สมัยก่อนโน้น ก่อนที่ผมจะมีความสนใจในเรื่องการเมืองเหมือนเดี๋ยวนี้ ผมก็คิดเหมือนคนอื่นๆที่คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว ปากท้องสำคัญกว่า ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จึงทุ่มเทอยู่กับการหาเลี้ยงชีพ ส่วนเรื่องการเมืองก็มีความรู้แค่งูๆปลาๆ ส่วนใหญ่ก็รับฟังจากสื่อฯหลักหรือไม่ก็ฟังเขาเล่า แล้วก็เชื่อเขาพูดเหมือนกับหลายๆคนในเวลานี้ และนั่นทำให้ผมเคยแอบให้ความนิยมกับคนหลายคนเหมือนๆกับหลายๆท่านแหละครับ
ผมเคยศรัทธาคุณจำลองสมัยที่ยอมอดอาหารเพื่อต่อต้านเผด็จการ แม้จะมีหลายคนอ้างว่าไม่ได้อดอาหารจริงก็ตาม และผมยิ่งศรัทธามากยิ่งขึ้น ที่คุณจำลองหาเสียงด้วยกระจาด ซึ่งแสดงถึงความสมถะ ยิ่งกว่านั้นหลังจากที่คุณจำลองได้เป็นผู้ว่าฯกรุงเทพ ได้เห็นคุณจำลองลงทุนลอกท่อด้วยตัวเอง เห็นคุณจำลองจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และยังเห็น กทม.มีเงินเหลือมากมายในช่วงที่คุณจำลองเป็นผู้ว่าฯ ผมมีความรู้สึกว่าคนนี้แหละใช่เลยสำหรับความเป็นนักการเมืองตัวอย่างของประเทศไทย
ผมเคยยกย่องคุณอาทิตย์เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตยเหมือนเช่นคนอื่นๆในยุคนั้น เพราะคิดว่าคุณอาทิตย์คนนี้แหละที่ช่วยนำพาชาติออกจากวิกฤติการเมือง เพราะการนำคุณอานันท์ขึ้นทูลเกล้าเป็นนายกฯแทนที่นายกฯที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ในสภา
ผมเคยบูชาคุณอานันท์ที่ได้เป็นนายกฯถึง 2 ครั้ง โดยเฉพาะการเป็นนายกฯในครั้งที่แรกที่ดำรงตำแหน่ง แม้จะอยู่ภายใต้อำนาจของ รสช.ในขณะนั้น แต่คุณอานันท์ก็ไม่ยอมอยู่ภายใต้คำสั่งของ รสช. ซึ่งสร้างความศรัทธาให้กับผมเป็นยิ่งขึ้น อีกทั้งการเข้ารับตำแหน่งในครั้งที่สอง ก็เป็นการเข้ารับตำแหน่งที่มากด้วยความกล้าหาญ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เกิดความวิกฤติ สังคมแตกแยก แต่คุณอานันท์ก็สามารถนำพาประเทศออกจากวิกฤติมาได้ จนได้ฉายาผู้ดีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ผมเคยเชื่อว่าคุณชวนสมควรเป็นนายกฯอย่างยิ่ง ช่วงที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เพราะภาพความซื่อสัตย์และความสมถะและยึดมั่นในหลักการมาตลอด ดังนั้นผมจึงคิดว่าในห้วงเวลานั้นคงไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับคุณชวนคนนี้แหละครับ
ผมเคยชื่นชมคุณอภิสิทธิ์สมัยเป็น ส.ส.ครั้งแรก ไม่ว่าจากรูปร่างหน้าตา การพูดการจาที่ทะมัดทะแมงแฝงไว้ด้วยหลักการทั้งคุณธรรมจริยธรรม และความเป็นนักเรียนนอกจากประเทศที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตย ซึ่งทำให้ผมเชื่อว่า คนนี้แหละน่าจะเป็นสายเลือดใหม่ เป็นนักกาเมืองน้ำดีที่จะเป็นแบบอย่างให้กับนักกาเรเมืองต่อๆไปในอนาคต ถึงผมจะไม่ได้เลือก ปชป. แต่ผมก็ยังแอบให้ใจกับคุณอภิสิทธิ์เสมอมา
แต่หลังจากเกิดการทำรัฐประหารครั้งล่าสุด จากความพยายามที่จะกำจัดนายกฯเพียงคนเดียวที่มีประชาชนให้ความรักความศรัทธามากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย และมองเห็นการใช้อำนาจที่มิชอบอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ จนทำให้เกิดคนเสื้อแดงขึ้น
และหลังจากผ่านการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าระหว่างประชาชนกับผู้ถืออำนาจมาหลายปี จนทำให้ผมเกิดความแจ่มแจ้งในหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้ผมคลายความสงสัยเรื่องที่ทำไมประเทศที่เพียบพร้อมอย่างประเทศไทยจึงไม่สามารถก้าวหน้าให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ จะเรียกว่าผมหูตาสว่างแล้วก็ได้ครับ
