อาจนำไปสู่การล้มครืนจาก
อำนาจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ คือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

กล่าวคือ ภายหลังจากมีผู้ไปยื่นคำร้องต่ออัยการและศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 ด้วยการชี้ประเด็นว่า พรรคเพื่อไทย
รัฐบาล และพรรคร่วม ได้ดำเนินการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง
แล้วไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการกระทำที่เข้าข่าย
“ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
และเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่มิชอบด้วยวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ
ซึ่งบัดนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนแล้ว ต้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึง

ผมคิดว่า พรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า ตนเองกับพวกมีความบริสุทธิ์ใจในการขอแก้ไข
รัฐธรรมนูญครั้งนี้หรือไม่ เพราะวิธีการขอแก้ ช่างเลวร้ายและไม่ชอบมาพากลจริงๆ
เริ่มต้นจากการตอบรับกระแสเสียงของมวลชนคนเสื้อแดงว่ารัฐธรรมนูญปี 2550
เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้มาจากการรัฐประหาร  โดยเลี่ยงที่จะพูดถึง “เนื้อหา”
ว่าดีงามแค่ไหน และไม่พูดว่า ได้ผ่าน “ประชามติ” จากคนทั้งประเทศด้วย
อ้างแต่เพียงว่า มาจากการรัฐประหาร ดังนั้น จึงชอบธรรมแล้วที่จะต้องแก้ไข
ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว บ้านเมืองยังมีกฎหมายที่มาจากคณะปฏิวัติ เช่น
คำสั่งคณะปฏิวัติ ประกาศคณะปฏิวัติ ฯลฯ บังคับใช้อยู่ แต่พวกเขาไม่เคย
สะดุ้งสะดิ้งกับกฎหมายเหล่านั้นเลยความจริงแล้ว การจะแก้รัฐธรรมนูญนั้น
เป็นสิ่งที่ไม่มีใครห้าม แม้แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ก็เปิดทางให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ 
โดยกำหนดวิธีไว้เสร็จสรรพ

แต่พรรคเพื่อไทยกับพวก กลับไปแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
ซึ่งกำหนดให้สส. หรือ สว. หรือประชาชนเข้าชื่อกันเสนอแก้เป็นรายมาตราไป
ไม่ใช่ยกเลิกทั้งฉบับ แล้วเขียนใหม่ โดยคนที่มิได้เป็น สส. หรือ สว.คือไพล่จะไปตั้ง
ส.ส.ร. มาเขียน เพียงเพื่อจะให้พ้นตัวว่า ฉัน ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่เกี่ยวข้อง
กับแก้ไขเลย  และยังไม่มีใครรู้เลยว่า เนื้อหาที่จะเขียนขึ้นใหม่นั้น ดีหรือเลวกว่าเดิม
อย่างไรทำเป็นรังเกียจว่า เป็นกฎหมายที่มาจากรัฐประหาร  ประหนึ่งรังเกียจว่า ไอ้เด็กคนนี้
พ่อมันเป็นมหาโจร  ต้องกำจัดเทือกเถาเหล่ากอของโจรทิ้งเสีย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง
ลูกโจรใช่จะเป็นโจรไปด้วย ลูกโสเภณี ใช่จะเกิดมาเพื่อค้าประเวณีเหมือนแม่ทุกรายไป

ฉะนั้น เมื่อดูวิธีการแล้ว สุดที่ประชาชนคนไทยจะไว้ใจในเรื่องนี้ 
จึงได้มีผู้ไปร้องต่ออัยการ  แต่อัยการไม่ทำงานเสียหลายเดือน 
พวกเขาจึงไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญเปิดทางไว้ 
สุดท้ายพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดงก็พยายามงัดข้อ
ว่าศาลไม่มีอำนาจรับเรื่องนี้ไว้ดำเนินการ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด
หรือเป็นความพยายามที่จะให้ประชาชนเข้าใจผิด
แล้วรุมด่าศาลอย่างที่กำลังดำเนินการกันอยู่ก็ไม่รู้

ดังนั้น
1.หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้อง ว่าพรรคเพื่อไทยและพวก
ดำเนินการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ โทษหนักเลยนะครับ ทั้งยุบพรรค ตัดสิทธิ
ติดคุก นี่คือจุดจบที่น่ากลัวของพรรคเพื่อไทย ซึ่งคนที่หวั่นไหวที่สุดคือ
“ทักษิณ ชินวัตร” เพราะโอกาสจะได้กลับแผ่นดิน กินเงินฟรี ป่นปี้ไปต่อหน้าต่อตา

