ความคิดเห็นที่ 58

เผื่อบางคนไม่ได้อ่าน
ขออนุญาตคุณเตีย นำบทความมาจากกระทู้ http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V7544749/V7544749.html หัวข้อ "รัฐไทยอ้างBig Bike ทำลายอุตสาหกรรมจยย.ไทยเลยให้ INV หารู้ไม่รถจีนเตรียมทะลักไทยแล้ว" โดยผม copy ข้อความมาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ BB
ความคิดเห็นที่ 35
ผมว่าข้อมูลที่เอามาอธิบายนั้นไม่ถูกไปซะทั้งหมดนะครับ
. . . ส่วนตัวอยู่แวดวงรถจักรยานยนต์เล็กและใหญ่มาก็มากมายหลายค่าย เรื่องข้อมูลผมก็พอจะมีอยู่บ้าง พอที่จะเอามาแชร์ประสบการณ์กับพี่ๆในห้องนี้ได้ในบางโอกาส
. . . คำถามที่หลายๆท่า่นคิดว่าภาครัฐบีบรถ inv ไม่ให้จดทะเบียนในบ้านเราง่ายๆเนี่ย ผมเคยพิมพ์อย่างยืดยาวเอาไว้แล้วในกระทู้เมื่อนานมาแล้ว จำไม่ได้เหมือนกันว่ามันยังอยู่ในคลังกระทู้เก่าอยู่ไหม เนทผมช้ามากจนไม่อาจจะสามารถหาได้
"เท่าที่ทราบ รัฐไทยไม่เคยอ้างเรื่อง bb มาทำลายอุตสาหกรรมไทยนะครับ" << ตรงนี้ได้ข่าวมาจากไหน ถ้าได้ยินจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาก็น่าจะตรวจสอบ cross check ข่าวให้ดีเสียก่อน คนที่ไม่รู้เรื่องก็จะเอาไปพูดกันสนุกปากกันอีกเป็นทอดๆ
. . . หากรัฐไทย ต้องการบีบไม่ให้อุตสาหกรรมตรงนี้โตจริงๆ หรือไม่ต้องการให้รถแนวนี้เกิดเลย ป่านนี้ BMW / HD / Ducati / Yamaha / Kawasaki / Triumph ที่ยี่ห้อทั้งหลายเหล่านี้เปิดดำเนินการจำหน่ายรถนำเข้าอย่างถูกกฎหมายใน เมืองไทย คงโดนมาตรการกีดกันมากกว่านี้แล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังเปิดกันอย่างสง่าผ่าเผย เป็นที่น่าตื่นเต้นในตลาดรถ bb ทุกๆปี
"ส่วนรถ inv จดทะเบียนไม่ได้มันก็อีกกรณีนึง"
. . . การเอาความคิดของตัวเองมาเขียนออกมาเป็นข้อมูลนั้น หากมีการกล่างอ้างถึงหย่ายงาน / บุคคลที่ 3 ตามความถูกต้องแล้ว เจ้าของข้อมูลควรจะตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่มาที่ไปที่สามารถยืนยันได้ มิใช่เพียงได้ยินจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างแต่อย่างใด บุคคลและหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างจะถูกเสื่อมเสียได้ โดยที่เขาเหล่านั้นอาจจะไม่มีวันรู้เลย......
เรื่อง BB ผมมั่นใจว่าถ้าผมอธิบายไปรับรอง ผมโดนเฉาะไม่เหลือแน่.....
. . . เมื่อก่อนผมก็เข้าใจว่ามีมาตรการป้องกันรถแนวนี้ตามที่เคยได้ยินมาเหมือนกัน และยอมรับว่าตัวเองเมื่อก่อนก็เอาข่าวพวกนี้ไปพูดแบบสนุกปาก ด่าภาครัฐแบบสุด แต่เมื่อได้ทราบที่มาที่ไปของนโยบาย สิ่งแวดล้อมที่ไทยและต่างชาติต่างก็รถณรงค์กันมาเมื่อสิบๆปีที่แล้ว ก็เริ่มเกิดความละอายที่ตัวเองปากพล่อยปากเสียไปด่าภาครัฐแบบเสียๆหายๆ
. . . สำหรับสมัยปี 38 ที่เริ่มมีการหยุดรับจดทะเบียนรถที่นำเครื่องติดเฟรมมาจดทะเบียนในบ้านเรา นั้น จากข้อมูลที่ผมเคยได้รวบรวมมาตั้งแต่ ปี 2533 (1990) - 2538 (1995) ในช่วงเวลาแค่ 5 ปีมีรถที่มีการนำเข้าแบบเครื่องติดเฟรมมาประมาณ 70,000 - 90,000 คันโดยประมาณ แบ่งเป็นรถญี่ปุ่นประมาณ 95% ของจำนวนทั้งหมด เพราะฉนั้นเฉลี่ยในช่วงนั้นจนถึงปี 38 รถจะเข้ามาเฉลี่ยปีละ 13000 คันโดยประมาณ เทียบกับจำนวนรถจักรยานยนต์ในประเทศตอนนั้นที่มียอดจำหน่ายกว่าปีละล้านคัน มันแค่ 1% ของยอดขายรวมทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ
. . . อีกอย่างหนึ่งค่ายรถทั้งสี่ค่ายในตอนนั้นต่างให้ความสำคัญกับการแข่งขันการ ช่วงชิงยอดขายของรถจักรยานยนต์ในประเทศมากกว่าจะร่วมมือกันกีดกันรถ bb จากญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างวุ่นวายดั่งโคโยตี้หยิกกลางดึก....
