CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) พระนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา ที่ชาวโลกยกย่อง

    ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระเถระที่บำเพ็ญ คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2547 จำนวน 73 รูปนั้น มีพระเถระรูปหนึ่งและเป็นเพียงรูปเดียว ที่ได้รับการสถาปนาเลื่อน สมณศักดิ์เป็นชั้นหิรัณยบัตร หรือชั้นเจ้าคณะรอง พระเถระรูปนั้นได้แก่ พระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตโต) ที่ได้รับการ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระพรหมคุณาภรณ์ โพสต์ทูเดย์ จึงนำประวัติและผลงานของพระเดชพระคุณ มาเผยแพร่ ให้ประชาชนได้แสดงความยินดีและอนูโมทนา เพราะพระเดชพระคุณเป็น พระนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาของ โลกที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างที่สุดองค์หนึ่งในยุคปัจจุบัน


    ในวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่พระพรหมคุณาภรณ์ เข้ารับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ที่พระที่นั่งแมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวังนั้น บรรดาศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือรวมทั้งญาติมิตรหลายร้อยคนได้หลั่งไหลไปวัดญาณเวศกวัน พุทธมณฑล ตั้งแต่บ่ายเพื่อถวายสักการะและแสดงมุทิตาจิต ในขณะเดียวกันทุกคนต่างเป็นห่วงสุขภาพของพระเดชพระคุณ เพราะทราบว่าท่านป่วยเกี่ยวกับระบบเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองทำให้เหนื่อยง่ายและเพลีย นั่งนานไม่ได้ ประกอบกับอยู่ในช่วงผ่าตัดตาอีกด้วย การกระทำใดๆ ตามปกติจึงไม่สามารถทำได้ เมื่อพูดต้องจำกัดเวลาเพียงน้อยนิด มิเช่นนั้นจะเหนื่อยมาก

    ถึงกระนั้นท่านยังมีความเข้มแข็งเมื่อกลับจากพระบรมมหาราชวังในเวลาประมาณ 19.00 น. หลังจากจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ฟังพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูปสวดชัยมงคลคาถาแล้ว ได้กล่าวขอบคุณพระเถรานุเถระ และบรรดาญาติมิตรและศิษยานุศิษย์ที่มาแสดงมุทิตาจิตสั้นๆ มีใจความว่า การที่ทรงพระกรุณาเลื่อนสมณศักดิ์ ก็เป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนานั่นเองเป็นพระราชกรณียกิจอย่างหนึ่งในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เมื่อพระศาสนามีกำลังงานการที่เป็นศาสนกิจทั้งหลายก็จะเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน

    เพราะฉะนั้น การแสดงมุทิตาจิตในระยะยาวคือการที่ผู้ปฏิบัติทั้งหลายมาร่วมกันที่จะทำหน้าที่การงานของตนในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา โดยการประพฤติปฏิบัติด้วยตนเอง ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยการแนะนำสั่งสอนผู้อื่น โดยการเกื้อกูลแก่เพื่อนมนุษย์ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เรียกได้ว่าเป็นเจตนาในการแสดงมุทิตาจิตเพราะการที่มาร่วมกันให้เกิดกำลังเพื่อให้พระพุทธศาสนางอกงามเพื่อประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก จากนั้นท่านบอกว่าขอพูดสั้นๆ แค่นี้เพราะเพลียมากจริงๆ ตลอด 3 วันมานี้ สุดท้ายจึงขออนุโมทนาทุกท่านที่มาวันนี้

    ประวัติ
    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต)
    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) นามเดิมประยุทธ์ นามสกุล อารยางกูร เกิดเมื่อ 12 มกราคม 2481 ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
    บรรพชาเมื่อ 10 พฤษภาคม 2494 ที่วัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ และเริ่มเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดนั้น
    ต่อมา พ.ศ. 2495 ไปอยู่ที่วัดปราสาททอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เรียนพระปริยัติธรรมต่อ และได้เข้าฝึกวิปัสสนา เมื่อจบการฝึกที่จัดขึ้นแล้ว พระอาจารย์ผู้นำปฏิบัติได้ชวนไปอยู่ประจำสำนักวิปัสสนา แต่โยมบิดาไม่ยินยอม
    จากนั้น พ.ศ.2496 มาอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร เรียนพระปริยัติธรรมจนสอบเปรียญธรรม 9 ประโยค ได้ขณะยังเป็นสามเณร จึงได้รับการอุปสมบทในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นนาคหลวง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ 24 กรกฎาคม 2504 แล้วสอบได้ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต(เกียรตินิยมอันดับ1) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อ 2505 และสอบได้วิชาชุดครู เมื่อ 2506
    ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันการศึกษา 14 สถาบันดังนี้
    1.พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2525
    2.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดื (สาขาปรัชญา) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2529
    3.ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาหลักสูตรและการสอน) มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ.2529
    4.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศึกษาศาสตร์-การสอน) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.2530
    5.อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2531
    6.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาภาษาศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2531
    7.การศึกษาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาปรัชญาการศึกษา) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2533
    8.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2536
    9.ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ.2537
    10. ตรีปิฎกาจารย์กิตติมศักดิ์ จากนวนาสันทามหาวิหาร รัฐพิหารประเทศอินเดีย พ.ศ.2538
    11.อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (จริยศาสตร์ศึกษา) จากมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2538
    12.วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.2541
    13.ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพุทธศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย พ.ศ.2544
    14.ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพระพทุธศาสนา จากสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ.2544
    15.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารองค์การ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ.2545

