Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
สั้น ๆ กรณีศาลยกฟ้องจตุพรกล่าวหาว่าอภิสิทธิ์หนีทหาร ติดต่อทีมงาน

เรื่องการยกฟ้องกรณีที่คุณจตุพรกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์หนีทหาร

โดยมีรายละเอียดในคำพิพากษาว่า

   ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่าที่จำเลยกล่าวปราศรัย เมื่อวันที่ 29 ม.ค.53 ทำนองว่า นายอภิสิทธิ์จะขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ต้องถูกดำเนินคดีหนีทหาร ใช้เอกสารเท็จสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.นั้นเมื่อบุคคลทั่วไปรับฟังย่อมเข้าใจและรู้สึกว่าโจทก์ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงและจงใจหนีการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นหน้าที่ของชายไทยทุกคน โจทก์จึงไม่มีความน่าเชื่อถือศรัทธาไม่มีความเหมาะสมสง่างามที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยจำเลยย่อมตระหนักดีอยู่แล้วว่า การกล่าวปราศรัยนั้นจะกระทบชื่อเสียงเกียรติคุณของโจทก์ ข้อความที่จำเลยกล่าวจึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
     
              แต่มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่าการกระทำดังกล่าว จำเลยได้แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมตามวิสัยของประชาชนที่จะกระทำได้หรือไม่เห็นว่า ตามที่โจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายความจำเลย ฟังได้เพียงว่า โจทก์เป็นนักศึกษาในความดูแลของ ก.พ. โดย ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการผ่อนผันให้โจทก์โดยมีแบบหนังสือผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร (สด.41) แต่โจทก์ไม่มีหนังสือผ่อนผันดังกล่าวมาแสดงประกอบ ส่วนที่โจทก์ตอบคำถามค้านอีกว่าโจทก์เคยแสดงเอกสารเกี่ยวกับการผ่อนผันเป็นบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ไปศึกษาต่างประเทศซึ่งได้ยกเว้นหรือผ่อนผัน(สด.20) ต่อประธานรัฐสภา เมื่อพิจารณาเอกสารดังกล่าวพบว่ามีชื่อโจทก์อยู่ลำดับที่ 3 ระบุว่าได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผันเมื่อวันที่ 4 พ.ย.29 เพื่อไปศึกษายังประเทศอังกฤษระหว่างปี 2530-32 แต่เอกสารดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าเป็นหนังสือผ่อนผันการตรวจฯที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหนังสือผ่อนผันฯที่ถูกต้องจะต้องเป็น สด.41 ที่ลงนามโดย รมว.มหาดไทย หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้นในส่วนที่โจทก์ไม่ไปตรวจเลือกเข้ารับเกณฑ์ทหารโดยอ้างว่าได้รับการผ่อนผันจึงยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยพอสมควร ส่วนที่โจทก์สมัครเข้าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. โจทก์เบิกความว่าไม่เคยใช้เอกสารเท็จในการสมัครเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นการเบิกความลอยๆ ไม่มีเอกสารพยานหลักฐานใดมาสนับสนุน
      
              ซึ่งขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็นบุคคลสาธารณะย่อมตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติรวมถึงประวัติชีวิตความเป็นมาตามสมควรเพราะเป็นบุคคลที่ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนจำเลยเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน จึงเป็นปกติที่จำเลยจะต้องตรวจสอบเรื่องราวฝ่ายรัฐบาลและตัวโจทก์ จำเลยจึงมีสิทธิจะตรวจสอบแสดงความเห็นโดยสุจริต เพราะหากเป็นไปตามที่จำเลยปราศรัยย่อมแสดงว่าโจทก์จงใจประพฤติตนฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจะขาดคุณสมบัติเป็น ส.ส.และนายกรัฐมนตรีได้ จำเลยซึ่งมีสิทธิวิจารณ์เรื่องของโจทก์ได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยสร้างขึ้นมาเอง โดยจำเลยได้ตั้งคำถามต่อโจทก์ก่อนจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่โจทก์กลับไม่ได้ชี้แจง จึงแสดงให้เห็นเจตนาจำเลยชัดเจนว่าจะตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว แม้โจทก์อาจจะได้รับการผ่อนผันการเกณฑ์ทหารและไม่ได้ใช้เอกสารเท็จใดๆ ในการสมัครเข้าเป็นอาจารย์ แต่เอกสารที่เกี่ยวข้องมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการและยังไม่ปรากฏว่าเอกสารที่จำเลยนำมาอ้างนั้นโจทก์ได้โต้แย้งว่าเป็นเอกสารปลอมหรือเท็จ พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาจึงมีเหตุตามสมควรที่ทำให้จำเลยมีความสงสัยและเชื่อว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่จำเลยปราศรัย การกระทำนั้นจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อาญา ม.329 (1) (3)