2.เหตุที่ทักษิณต้องหวั่นไหว ก็เพราะพรรคเพื่อไทยคือเครื่องมือเดียว
ที่จะใช้เสียงข้างมากในสภา ยัดเยียดกฎหมายลบโทษล้างมลทินให้เขา เข้าสู่การพิจารณา
และยกมือลงมติให้ผ่านได้โดยง่าย  โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น เช่น อำมาตย์
หรือมวลชน  เราจึงเห็นทักษิณ ออกมาถีบหัวส่งมวลชนคนเสื้อแดงบอกว่าพายเรือมาส่ง
ถึงฝั่งแล้ว จะขึ้นรถขึ้นเขาต่อไปล่ะนะ  เพราะเขาแน่ใจในบริวารว่า จะขมีขมันทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ

3.สิ่งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เปิดเผยว่า มีการส่งคนมาทาบทามให้ร่วมรัฐบาล
โดยสามารถเลือกเก้าอี้ได้ตามใจชอบ ขอเพียง2 อย่าง คืออย่าขัดขวางกฎหมาย
ปรองดอง กับการแก้รัฐธรรมนูญเลย ก็เป็นเครื่องชี้อีกประการหนึ่งว่า คนที่เสนอ
เงื่อนไขนี้มา กำลัง “ดิ้นหลายชั้น-เล่นหลายหน้า” เพื่อให้ตัวเองพ้นผิดโดยเร็ว
แถมได้เงิน 46,000 ล้านบาท เป็นของแถมอีกด้วย เหตุที่ต้องเล่นเกมนี้ ก็เพื่อให้แน่ใจว่า
กฎหมายจะผ่านไปโดยไร้อุปสรรคเพราะลำพังบริวารในสภา แม้ว่าจะยกมือผ่านได้
แต่ก็อาจพบปัญหาจากพรรคฝ่ายค้านที่ต่อต้านทัดทาน
และเตือนภัยให้คนในสังคมรู้ทัน-รู้ตัว

4.โชคดีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เล่นด้วย และแฉเรื่องนี้ออกมา และโชคดีมาก
ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดินลงจากภูมากู้ชาติอย่างแข็งขันตาม
ปณิธานที่เคยประกาศไว้อย่างแน่วแน่ พร้อมๆ กับกลุ่มอื่นๆ อย่างเสื้อหลากสี
13 สยามไท กองทัพธรรม สยามสามัคคี และสายล่อฟ้า จึงต้องปิดสมัยประชุมสภา
เก็บกฎหมายนี้ไว้รอจังหวะใหม่

5.แผนสำรองซึ่งแนบเนียนกว่า คือ การใส่บทเฉพาะกาล นิรโทษกรรมและล้าง
มลทินไปในคราวเดียวกัน ซุกเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องมาติด ทั้งๆ ที่สภา
กำลังจะผ่านวาระ 3 แท้ๆ มาติดตรงไหนครับ ก็ตรงที่มีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนี่เอง
เราจึงได้เห็นกันทันตาว่า  ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็น “เป้า”ของเครือข่ายออกกฎหมาย
ช่วยมหาโจรในทันทีศาลถูกพิพากษาโดยคนไม่รู้กฎหมายแต่อวดรู้ว่า ไม่มีอำนาจรับเรื่อง
ตามมาตรา 68 และศาลตั้งธงตามคำสั่งของพวกอำมาตย์ ที่จะเล่นงานพรรคเพื่อไทย
เครือข่ายของระบอบทักษิณให้สิ้นซาก

ฉะนั้น พวกเรา พี่น้องเสื้อแดงทั้งหลาย มาสู้ มาตาย แทนทักษิณกันอีกเถิด รูปการณ์ก็
ดูจะไปในทำนองนี้ประจวบกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ หลุดจากการเป็น สส.พอดิบพอดี
ก็ต้องปรี่มาเอาหลังอิงกับมวลชนใหม่ ไม่งั้นไม่มีอะไรทำอย่างที่เคยได้ทำ
และกลายเป็นคนสำคัญขึ้นมา การถาโถมเข้าใส่ศาลด้วยเรื่องขี้หมูขี้หมาก็ดี
ด้วยการหาเรื่องให้เกิดการฟ้องร้อง เพื่อพลิกให้ศาลเป็น “ปฏิปักษ์” กับตนก็ดี
การส่งสัญญาณข่มขูให้กลัวสารพัดอย่างก็ดี เกิดขึ้นเป็นรายวัน

