ความคิดเห็นที่ 8
ไปหาข้อมูลมา MONROE REFLEX ราคาที่ระยองหน้า 5,200฿/คู่,หลัง 4,400฿/คู่ พร้อมติดตั้ง ตั้งศูนย์ แพงกว่าของแท้ติดรถนิดหน่อย มีใครใช้อยู่บ้างครับ
ช็อคอับที่ใช้กับระบบช่วงล่างรถยนต์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
-.ช็อคอับน้ำมัน ใช้น้ำมันเป็นตัวสร้างความหนืดภายในกระบอก
-.ช็อคอับแก๊ส ใช้น้ำมันเป็นตัวสร้างความหนืดภายในกระบอก และเพิ่มห้องบรรจุแก๊สอีกต่างหากเพื่อเพิ่มค่าแรงดันให้สูงขึ้น
ถ้าเปรียบเทียบในด้านประสิทธิภาพระหว่างช็อคอับน้ำมันกับช็อคอับแก๊ส โดยธรรมชาติของช็อคอับน้ำมันจะไม่มีแรงดันให้แกนช็อคอับยืดตลอดเวลาเหมือนช็อคอับแก๊ส ดังนั้นรถที่ใช้ช็อคอับแก๊สจะมีการยุบตัวน้อยกว่ารถที่ใช้ช็อคอับน้ำมัน สมรรถนะการทรงตัวจึงดีขึ้น
เมื่อเทียบกับช็อคอับในระดับราคาเดียวกัน ช็อคอับแก๊สมักจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าช็อคอับน้ำมัน ทั้งด้านการซับแรงสะเทือนและความทนทาน หลายท่านเข้าใจว่าช็อคอับแก๊สจะแข็งกว่าช็อคอับน้ำมันทำให้รถสะเทือนมากขึ้นซึ่งเป็นความเข้าใจผิด
ด้านความทนทาน ช็อคอับแก๊สทนกว่าช็อคอับน้ำมันในระดับราคาเดียวกัน ช็อคอับแก๊สทนต่อการใช้งานแบบสมบุกสมบันได้ดีกว่าช็อคอับน้ำมัน เนื่องจากแก๊สมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนดีกว่าน้ำมัน ทำให้ช็อคอับแก๊สเกิดอาการเฟดยากกว่า และช็อคอับน้ำมันเมื่อผ่านการใช้งานหนักติดต่อกันนานๆ น้ำมันในกระบอกช็อคอับจะร้อนจนค่าความหนืดน้อยลง
ปกติแล้วถ้าคุณต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพช่วงล่างให้รถเฟิร์มขึ้น คุณจะต้องเซ็ทช่วงล่างให้มีระยะการยุบตัวน้อยลงโดยการเปลี่ยนสปริงที่มีค่าความแข็งมากขึ้น สปริงเป็นตัวรับน้ำหนักรถ ดังนั้นสปริงที่แข็งขึ้นจะทำให้รถยุบตัวน้อยลง แต่การเปลี่ยนสปริงแข็งขึ้นเพียงอย่างเดียวจะยิ่งทำให้การทรงตัวของรถแย่ลง เนื่องจากรถจะมีอาการโยนตัวมากขึ้นตามแรงดีดของสปริงที่แข็งมากขึ้น ดังนั้นคุณจะต้องเปลี่ยนช็อคอับที่มีค่าความหนืดมากขึ้นเพียงพอที่จะรั้งการเต้นของสปริงได้ การทรงตัวของรถจึงจะดีขึ้น
ปัจจุบันเทคโนโลยีเกี่ยวกับช็อคอับและสปริงพัฒนาไปมากนะครับ ผมว่าเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพช่วงล่างโดยไม่ต้องแลกกับอาการกระด้างที่มากเกินไปครับ ส่วนมากอาการกระด้างเกิดจาก
-ยาง รถคันเดียวกัน ช่วงล่างชุดเดียวกันใช้ยางซีรี่ส์หนา-บางต่างกัน ความนุ่มนวลก็ต่างกัน ยางเบอร์เดียวกัน ต่างยี่ห้อกัน ความนุ่มนวลก็ต่างกันครับ