http://www.komchadluek.net/detail/20120927/140996/คุกตู่6เดือนคดีหมิ่นมาร์คสั่งฆ่าปชช..html

จากรายละเอียดของคำพิพากษากรณีหนีทหารของคุณอภิสิทธิ์ ถึงแม้ว่าในคำพิพากษาได้ให้รายละเอียดว่าการขอผ่อนผันของคุณอภิสิทธิ์ "มีข้อพิรุธน่าสงสัยพอสมควร"  แต่ทางคุณอภิสิทธิ์ก็สามารถอ้างได้ว่า เหตุที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากเป็นการติชมโดยสุจริต ไม่ใช่เพราะพิสูจน์ได้ว่าคุณอภิสิทธิ์หนีทหารจริง

ดังนั้นความคิดเห็นของผมในกรณีนี้ก็คือ

เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของคุณอภิสิทธิ์ และเป็นการทำความจริงให้ปรากฏอย่างชัดเจนในเรื่องนี้

คุณอภิสิทธิ์สมควรฟ้องหมิ่นฯ พลเอกสุกำพล จะเป็นการดีที่สุด เพราะจตุพรนั้นทางคุณอภิสิทธิ์อ้างได้ว่าเนื่องจากเป็น ส.ส. จึงมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์นายกฯได้ แต่พลเอกสุกำพลหมิ่นหยามคุณอภิสิทธิ์ในเรื่องรับการราชการทหารมากกว่าจตุพรหลายเท่า ทำอย่างเอิกเกริกไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย ยกเอกสารอ้างอิง พร้อมพยานบุคคลอีกมากมาย ซึ่งพยานหลักฐานเหล่านั้นอาจเป็นเท็จก็ได้ และคุณสุกำพลก็ไม่ได้เป็น ส.ส ไม่มีหน้าที่มาตรวจสอบคุณอภิสิทธิ์

ดังนั้นเพื่อทำความจริงให้ถึงที่สุด จะไม่ได้มีข้อกังขากรณีนี้อีกต่อไป และเพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ คุณอภิสิทธิ์สมควรอย่างยิ่งที่ต้องฟ้องพลเอกสุกำพล

ประโยชน์ในเรื่องนี้ยังเป็นการป้องกันข้อครหาว่า ที่คุณสุกำพล ไม่ดำเนินการถอดยศเรียกเงินคืนจากคุณอภิสิทธิ์ เป็นเพราะนักการเมืองเว้นทางถอยให้กัน ไม่อยากต้อนกันจนตรอกมากเกินไป

ซึ่งถ้าคุณอภิสิทธิ์ฟ้องพลเอกสุกำพล ก็เท่ากับเป็นไฟลท์บังคับให้พลเอกสุกำพลต้องดำเนินการถอดถอนยศคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งถ้าคุณอภิสิทธิ์ไม่ผิดจริง พลเอกสุกำพลโดนศาลท่านเอาตายแน่

ดังนั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และเพื่อไม่ให้ใครเอาคำสั่งยกฟ้องคุณจตุพลมาเป็นเหตุกล่าวหาได้ คุณอภิสิทธิ์สมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินการฟ้องพลเอกสุกำพลโดยทันที

แก้ไขเมื่อ 27 ก.ย. 55 15:40:58

 
 

จากคุณ : Uncle-Dave
เขียนเมื่อ : 27 ก.ย. 55 15:34:56 A:58.137.184.210 X:




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com