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมหลงเข้าใจผิดคิดว่าเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่แล้วพบว่ามันไม่ใช่ ประชาชนมีสิทธิแค่เข้าคูหาหย่อนบัตร เพื่อแสดงให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า เราปกครองด้วยประชาธิปไตยนะ แต่ความจริงแล้ว อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่อยู่ที่ประชาชนเลย เพราะเรายังมีระบบซ้อนระบบ มีรัฐซ้อนรัฐอยู่ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดอยู่ในเวลานี้ก็คือ แม้รัฐบาลจะได้รับฉันทามติมากมายจากประชาชนก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะบริหารประเทศได้อย่างสะดวก แย่ยิ่งกว่ารัฐบาลที่ปล้นอำนาจไปอย่างรัฐบาลชุดที่แล้วด้วยซ้ำไป
ดังนั้นผมจึงอยากสารภาพว่าที่ผ่านมา ผมมองคนผิดไปมากมาย คนที่ผมเคยศรัทธาเรื่องต่อต้านเผด็จการนั้นมันไม่ใช่ แต่เป็นความพยายามทำเพื่อตัวเองเสียมากกว่า คนที่ผมเคยยกย่องเป็นวีรบุรุษนั้นก็ไม่ใช่ เพราะเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน คนที่ผมเคยบูชา ก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งที่เขาส่งมาให้ เพื่อรักษาฐานอำนาจต่อไป คนที่ผมเคยเชื่อว่าเป็นเจ้าหลักการก็ไม่ใช่อีก เพราะเป็นเพียงหลักการที่เป็นประโยชน์สำหรับตัวเองกับพรรคพวก และคนที่ผมแอบชื่นชมในความเป็นสายเลือดใหม่นั้น ยิ่งทำให้ผมรู้สึกละอายเป็นอย่างยิ่ง เพราะท้ายสุดแล้ว นอกจากไม่ใช่สายเลือดดีแล้ว ยังเป็นนักการเมืองที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว มุ่งเน้นแต่ชัยชนะโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ มุ่งหวังแต่ความสำเร็จโดยไม่สนใจกับความเสียหายของประเทศ และยังมุ่งรักษาฐานอำนาจของตัวเองมากกว่าชีวิตของประชาชน
วันนี้ผมจึงอยากบอกว่า ผมเชื่อแล้วครับที่หลายฝ่ายบอกว่า ยังมีคนไทยอีกมากที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจอยู่ แต่ไม่ใช่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นการขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการสร้างภาพ แต่เป็นการขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของความเป็นจริง และยังขาดความรู้ความเข้าใจในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ที่ประชาชนมีโอกาสที่จะนำพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่ามากที่สุดครั้งหนึ่ง ต้องมาสะดุดด้วยอคติที่ได้จากความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อจากผู้มีอำนาจที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
ทั้งๆที่เป็นวิธีการเดิมๆที่ใช้กับคนไทยมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วก็ตาม ทั้งๆที่ความจริงหลายสิ่งหลายอย่างได้ประจักษ์เป็นที่ชัดแจ้งแล้วก็ตาม ทั้งๆที่ความรวดเร็วในการรับข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่มากมายให้ค้นหาก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนไทยอีกกลุ่มได้รู้แจ้งกันเสียที
อย่างนี้ใช่หรือเปล่าครับที่เขาบอกกันว่า การศึกษาไม่ได้ช่วยให้คนฉลาดขึ้นเลย ถ้าไม่รู้จักที่จะพัฒนาในการเรียนรู้ และจะไม่มีทางเรียนรู้ได้เลย ถ้าไม่รู้จักแยกแยะในเรื่องจริงเท็จ ดังนั้นพวกเราคงต้องควานหาประชาธิปไตยกันต่อไปนะครับ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องควานกันไปอีกกี่ปี นี่จึงเป็นเรื่องเศร้าของประเทศไทยและก็เป็นเรื่องเศร้าของประชาชนคนไทยด้วยครับ สวัสดี
จากคุณ |
:
ทวดเอง
|
เขียนเมื่อ |
:
9 ก.ค. 55 09:54:31
A:61.90.101.25 X:
|
|
|
|