. . . หลังจากที่มีการประมาศมาตรฐานไอเสียระดับ 1 จนมาถึงปีนี้ที่จะเริ่มมีการประกาศใช้มาตรฐานไอเสียระดับ 6 ที่ผมกล้าพูดเลยว่ามันคือปราการด่านสุดท้ายของท่านจริงของจริงที่จะเอารถ bb คันงามของท่านไปจดทะเบียน
เพราะอะไรเหรอครับ ? >>> ไม่ใช่เพราะจะมากีดกันรถนำเข้าที่มีการนำเข้าดอกครับ
. . . แต่เพราะว่ามีการวางนโยบายการควบคุมมลพิษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วว่า ในแต่ละระดับนั้นจะมีการถูกประกาศใช้เมื่อไหร่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีการสอดคล้องกับกฎหมายของรถต่างประเทศด้วย ซึ่งในกรณีนี้ประเทศไทยนั้นมีการนำมาตรฐานการตรวจมลพิษอ้างอิงมาจากทางยุโรป ซึ่งมีมาตรฐาน EURO เป็นเกณฑ์
มาตรฐานละรดับ 6 !!!!
. . . มันถูกกำหมดมาพร้อมกับการเก็บตัวอย่างที่แสนจะโหด ซึ่งแม้กระทั่งรถภายในประเทศเองยังต้องหาทางแก้ไขเพื่อให้ผ่านกันเป็นแถวๆ ในอนาคตคำว่ารถหัวฉีดกับมอเตอร์ไซค์ในแทบทุกค่ายจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
. . . สำหรับรถ bb นำเข้าแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้ขนาดรถใหม่ที่มีการนำเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลกยังต้องมีมาตรการ การดำเนินการให้ รถที่จะเอาเข้ามาจำหน่ายในแต่ละรุ่นนั้นผ่านกฎหมายในเมืองไทย อย่างไม่มีการใต้โต๊ะ ซึ่งทุกๆค่ายก็ทำได้เป็นอย่างดี ปัญหา สมอ. ระดับ 6 สำหรับรถใหม่ในประเทศและ ตปท. จึงจบไป
. . . แต่ปัญหานี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนสำหรับรถ bb มือสองนำเข้าหรือรถ bb มือหนึ่งที่ไม่ได้นำเข้าจากบริษัทผู้หลิตโดยตรง เพราะคิดง่ายๆ สมอ.ระดับ 6 มันออกมาให้ใช้กับรถที่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายในอนาคต โดยที่รถที่ยังผ่าน สมอ. ระดับ 5 นั้น หากมีการประกาศ สมอ. ระดับ 6 ขึ้นมาจริงๆ ผู้ที่ถือใบอนุญาตของ สมอ. ระดัีบ 5 อยู่จะสามารถใช้ใบอนุญาตของ ระดับ 5 อยู่ได้แค่ 1 ปีเท่านั้นนับตั้งแต่วันประกาศ
. . . ส่วนของ bb คิดง่ายๆ รถที่นำเข้ามาในปี 2009 นั้น มันไม่ได้ออกแบบมาให้ตรวจมลพิษผ่านใน มาตรฐานปัจจุบันแน่นอน เพราะฉนั้นไม่ว่าจะเป็น sf / sr / cbr / xjr / bla...bla...bla มันจะไปผ่านได้อย่างไร อย่าว่าแต่เมืองไทยเลย หากจะนำเข้ารถมือสองจากญี่ปุ่นไปขายใน ยุโรปหรืออเมริกา หากเขาใช้มาตรฐานใหม่ จะเอารถปี 95 ไปตรวจก็ไม่ผ่าน
. . . ในเมืองไทยหากมีการกวดขันจริง ป่านนี้เราไม่เห็นรถ bb มือสองแบบที่เห็นๆกันอยู่หรอกครับ สังคมไทยมันยังมีทางอ้อมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการมีตัวแทนดำเนินการจดทะเบียนให้เรา โดยเขาจะเอารถเราไปทำการจูนและปรับตั้งเพื่อให้ผ่านค่ามาตรฐานที่ทางภาครัฐ กำหนดไว้ ลืมเรื่องการยัดใต้โต๊ะไปได้เลย เพราะปัจจุบันนี้รถทุกคันที่มีการตรวจมลพิษจะมีการเก็บ datalog ไว้ตลอดเพื่อประโยชน์การจัดทำรายงานและอ้างอิงข้อมูลในการตรวจสอบ
"เมื่อมีทางออกมันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย"
. . . ลำพังค่าตรวจมลพิษนั้นก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เนื่องจากอุปกรณ์ที่นำเข้ามาใช้ในการตรวจสอบ การออกแบบห้องมันมีมูลค่าที่สูงลิบอยู่ในตัวมันเอง เมื่อมีการลงทุนมันก็ต้องมีการคืนทุน ไอครั้นจะให้ค่าตรวจมันถูก มันก็คงทำไม่ได้ ตรงนี้ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า มาตรฐานคำว่า ถูก / แพง ของคนเราไม่เท่ากัน บางคนก็อาจจะบอกว่าค่าจด หกหมื่นแปดหมื่นถูก ทำๆไปเหอะ บ้างอาจจะบอกว่า จดหมื่นนึงยังแพงไปเลย
แล้วจะเอาตรงไหนมาเป็นมาตรฐาน ? ? ?