ผมคิดว่าประชาชนคนไทยต้องตั้งหลัก โดยเฉพาะคนไทยสีแดง ไม่ตกเป็น “เครื่องใช้ไม้สอย”
ของทักษิณกับพวกอีกต่อไปทักษิณกินดีอยู่ดี ในขณะที่คนเสื้อแดงอยู่อย่างยากจนข้นแค้น
ของแพง ค่าแรงไม่ขึ้นตามที่น้องสาวทักษิณสัญญา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ น้ำท่วม
เงินเยียวยาจ่ายล่าช้า ออกมาเรียกร้องปิดถนน ก็ถูกดำเนินคดีและนำเรื่องขึ้นศาลในทันที
อย่างนี้ เขารักพวกท่านจริงหรือ?น้องสาวที่ทักษิณส่งมาเป็นนายกฯ ก็อยู่ในสภาพลูกโป่ง
ลอยไปลอยมา หาหลักแหล่งทำงานไม่ได้  ถามเรื่องอะไรก็ไม่เคยรู้
“หนูไม่รู้” ตลอด  สภาก็ไม่เข้าประชุม  เอาแต่ “ออกงาน” ไม่เคย“ทำงาน”
ให้เป็นจริงเป็นจัง  นี่แปลว่า ทักษิณรักพวกท่านมาก เลยส่งคนอย่างนี้มาเป็นนายกรัฐมนตรี
ของพวกท่านใช่ไหมครับฉะนั้น รู้คิด รู้สึก รู้เจ็บ รู้จำ รู้ที่จะฉลาดขึ้นมาเสียทีเถิดครับ
อะไรที่เป็นเรื่องของทักษิณ ให้ทักษิณเขาสู้เองเขาจะให้น้องสาวไปสอพลอพลเอกเปรม
เพราะละเมอเพ้อพกว่าท่านเป็นอำมาตย์ มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ และเป็น
ผู้ลงมือขจัดทักษิณ ก็ให้ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำไปเขาจะ“ทอดสะพาน” ให้ทหาร
เอางบประมาณไปโอ้โลมเล้าโล้มเพื่อหวังว่ากองทัพจะไม่ขยับมาปฏิวัติรัฐประหาร
ก็เรื่องของเขาแต่สิ่งที่เราจะยอมไม่ได้ ถึงจุดหนึ่งคงต้องไล่ไปให้พ้นก็คือ นายกฯ
ที่ไร้ความสามารถ ไร้ความรับผิดชอบ ไร้ความอาทรร้อนใจ ปล่อยให้ข้าวยากหมากแพง
อันธพาลครองเมือง กฎหมายถูกละเมิด ศาลถูกข่มขู่ และออกกฎหมายหรือดำเนินนโยบาย
แบบ “ลับๆ ล่อๆ” ไปเสียทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องอู่ตะเภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรเปิดเผย

ดังนั้น ผมขอทำนายเอาไว้ว่า ต่อให้ผ่านพ้นคำชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญไปได้ใน
เดือนกรกฎาคม ยิ่งลักษณ์ก็ต้องเจอการ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ซึ่งไส้ทุกขดของเธอ
จะถูกลากออกมา เพื่อชี้ให้ประชาชนได้เห็นว่า นายกฯแบบนี้ มีก็เสียโอกาส
ประเทศชาติจริงๆ ยิ่งหากน้ำท่วมซ้ำสอง ประชาชนอดอยาก และสำนึกได้ว่า
รัฐบาลทอดทิ้ง เขาก็จะตาสว่างทั้งแผ่นดิน และเห็นได้ชัดว่า แทบไม่มีสักนโยบาย
ที่ผ่านมา ที่ยิ่งลักษณ์กับพวกทำเพื่อประชาชนอย่างจริงใจและสำเร็จได้ด้วยดี
ถึงเวลานั้น กี่หมู่บ้านเสื้อแดงในประเทศ ก็ต้านทานคนไทยใจบริสุทธิ์ไม่อยู่
และหากจะส่งมวลชนมาปะทะก็จะได้รู้ละว่า ทหารที่ยิ่งลักษณ์เพียรไปคบไปหา
จะไม่ปกป้องคุ้มครองแผ่นดิน!!


ที่มา...   คอลัมน์..เส้นใต้บรรทัด...จิตกร บุษบา

อ่านแนวหน้า เมื่อวาน  ...เห็นเพื่อนๆ ติดใจ  วันนี้ก็เลยไปอ่านต่อ
แหมทำไมถึงเขียน  เหมือน  ที่ส.ส.ปชป. เหมือนที่  คุณ abbeaw  และเพื่อนๆ
เคยวิจารณ์เลย  .....ไม่รู้งานนี้ใครลอกการบ้านใคร

อ่าน "มติชน"  แล้วก็อ่าน "แนวหน้า"  ดิฉันว่า  เขาไม่ได้วิจารณ์รัฐบาลเดียวกันนะ
เพราะมันช่างแตกต่างกันจริงๆ

วันนี้ภาระกิจเยอะหน่อย ...แปะได้  2  ข่าวเองค่ะ


 

จากคุณ : sao..เหลือ..noi
เขียนเมื่อ : 27 มิ.ย. 55 18:55:18 A:58.11.83.162 X:




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com