 |
ข้าว 'เขมร-พม่า' สวมสิทธิ์ข้าวไทย! จากชายแดนทะลักถึงภาคกลาง โรงสีซื้อส่งเข้าโกดังกลางตรึม
------------------------------------------ ข้าวเถื่อนจากพม่า เขมร ไม่น้อยหน้าข้าวโพดเถื่อน พ่อค้าหัวใสลอบขนเข้ามาเร่ขายให้โรงสีสวมสิทธิ์ข้าวไทยส่งเข้าโกดังกลางรัฐบาลเพียบ เหตุราคารับจำนำข้าวไทยราคาสูง โรงสีฟันส่วนต่างตันละ 2,000-3,000 บาท แฉเส้นทางชายแดนปราจีนบุรีและแม่สอดมีทั้งข้าวเปลือกและข้าวสาร
แหล่งข่าวในวงการค้าข้าว เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากเหตุการณ์ปริมาณข้าวโพดที่เข้าสู่โครงการรับจำนำเต็มโควตาเร็วผิดปกติ กระทั่งมีการตรวจสอบและตั้งข้อสังเกตว่ามีการนำข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์โครงการรับจำนำนั้น การนำสินค้าเกษตรจากเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์ไม่เพียงเกิดกับข้าวโพดเท่านั้น หากแต่ "ข้าว" ก็เกิดเหตุการณ์สวมสิทธิ์เช่นเดียวกัน ซึ่งเวลานี้ข้าวเถื่อนจากเพื่อนบ้านมีการลักลอบนำมาขายและสวมสิทธิ์กันถึงภาคกลางแล้ว
แหล่งข่าวอธิบายเส้นทางข้าวเถื่อนจากเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์โครงการจำนำว่า มีเข้ามา 2 ช่องทางคือจากชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับชายแดนจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีพ่อค้านำมาเสนอขายให้กับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกกับรัฐบาลในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง เพราะโรงสีกลุ่มนี้รับจำนำข้าวเปลือกเจ้า ซึ่งเป็นข้าวชนิดเดียวกับข้าวประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่โรงสีภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับจำนำหอมมะลิก็จะไม่ได้รับการเสนอขายให้เพราะชนิดข้าวแตกต่างกันตรวจสอบได้ง่าย
ทั้งนี้ข้าวที่มาจากชายแดนปราจีนบุรีจะมาในรูปข้าวเปลือก เสนอขายให้กับพ่อค้าโรงสีคนไทยที่ตันละ 9,000 บาท (ข้าวแห้งความชื้น15%) ขณะที่ราคารับจำนำข้าวไทยตันละ 12,000 บาท จึงทำให้โรงสียอมรับซื้อเพราะเห็นส่วนต่างแล้วนำมาสวมสิทธิ์ในรูปข้าวเปลือกโดยโรงสีใช้ชื่อเกษตรกรไทยจำนำจะได้กำไรถึงตันละ 3,000 บาท หรือหากนำมาแปรเป็นข้าวสารแล้วนำข้าวเปลือกของไทยจากโครงการรับจำนวนหนึ่งมาแปรเป็นข้าวสารแล้วมาผสมกับข้าวสารที่แปรจากข้าวเปลือกเพื่อนบ้าน ส่งเข้าโกดังกลาง ส่วนข้าวไทยที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งจะนำไปขายในท้องตลาดราคาสูงวิธีนี้ก็ได้กำไรเช่นเดียวกัน
ส่วนข้าวที่มาจากชายแดนจังหวัดตากจะมาในรูปของข้าวสาร โดยมีการนำมาเสนอขายให้กับโรงสีที่กระสอบละ 1,360 บาท (ตันละ 13,600 บาท)โรงสีนำมาผสมกับข้าวสารไทยซึ่งอยู่ที่กระสอบละ 1,800 บาท (ตันละ 18,000 บาท) ทำให้ต้นทุนข้าวของโรงสีที่ส่งเข้าโกดังกลางรัฐบาลอยู่ที่ประมาณตันละ 1,580 บาท เท่ากับโรงสีจะได้กำไรกันกระสอบละประมาณ 220 บาท (ตันละ 2,200 บาท) ขณะเดียวกันโรงสียังนำข้าวจากโครงการจำนำออกมาขายกระสอบละ 1,800 บาทด้วยได้กำไรอีก
"เวลานี้ข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมีการนำเข้ามาเสนอขายให้กับโรงสีพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางเป็นจำนวนมากแล้ว และโรงสีส่วนใหญ่สั่งซื้อกันแล้วนำมาผสมส่งเข้าโกดังกลาง อย่างไรก็ดีหากจะตรวจสอบอาจจะทำได้ยาก เพราะโรงสีไม่ได้นำข้าวจากเพื่อนบ้านส่งมอบเข้าโกดังกลางรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ได้นำมาผสม แต่ถ้าหากรัฐบาลจะตรวจสอบสามารถตรวจสอบได้เพราะโรงสีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่กระทำการดังกล่าว" แหล่งข่าวกล่าวและว่า
หากนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีความตั้งใจปราบทุจริตจริง ไม่ร่วมผสมโรงกับกลุ่มคนพวกนี้ สามารถตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบเส้นทางได้ เพราะข้าวส่วนใหญ่จะเข้าสู่โรงสีภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง
"ยิ่งเวลานี้ราคาข้าวสารในประเทศขยับสูงขึ้น ยิ่งทำให้ข้าวเถื่อนทะลักเข้ามามาก เพราะโรงสีที่เข้าร่วมโครงการจำนำแทนที่จะนำข้าวสารที่สีจากโครงการรับจำนำส่งมอบ จะใช้วิธีนำข้าวเถื่อนจากเพื่อนบ้านส่งมอบ แล้วนำข้าวของไทยขายท้องตลาด โดยข้าวขาว 5% ขึ้นมาเป็นกระสอบละ 1,800 บาท จากช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่กระสอบละ 1,600 บาท ปลายข้าวขาวจากระสอบละ 700 บาท เป็นกระสอบละ 1,000 บาท ข้าวหอมมะลิจากกระสอบละ 2,400-2,500 บาท เป็นกระสอบละ 2,700 บาท ปลายข้าวหอมมะลิจากกระสอบละ 1,300 บาท เป็น 1,450 บาท
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ (20 ม.ค. 52)
จากคุณ |
:
spindle
|
เขียนเมื่อ |
:
16 ต.ค. 55 06:31:41
A:110.77.204.245 X:
|
|
|
|
 |