-ช็อคอับ ขึ้นกับยี่ห้อและระดับราคา อย่าง KAYABA มีช็อคอับแก๊สหลายซีรี่ส์ แต่ละซีรี่ส์ก็มีสมรรถนะและการซับแรงสะเทือนที่แตกต่างกันครับ ยกตัวอย่างซ็อคอับแก๊สรถกระบะ KAYABA มีทั้งแก๊สในประเทศ แก๊สญี่ปุ่นสีตะกั่ว แก๊สแรลลี่สีทอง ตัวท็อปสุดเวลานี้เป็นสีฟ้า
ช็อคอับ KAYABA รุ่นที่ขายในบ้านเรา ส่วนมากเป็นช็อคอับรุ่นถูกที่สุดที่ KAYABA ทำขาย เน้นเรื่องการลดต้นทุน(ในความเป็นจริง ไม่ได้ขายถูกกว่ายี่ห้ออื่น)
หากคุณสนใจจะปรับปรุงสมรรถนะของช่วงล่าง ผมแนะนำ MONROE REFLEX ครับ เป็นช็อคอับที่เพิ่มค่าความหนืดให้สูงขึ้นเพื่อลดการโยนตัว-ยุบตัวของระบบช่วงล่างให้น้อยลง และมีระบบวาล์วปรับค่าความหนืดอัตโนมัติมาช่วยลดค่าความหนืดเวลารถแล่นช้าก็จะไม่แข็งเกินไป ทำให้ได้ฟิลลิ่งแบบสปอร์ตซัสเพนชั่นคือการยุบตัวของช่วงล่างน้อยลงแต่ยังมีการซับแรงจากช็อคอับไม่มีอาการสะเทือน เป็นสไตล์นุ่มหนึบแบบรถยุโรปครับ
รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ระดับไฮ-เพอร์ฟอร์มานซ์จะเซ็ทช่วงล่างมาแบบเน้นความนุ่มนวลเพื่อตอบสนองตลาดส่วนใหญ่ทำให้สมรรถนะการบังคับควบคุมรถด้อยลง ซันนี่นีโอก็เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ช็อคอับแท้ ( ผลิตโดยโรงงาน KAYABA ) นิ่มเกินไป ผู้ใช้รถที่ต้องการเพิ่มสมรรถนะรถจึงต้องเปลี่ยนช็อคอับเพื่อความปลอดภัยและความสนุกในการขับขี่
MONROE เป็นโรงงานผู้ผลิตช็อคอับรายใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด "MONROE REFLEX "ที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะการบังคับควบคุมรถได้สูงสุดโดยที่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล
" MONROE REFLEX " เป็นช็อคอับแก๊สที่เซ็ทค่าความหนืดในระดับสูงสุดเพื่อสมรรถนะการบังคับควบคุมและเพิ่มระบบวาล์ว"ทวินดิสก์"เข้าไปช่วยปรับค่าความหนืดตามลักษณะการขับขี่ แบ่งเป็น 3 ระดับ
1.การขับขี่ที่ความเร็วสูงหรือขณะเข้าโค้ง ช็อคอับจะหนืดมากที่สุด
2.การขับขี่ที่ความเร็วปานกลางหรือช่วงที่รถแล่นออกจากโค้ง ช็อคอับจะหนืดปานกลาง
3.การขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ช็อคอับจะหนืดน้อยที่สุด ใกล้เคียงกับช็อคอับแท้
ลักษณะการทำงานดังกล่าวจะช่วยให้รถมีสมรรถนะการบังคับควบคุมสูงสุดในช่วงที่ผู้ขับขี่ต้องการและปรับลดค่าความหนืดให้น้อยลงเมื่อรถมีความเร็วน้อยลง ผู้ขับขี่จึงไม่จำเป็นต้องทนกับช่วงล่างที่แข็งเกินไปในช่วงความเร็วต่ำ
คุณสมบัติอื่นๆ