มีท่านอาวุโสในวงการท่านนึงที่ผมเคารพชื่อว่า น้าเกียร์ 7 เคยบอกกับผมว่า " บิ๊กไบค์นั้นคือพาหนะสำหรับคนที่พร้อม " คำ คำนี้มันอยู่ในหัวผมตลอดมา เพราะเมื่อก่อนตอนที่ผมไม่พร้อม โดนถีบหัวส่ง ผมก็แย่เหมือนกันแต่ก้ใจรักพยายามเล่นเท่าที่ตัวเองจะมีแรง
"ตอน นี้ผมก็มีใจรักใน นาฬิกาเรือนนึงอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ยังไม่มีปัญญาจะซื้อ จะให้ผมไปร้องแร่แห่กระเชิงกับใครหละ.... ก็ผมมันยังไม่พร้อมเอง"
สำหรับ ของเล่นชิ้นอื่นนั้น หากคุณยังไม่พร้อม คุณอาจจะไม่มีโอกา่สสอยมาครอบครองเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับยานพาหนะประเภn bb แล้ว ขนาดคุณยังไม่พร้อมคุณยังสามารถสอยรถ inv มาขี่โฉบเฉี่ยวได้ด้่วยซ้ำ
น่าอิจฉากว่าผมอยากได้นาฬิกามั้ยครับ ?
. . . ว่าไปแล้วเมืองไทยเนี่ยสวรรค์สำหรับรถ bb แล้วครับ มีที่ไหนที่ให้คุณเอารถแยกเครื่องแยกเฟรมมาประกอบขึ้นคันขี่ทั่วไทยได้
. . . ขอบอกนะครับว่าต่อให้มีการนำรถเข้ามาใช้ในเมืองไทยอย่างถูกกฎหมายจริง โดยไม่มีภาษีนำเข้า รถแค่ 400 cc ที่ทุกคนฝ่หาอาจจะมีราคาเกิน 300,000 บาทเลยด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่ตอนนี้ ค่ายยักษ์เขียวเช่น Kawasaki นั้นออกรถ bb ราคาเป็นมิตรมาให้เลือกใช้ ก็ยังจะมีเสียงบ่นกันอีก น่าเห็นใจจริงๆ
. . . พยายามคิดบวกเข้าไว้ครับ หากไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป หาข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงมากๆหน่อยไม่ใช่เพียงอ่านแต่ในเวบที่มีแต่เสียง ลือเสียงเล่าอ้าง คุณจะได้ข้อมูลดีดีเพื่อเอามาไตรตรองว่าอะไคือที่มาที่ไปอย่างแท้จริง
สุดท้ายกับกระทู้ข้างล่างที่พูดถึง ปัญหา bb ว่า " ปัญหา Bigbike ไม่มีทะเบียน ควรจะแก้ที่ใคร ? "
ผมมองว่าเราไม่ต้องแก้ที่ใครหรอกครับ
เริ่ม จากตัวเราเอง เล่นเท่าที่พร้อมและอย่างกร่าง อย่าเรียกร้อง หากไม่มั่นใจว่ารถที่เราครอบครองนั้นถูกกฎหมายจริง เพียงเท่านี้ก็ขี่กันลืมแล้วครับ
เจ้าหน้าที่มันก็มีดีและไม่ดี รู้ว่าผิดเจอท่านก็ยกมือไหว้นอบน้อม หากจะใจร้ายยึดรถเราอีกก็ถือว่าเรา ซวยแล้วครับ
จริงๆมีข้อมูลดีดีอีกเยอะครับ ขออนุญาตไปทำงานก่อนนะครับ
ด้วยความเคารพเพื่อนๆสมาชิกทุกท่าน
น้องเตีย
จากคุณ : เตียเป๋งลิ้ม - [ 20 ก.พ. 52 12:01:47 ]
จากคุณ :
h mania
- [
20 ก.พ. 52 14:15:38
]
|
|
|