    ศาสนกิจ
    พ.ศ.2505-2507 สอนในแผนกบาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    พ.ศ.2507-2517 สอนในชั้นปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยระหว่างนั้น บางปีบรรยายที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และในโครงการศาสนาเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยมหิดล
    พ.ศ.2507-2517 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการและต่อมาเป็นรองเลขาธิการและต่อมาเป็นรองเลขาธิการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    พ.ศ.2515-2519 เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์
    พ.ศ.2515 บรรยายวิชาพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมไทยที่ University Museum,University of Pennsylvania
    พ.ศ.2519 บรรยายวิชาการทางพระพุทธศาสนาที่ Swarthmore College, Pennsylvania
    พ.ศ.2524 ได้รับอาราธนาเป็น Visiting Scholar ที่ Center for the study of world Religions และบรรยายวิชาการทางพระพุทธศาสนา สำหรับ Divinity Faculty และ Arts Faculty, Harvard University
    พ.ศ.2537 เป็นเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ต.บางระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม จนปัจจุบัน

    ประกาศเกียรติคุณและรางวัล
    พ.ศ.2525 ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก้พระพุทธศาสนาในการฉลอง 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์
    พ.ศ.2525 ได้รับรางวัลวรรณกรรมชั้นที่ 1 ประเภทร้อยแก้ว สำหรับงานนิพนธ์พุทธธรรม จากมูลนิธิธนาคาร กรุงเทพฯ
    พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานโล่รางวัล "มหิดลวรานุสรณ์"
    พ.ศ.2532 ได้รับโล่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษา ในวาระครบรอบ 20 ปี คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    พ.ศ.2533 ได้รับรางวัลกิติคุณสัมพันธ์ "สังข์เงิน" สาขาเผนแผ่พระพุทธศาสนา
    พ.ศ.2537 ได้รับรางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ จากองค์การ ยูเนสโก (UNESCO Prize for Peace Education)
    พ.ศ.2538 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติประกาศเชิดชูเกียรติเป็น "ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม"
    พ.ศ.2541 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ถวายรางวัล TTF Award สาขาสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยา สำหรับผลงานทางวิชาการดีเด่น หนังสือ การพัฒนาที่ยั่งยืน
    พ.ศ.2544 รางวัล "สาโรช บัวศรี ปราชญ์ผู้ทรงศีล" จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    พ.ศ.2547 มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลกถวายตำแหน่ง เมธาจารย์ (Most Eminent Scholar) แด่พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) ในฐานะนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาสายเถรวาท

    สมณศักดิ์
    พ.ศ.2512 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีวิสุทธิโมลี
    พ.ศ.2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นราชที่ พระราชวรมุนี
    พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่พระเทพเวที
    พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปิฎก อดุลญาณนายก ปาพจนดิลกนิวิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาลี
    พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัณยบัตรที่ พระพรหมคุณาภรณ์ สุนทรธรรมสาธก ตรีปิฎกปริยัติโกศล วิมลศีลาจารศาสนภารธุราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาลีงานหลักของพระพรหมคุณาภรณ์ ด้านหนึ่ง ปรากฎออกมาในการบรรยายปาฐกถา ธรรมกถา และธรรมเทศนา ทั้งภายในประเทศ และในที่ประชุมนานาชาติ ซึ่งเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พร้อมไปด้วยกันกับการขยายพรมแดนแห่งวิชาการ โดยมีผู้ขอนำไปพิมพ์เป็นหนังสือแจกจ่ายให้กว้างขวางออกไปงานนิพนธ์ของพระพรหมคุณาภรณ์ ในลักษณะตำราเอกสารทางวิชาการและหนังสืออธิบายธรรมทั่วๆไป มีจำนวนมากกว่า 313 เรื่อง เช่น พุทธธรรม, พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม, พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์, ธรรมนูญชีวิต, การศึกษาของคณะสงฆ์ ปัญหาที่รอทางออก, การศึกษาที่สากลบนฐานแห่งภูมิปัญญาไทย, Thai Buddhism in the Buddhist World, ทางสายอิสรภาพของการศึกษาไทย, Buddhist Economics พุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์, นิติศาสตร์แนวพุทธ, A Buddhist Solution for the Twenty-first Century, สิทธิมนุษยชน สร้างสันติสุขหรือสลายสังคม, กรณีธรรมกาย บทเรียนเพื่อการศึกษาพระพุทธศาสนา, สร้างสรรค์สังคมไทย และธรรมะกับธุรกิจ เป็นต้นนอกจากนั้น พระพรหมคุณาภรณ์ ได้รับนิมนต์เป็นที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการสร้างพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์สำเร็จสมบูรณ์เป็นฉบับแรกของโลก ทำให้การศึกษาค้นคว้าหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำพระเดชพระคุณเริ่มประพันธ์หนังสือมานาน ตั้งแต่เป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย บทประพันธ์แต่ละเรื่องแต่ละเล่มได้รับการตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง เช่นหนังสือพุทธธรรม(ฉบับเดิม) ได้รับการตีพิมพ์เกินกว่า 10 ครั้ง (เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.514) ธรรมนูญชีวิต ตีพิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ.2519 และถึง พ.ศ.2540 พิมพ์แล้ว 200 ครั้ง จากนั้นได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมและได้ตีพิมพ์ตั้งแต่ 2540-กรกฎาคม 2547 รวม 55 ครั้ง

    จากคุณ : promp888 - [ 18 ก.พ. 49 03:58:53 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป