"คนอย่างผมไม่อาฆาตใคร แต่ลืมยาก"..ธงต่อธงที่ตั้งธงไว้รอธง....เปลือยกายจนล่อนจ้อนแล้วจะมีเครดิตอะไรเหลืออยู่อีก "สาน"
|
 |
".. เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะรัฐสภาชุดนี้พิจารณากฎหมายแบบขายขาดแล้วโยนภาระให้ ส.ส.ร. ก็ต้องเสียเงินเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาให้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกรอบว่าไม่แตะต้อง หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ต้องไม่แตะนะ ถ้าเขาร่างมาแล้วแตะล่ะ ใครจะทำไม อ๋อไม่เป็นไรมีประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าประธานสภาเห็นว่าให้ลงมติเลย เวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไรได้อีก เพราะเมื่อมีผลเป็นการลงประชามติไปแล้ว ผมขอย้ำเลยว่าถ้าเชื่อถือในบุคคล ก็ไม่ต้องมีกฎหมาย"
ที่มา...http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000076949
"....แต่หลังจาก “แม่ลูกจันทร์” ฟังการเปิดใจของ “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในการสัมมนาสื่อมวลชนที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา
ปรากฏว่ามีสัญญาณอันตรายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะล่มปากอ่าวบาง-ตะบูน??
“แม่ลูกจันทร์” ขอหยิบคำพูดบางประโยคของประธานศาลรัฐธรรมนูญมาฉายซ้ำให้ฟังกันชัดๆอีกที
“ดูที่เขาทำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พิจารณาจากที่อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เห็นว่าเป็นไปได้ (ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง) เพราะเป็นการแก้ไขที่เปลี่ยนแปลงวิธีการไม่ใช่แก้ไขทีละมาตรา แต่แก้ไขทีเดียวตั้งแต่มาตรา 1 ถึงมาตรา 300 เลย”
“แม่ลูกจันทร์” ขออนุญาตขัดคอ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้แก้ทุกมาตรา
และการกำหนดให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร.และให้ประชาชนลงประชามติ (รับ–ไม่รับ) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรง ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย
ถามว่า มีตรงไหนเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย??
ยัง...ยังมีความเห็นจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ฟังแล้วไม่สบายใจอีกหลายประเด็น...เช่น...
“ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะระบุห้ามไม่ให้แตะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 ก็จริง แต่ถ้า ส.ส.ร.แตะหมวด 1 และหมวด 2 ขึ้นมาจะทำอย่างไร??”
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรจินตนาการไปไกลในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กำหนดชัดเจนห้าม ส.ส.ร.แตะหมวด 1
ซึ่งกำหนดว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ห้ามแตะหมวด 2 ที่กำหนดว่าพระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้
เมื่อมีกฎเหล็กห้ามแตะหมวด 1 และหมวด 2 (รวม 25 มาตรา) อย่างชัดเจน ส.ส.ร.ย่อมไม่สามารถแตะต้อง 2 หมวดนี้ได้เลย
อนึ่ง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” ยังส่งสัญญาณเตือนเข้มๆไปถึงพรรคเพื่อไทยว่าแทนที่จะไปสู้กับโจทก์เพื่อแก้ข้อกล่าวหา กลับมาสู้กับศาลแล้วจะชนะคดีได้อย่างไร
“ตอนคดียุบพรรคไทยรักไทย แทนที่จะไปเตรียมสู้คดีกับอัยการ กลับไม่ทำ ไม่สู้เต็มที่ แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็นกัน”
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่ากรณียุบพรรคไทยรักไทย สู้หรือไม่สู้ ก็ยุบลูกเดียว
เพราะเล่นใช้ประกาศคณะปฏิวัติไปลงโทษย้อนหลัง ซึ่งขัดหลักยุติธรรม
การเอาคดียุบพรรคไทยรักไทยมาฉายซ้ำจึงไม่เป็นผลดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ป.ล. ยังมีวรรคทองวรรคสุดท้ายของประธานศาลรัฐธรรมนูญให้อ่านแก้เซ็ง
“คนอย่างผมไม่อาฆาตใคร แต่ลืมยาก”
ระดับประธานศาลรัฐธรรมนูญพูดอย่างนี้ ฟังแล้วมันเสียวนะโยม.
“แม่ลูกจันทร์”
ที่มา...ไทยรัฐออนไลน์ 25 มิถุนายน 2555, 05:00 น. http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/270723
????????????????????????????
ไม่เหลือ.... ไม่เหลืออะไรเลย....
เปลือยกายล่อนจ้อน.....
จากคุณ |
:
tinthong
|
เขียนเมื่อ |
:
5 ก.ค. 55 07:09:12
A:125.27.203.73 X:
|
|
|
|