1.แกนช็อคอับยาวเท่าช็อคอับแสตนดาร์ดครับ
2.ใช้กับสปริงโหลดได้เลยครับเพราะเป็นช็อคอับที่เซ็ทค่าความหนืดไว้สูงเหมือนช็อคอับสปอร์ตและเพิ่มระบบปรับค่าความหนืดอัตโนมัติเข้าไปช่วยลดแรงดันเวลารถแล่นช้าเพื่อไม่ให้ช่วงล่างแข็งเกินไป
3. MONROE เป็นผู้ผลิตช็อคอับรายใหญ่ที่สุดในโลกครับ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ฐานการผลิตอื่นๆจะอยู่ในยุโรปคือเบลเยี่ยมและสเปน นอกจากนี้จะเป็นออสเตรเลีย เม็กซิโก อัฟริกาใต้และกำลังก่อสร้างโรงงานที่จีนครับ ช็อคอับ MONROE REFLEX สำหรับอัลติสรุ่นนี้ผลิตที่อัฟริกาใต้ครับ
ช็อคอับยี่ห้อมาตรฐานอย่าง SACHS KONI BILSTEIN หรือแม้แต่คายาบ้า ทุกยี่ห้อมีสินค้าหลายระดับขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าและงบประมาณครับ ดังนั้นถ้าคุณจะเปรียบเทียบช็อคอับ คุณควรจะเปรียบเทียบโดยพิจารณาเรื่องเทคโนโลยีและราคาครับ
1.กาเบรียลเป็นช็อคอับแบบอัพเกรดคือเพิ่มค่าความหนืดมากขึ้นกว่าช็อคอับแสตนดาร์ดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของช่วงล่าง การบังคับควบคุมดีขึ้นแต่มีปัญหาเรื่องอายุการใช้งานสั้นไปสักหน่อย
2.SACHS เป็นผู้ผลิตช็อคอับ OEM ให้กับบริษัทรถยุโรป เป็นบริษัทเดียวกับ BOGE โดยยี่ห้อ BOGE จะใช้กับตลาด OEM ส่วน SACHS จะใช้กับตลาดอาฟเตอร์มาร์เก็ท ตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานำช็อคอับ SACHS 2 ซีรี่ คือ
- SACHS SUPERTOURING เป็นช็อคอับเกรดเดียวกับตัว OEM ที่ติดรถยุโรปอย่าง BMW VW บางรุ่น ในด้านสมรรถนะก็คือ เป็นช็อคอับแสตนดาร์ดที่ยังเน้นความนุ่มนวล
- SACHS ADVANTAGE เป็นช็อคอับแบบอัพเกรดคือเพิ่มค่าความหนืดมากขึ้นจากช็อคอับแสตนดาร์ดประมาณ 15-20% เพื่อเพิ่มสมรรถนะช่วงล่าง
ที่จริง SACHS ยังมีสินค้าระดับไฮ-เพอร์ฟอร์มานซ์ให้ลูกค้าได้ใช้ เรียกว่า SACHS SPORTING SET แต่ส่วนใหญ่เป็นช็อคอับสำหรับรถยุโรปอย่าง BMW ราคาแพงมากๆครับ ตัวแทนไม่ได้นำเข้ามา
ถ้าเปรียบเทียบกับ MONROE สินค้า MONROE มีทั้งหมด 2 ระบบ 3 ซีรี่ คือ
1.ช็อคอับที่ไม่มีระบบปรับค่าความหนืดอัตโนมัติ
MONROE ORIGINAL เป็นช็อคอับที่เซ็ทค่าความหนืดเพิ่มขึ้นจากช็อคอับแสตนดาร์ดประมาณ 15-20% แต่ไม่มีระบบปรับความหนืดอัตโนมัติ
2.ช็อคอับที่มีระบบปรับค่าความหนืดอัตโนมัติ
แนวความคิดของ MONROE คือการเพิ่มค่าความหนืดในระดับช็อคอับสปอร์ตแล้วเพิ่มระบบปรับความหนืดอัตโนมัติเข้าไปลดความหนืดเวลารถวิ่งช้าเพื่อไม่ให้ช่วงล่างแข็งเกินไป แบ่งเป็น 2 ซีรี่ คือ
