เป็นอันพับโครงการนาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภาไปแล้ว
หลังครม.พิจารณาว่า การที่ นาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อศึกษาการก่อตัว
ของเมฆที่มีผล กระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไม่เข้าข่ายมาตรา 190 วรรค 2 หรือไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
แต่เพื่อความรอบคอบ เห็นควรให้เปิดอภิปรายทั่วไปในสภาโดย
ไม่ลงมติในเดือนส.ค.นี้
ตรงนี้แหละที่ทำให้โครงการศึกษาภูมิอากาศต้องล้มไป
เพราะยังไงก็ไม่ทันตามกำหนดของนาซ่าที่วางไว้ในปลายเดือนมิ.ย.นี้
จากคำแถลงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็รู้สึกเสียดาย
เพราะโครงการสำรวจภูมิอากาศของนาซ่าจะใช้ประกอบใน
การพยากรณ์อากาศ รองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันภัยน้ำท่วมของไทยในอนาคตอย่างมาก
แต่จำเป็นต้องให้มีการอภิปรายในสภา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
เพราะข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านในเรื่องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ
ถือว่าเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก!?
ตรงนี้ทำให้ต้องย้อนกลับไปดูท่าทีของฝ่ายค้านในเรื่องนี้
เพราะจริงๆ แล้วรัฐบาลประชาธิปัตย์นี่แหละที่ไปตกลงกับนาซ่า
แต่พอเป็นฝ่ายค้านก็กลับมาต่อต้านหน้าตาเฉย
งานวิจัยวิทยาศาสตร์กลายเป็นการเมืองน้ำเน่า
ประโยชน์ของชาติก็กลายเป็นขายชาติ
ต้องยอมรับว่าการล้มโครงการนี้ ส่งผลกระทบต่อระบบ
การป้องกันน้ำท่วมของไทยในอนาคตแน่ๆ
ในอดีตหากจำกันได้ เคยมีการขัดขวาง 2 พ.ร.ก.กู้เงิน
เพื่อนำไปใช้ในโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยเมื่อต้นปี
ถึงขั้นยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน
สุดท้ายก็มีการวินิจฉัยออกมาว่า 2 พ.ร.ก.จำเป็นเร่งด่วนและโปร่งใสสุจริต
ทั้ง 2 กรณีนี้ทำให้ประชาชนสับสนมากถึงท่าทีของฝ่ายค้าน
เพราะมั่ว-พันกันไปหมด
ระหว่างการตรวจสอบ-การขัดขวาง!?
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME1EZzVOVEk1T1E9PQ==§ionid=
สื่อเขาสงสัยและสับสน ...ดิฉันก็เอามาถามต่อให้นะคะ .....
ใครที่ไม่สับสนช่วยชี้แจงหน่อย....
คุณม่วงคันแหละ เหมาะที่สุด ...ชี้แจงดี ๆ ทีมงานข่าวสดจะ
ได้เอาไปลงในหน้าตีพิมพ์ ดังกันแน่ๆคราวนี้
ดิฉันก็สับสน แต่เห็นคุณม่วงคัน ขำ รัฐบาล...เลยมั่นใจว่าไม่สับสนแน่ ๆ