เรียน คุณ " พุงโตจัง " กรรมสิทธิ์หมายถึง ..
เรามีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์นั้น และเราสามารถนำทรัพย์นั้น ไปทำอะไรก็ได้ ตามกฎหมาย ครับ จะอยู่เอง จะให้คนเช่า จะทุบบ้าน จะทาสีใหม่ จะขายบ้านให้คนอื่นก็ได้ นั่นคือ เรียกว่า เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์เหนือทรัพย์นั้น
แต่การผ่อนบ้าน โดยกู้เงินธนาคารมาซื้อ โดยเอาโฉนดที่ดิน และบ้านค้ำประกันเงินกู้ ที่กู้มาจากธนาคาร
เพราะบ้าน เป็นทรัพย์สินที่ต้องมีเอกสารรับรอง คือโฉนดที่ดิน ทะเบียนบ้าน และในเอกสารนั้น จะระบุชื่อ ผู้มีกรรมสิทธิ์ไว้ด้วย
เมื่อเอาบ้านไปจำนองธนาคาร
กรรมสิทธิ์ที่คุณจะเอาบ้านไปทำอะไรตามใจชอบนั้นหมดไปแล้ว เพราะธนาคารจะยึดโฉนดที่ดินไปเก็บไว้ ( เผื่อคุณไม่ผ่อนส่งค่างวดหลายงวด ธนาคารก็ยึดบ้านของคุณไปขายทอดตลาด )
เช่น คุณจะเอาบ้านไปขายให้ใคร หรือเอาไปทำนิติกรรมใดๆอื่นอีกไม่ได้
เพราะบ้านของคุณมีภาระผูกพันอยู่กับธนาคาร ที่เอาบ้านไปค้ำประกันไว้ สิทธิ ในกรรมสิทธิ์ ที่คุณจะเอาขายต่อ ให้ใครต่ออีกไม่ได้
เพราะเอกสารสำคัญคือโฉนดที่ดิน ธนาคารจะเป็นผู้เก็บไว้
ธนาคารจะคืนโฉนดให้คุณ ก็ต่อเมือคุณ ผ่อนเงินให้ธนาคารจนครบ ทั้งต้น ทั้งดอก
โดยจะไปโอนกรรมสิทธิ์คืนให้คุณที่สำนักงานที่ดินเขตพื้นที่ ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
คุณบอกว่า เอาทองไปจำนำไว้กับโรงจำนำ
แล้วทองนั้นจะเป็นของใคร
ทอง กับ อสังหาริมทรัพย์ เป็นคนละกรณีกันนะครับ
เพราะทอง เป็นทรัพย์ที่ไม่ต้องจดทะเบียนเหมือนอสังหาริมทรัพย์
ซื้อทอง ไม่ต้องไปโอนกรรมสิทธิ์ในการครอบครองทอง
เลือกได้แล้วก็ซื้อ จ่ายตังค์ คุณก็เป็นเจ้าของทองได้แล้ว เหมือนซื้อเสื้อผ้านั่นแหละ
แต่ถ้าซื้อบ้าน หรือรถ หรือซื้อปืน ( ปืนมีทะเบียน )
คุณต้องไปโอนกรรมสิทธิ์ที่หน่วยงานของรัฐ
ซื้อรถ ต้องไปโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่ง
ซื้อบ้าน หรือที่ดิน
ต้องไปโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ตามเขตพื้นที่ ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่
ซื้อปืน ต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์ ระบุชื่อเจ้าของ ที่กองทะเบียนตำรวจ
ถ้าต่างจังหวัดก็ ไปโอนกันที่อำเภอ
แต่ซื้อทอง ถือเงินไปซื้อที่ร้านทอง
จ่ายตังค์ รับทอง แล้วก็เอากลับบ้านได้เลย ไม่ต้องไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์
ยกตัวอย่างง่ายๆ
ใครเคยซื้อรถใหม่ป้ายแดงเงินผ่อน
เมื่อซื้อรถมา
เราได้รถมาขับ และเราต้องชำระเงินค่างวดเพื่อผ่อนส่งกับไฟแนนซ์
เราได้สิทธิ์ครอบครองรถคันนั้น เอามาขับใช้งานได้ ( แต่เอาไปขายต่อไม่ได้ )
เพราะเรายังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในรถคันนั้น เพราะยังผ่อนส่งอยู่กับไฟแนนซ์
แต่กรรมสิทธิ์ในตัวรถนั้น เป็นของบริษัทไฟแนนซ์
จนกว่าเราจะผ่อนหมด ไฟแนนซ์ จึงจะโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อเรา
( เมื่อเล่มทะเบียน ระบุว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อเรา เมื่อนั้นแหละ จึงจะถือว่า กรรมสิทธิ์ในรถคันนั้นเป็นของเราโดยถูกต้อง ตามกฎหมาย )
ไม่เชื่อดูที่เล่มทะเบียนสิครับ
เขาจะมีหน้าหนึ่งในเล่มทะเบียน ที่ระบุว่า กรรมสิทธิ์เป็นของ บริษัท......( ไฟแนนซ์ )
อีหน้าหนึ่ง จะระบุว่า ผู้ครอบครองคือ........ ( ชื่อเรา )
ตราบใด ที่เราเป็นเพียงผู้ครองครองทรัพย์
ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์
จะเอาไปขายต่อ หรือเอาไปจำนำต่อไม่ได้
เพราะเรามิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
เป็นแต่เพียงผู้ครอบครอง
เพราะฉะนั้น จำนำทอง ( กับโรงจำนำ )
กับ เอาบ้านและที่ดิน ไปจำนองกับ ธนาคาร คนละกรณีกันนะครับ
แก้ไขเมื่อ 13 ต.ค. 48 17:37:35
แก้ไขเมื่อ 13 ต.ค. 48 17:26:54
แก้ไขเมื่อ 13 ต.ค. 48 15:43:39