- MONROE SENSATRAC เป็นช็อคอับที่เซ็ทค่าความหนืดเพิ่มขึ้นมากกว่า MONROE ORIGINAL เพื่อการบังคับควบคุมที่เหนือขึ้นไปอีก โดยทาง MONROE ได้ออกแบบกระบอกช็อคอับแบบมีร่องระบายน้ำมันเพื่อลดแรงดันในขณะที่รถวิ่งช้า ทำให้รถไม่กระด้างจนเกินไป
MONROE ออกแบบภายในกระบอกช็อคอับ โดยแบ่งโซนการทำงานเป็น 2 โซนคือ คอมฟอร์ทโซนและคอนโทรลโซน
- คอมฟอร์ทโซน จะอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางกระบอก ในส่วนคอมฟอร์ทโซนจะมีการเซาะร่องไว้เพื่อให้น้ำมันช็อคอับไหลผ่านได้สะดวก ทำให้การทำงานของช็อคอับนุ่มนวล
- คอนโทรลโซน จะอยู่ในตำแหน่งบนและล่างของกระบอกช็อคอับ คอนโทรลโซนจะไม่มีการเซาะร่องน้ำมันครับ
เมื่อช็อคอับทำงาน เกิดการยืดและยุบตัว ลูกสูบจะเคลื่อนตัวมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการขับขี่ ลักษณะพื้นผิวถนน ถ้ารถวิ่งบนถนนเรียบ ช่วงล่างมีการยุบตัว-ยืดตัวน้อย ลูกสูบจะเคลื่อนตัวอยู่ในตำแหน่งคอมฟอร์ทโซน รถจะนุ่มนวล เมื่อมีการขับขี่ทีความเร็วสูงขึ้น มีการเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน ข็อคอับจะมีการยุบตัว-ยืดตัวมากขึ้นกระทั่งลูกสูบเคลื่อนตัวไปยังคอนโทรลโซน ตัวลูกสูบจะไปปิดช่องทางการไหลของน้ำมันที่อยู่ในคอมฟอร์ทโซน ทำให้ช็อคอับหนืดขึ้นโดยอัตโนมัติ
-MONOE REFLEX เป็นช็อคอับที่มีระบบปรับความหนืดอัตโนมัติระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้น โดยการออกแบบระบบวาล์ว IMPACT SENSOR BASE VALVE แบบทวินดิสก์ เพื่อปรับแรงดันให้เหมาะสมกับแรงกระทำที่ส่งมายังล้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จากข้อมูลเหล่านี้ ผมสรุปให้คุณเป็นกลุ่มดังนี้
1.ช็อคอับแสตนดาร์ด ถ้าคุณใช้รถญี่ปุ่น ช็อคอับติดรถจะมี3 ยี่ห้อ คือ KAYABA TOKICO SHOWA ถ้าเป็นรถยุโรปSACHS SUPERTOURING บิลสไตน์กระบอกดำ
2.ช็อคอับแบบอัพเกรด แบบไม่มีระบบปรับความหนืด จะเป็นกาเบรียล SACHS ADVANTAGE บิลสไตน์กระบอกเหลือง KONI กระบอกส้ม MONROE ORIGINAL
3.ช็อคอับแบบอัพเกรด แบบมีระบบปรับความหนืด ที่มีในตลาดจะเป็น KONI SPORT กระบอกเหลือง GAB กระบอกแดง ช็อคอับเหล่านั้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับ MONROE SENSATRAC และ REFLEX โดยที่ MONROE จะเหนือชั้นขึ้นไปอีกคือเป็นแบบปรับอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆเป็นแบบปรับแมนนวลครับ
จากคุณ :
ton rayong
- [
18 มี.ค. 50 12:30:17
]
|
|
|