Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    ค้นพบของพระพุทธเจ้ากับวิทยาศาสตร์ พระพุทธเจ้าทรงอธิบาย

    เคยจะเขียนเพื่อทำหนังสือขาย เเต่กลัวเขียนไปเเล้วไม่มีใคนอ่านก็เลยเอามาให้อ่านกันฟรีไปละ
    กัน ผมพยายามรวบรวมข้อมูลให้ดีที่สุดทำที่จะทำได้ ขาดตกบกพร่องก็ช่วยเเก้ไขละกันคับ
    หรือใครมีขอมูลเพิ่มเติมก็เอามาลงได้นะคับ จากGodgame

    ค้นพบของพระพุทธเจ้ากับวิทยาศาสตร์
    พระพุทธเจ้าทรงอธิบายเรื่องของปรมาณูหรืออะตอมไว้ ว่ามีขนาดเล็กแค่ไหน ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ก็จัดได้ว่าเล็กมากที่สุด ซึ่งพระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า
    1 ธัญญามาตร (ขนาดเล็กของเมล็ดข้าว)ประกอบด้วย 7 อูกา (ศรีษะของตัวเล็น)
    1 อูกา ประกอบด้วย 7 สิกขา (รอยขีดเล็กๆ)
    1 สิกขาประกอบด้วย 37 รถเรณู (ละอองเกษรดอกไม้)
    1 รถเรณู ประกอบด้วย 36 ตัชชารี (ละอองรังสีในแสงแดด)
    1 ตัชชารี ประกอบด้วย 36 อนู (อนุภาคขนาดเล็ก)
    1 อณู ประกอบด้วย 36 ปรมาณู
    1 ปรมาณู แบ่งแยกไม่ได้อีก เพราะหากแยกต่อไปจะหมดสภาพของสารนั้น
    จะเห็นได้ว่าเม็ดข้าวหนึ่งเม็ด จะมีขนาดประมาณ(วัดจากแนวนอน) กว้างประมาณ0.7ซม สูงประมาณ0.2ซม
    และหนาประมาณ0.2ซม จะประกอบไปด้วยอะตอมประมาณ 84,000,000 อะตอม
    ดังนั้น 1 ปรมาณูหรืออะตอมจะขนาดประมาณ 0.36 นาโนเมตร (nm = 10(-9) m) จัดได้ว่าเป็นสสารที่เล็กที่สุดแล้ว ความรู้ทางวิทยาศาสตร์นั้น แสดงการคำนวณหารัศมีของอะตอมของธาตุไฮโดรเจน ซึ่งเป็นขนาดของอะตอมที่เล็กที่สุด ตามทฤษฎีของ Bohr ได้รัศมีของไฮโดรเจน rH = 0.053 นาโนเมตร(ค่านี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Bohr's radius) ค่า 0.036x10(-9) และ 0.053x10(-9) แม้จะแตกต่างกัน แต่ถือว่าอยู่ใน order เดียวกัน คือในลำดับความละเอียด ขนาด 10(-9) เมตรเหมือนกัน จำนวนอะตอมของธาตุอะลูมิเนียมในโลหะอลูมิเนียม 1 กรัม มีมากถึง 2 x1022 อะตอม คำนวนออกมาได้2หมื่นล้านล้านล้านอะตอม เลข0ต่อท้าย23ตัว อะตอมประกอบไปด้วย นิวเคลียส มีอนุภาคประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอน ที่อยู่รวมกัน และมีอิเล็กตรอน วิ่งวนอยู่รอบๆ และเล็กกว่าโปตรอน1,000เท่า ประกอบด้วย ควาร์ก และก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เล็กกว่าอะตอมแล้ว ซึ่งการค้นพบของพระพุทธเจ้าเป็นการค้นพบในรูปแบบนามธรรมยากต่อการเข้าใจ แต่ อัลเบิร์ตไอสไตน์ ค้นพบในแบบรูปธรรมให้เห็นให้เข้าใจว่าอะตอมเป็นแบบนี้ และถ้ามองลึกลงไปจะเห็นว่าอะตอมแต่ละตัวนั้นมีการเรียงตัวกันเองโดยที่ไม่ได้มีการยึดติดใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการรวมตัวของธาตุอะตอมนั้นๆ
    ทำให้นึกถึงคำพูดของพระพุทธเจ้าว่า อย่ายึดติดใน รูป รส กลิ่น เสียง ขนาดอะตอมซึ่งเป็นสสารวัตถุแท้จริงแล้วยังไม่ได้ยึดติดแล้วทำไมมนุษย์ต้องไปยึดติดกับ รูป รส กลิ่น เสียง ด้วย
    พระพุทธเจ้ารู้ว่าโลกนี้กลมมา 2500 กว่าปีแล้ว ท่านตรัสไว้ใน พรหมชาลสูตร ว่า "โลกนี้กลมเหมือนผลมะขามป้อม"
    ก็คือโลกมีลักษณะกลมๆแต่ไม่ถึงกับกลมเหมือนลูกปิงปอง เพราะโลกเรามีทั้งภูเขาที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากันจึงทำให้รู้ว่าโลกลักษณะที่ไม่เรียบคับ ในสมัยโบราณมนุษย์ยังคิดว่าออกมหาสมุทรไปเรื่อยๆจะตกขอบมหาสมุทร หรือยังคิดว่าโลกแบนเป็นกล้วยทับอยู่คับ แต่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะรู้ว่าโลกกลม เมื่อตอนที่ส่งจานดาวเทียมขึ้นไปเองคับ

    พระพุทธเจ้าอธิบายถึงการมีอยู่ของโลก ไว้ว่าแบบไหน

    " โลกตั้งอยู่บนสิ่งใด?" (คำถามของพราหมณ์)
    "บนแผ่นน้ำ" (พระพุทธเจ้าทรงตอบ)
    " แผ่นน้ำตั้งอยู่บนสิ่งใด?" (คำถามของพราหมณ์)
    " บนลม"(พระพุทธเจ้าทรงตอบ)
    " และลมตั้งอยู่บนสิ่งใด?" (คำถามของพราหมณ์)
    " บนอวกาศ"(พระพุทธเจ้าทรงตอบ)
    " และอวกาศเล่าตั้งอยู่บนสิ่งใด?" (คำถามของพราหมณ์)
    " มากเกินไปเสียแล้ว พราหมณ์เอ๋ย อวกาศมิได้ตั้งอยู่บนสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งใดค้ำอวกาศไว้เลย"(พระพุทธเจ้าทรงตอบ)
    ถ้ามนุษย์ขึ้นไปอยู่บนอวกาศจะเห็นได้ว้าแผ่นดินมี1ใน4 ส่วนของน้ำ จะเห็นว่าเหมือนแผ่นดินตั้งอยู่บนน้ำ และถ้าอยู่สูงขึ้นไปอีกจะเห็นว่าชั้นบรรยากาศห้อหุ้มโลก ที่เหมือนห่อหุ้มน้ำไว้ อากาศนั้นหนาประมาณ22กิโลเมตร ก็เปรียบเหมือน น้ำตั้งอยู่บนลม และถ้าออกจากชั้นบรรยากาศ ก็จะเป็นอวกาศ ก็เปรียบเสมือนอากาศตั้งอยู่บนอวกาศ และอวกาศไม่ได้ตั้งอยู่บนที่ใดแล้ว และยังไม่มีที่สิ้นสุดด้วย

    พระพุทธเจ้าจำแนกขั้นตอนการเกิดของมนุษย์ เมื่อเปรียบเทียบกับการเจริญของเชลล์ไข่ที่ผสมอสุจิมนุษย์แล้วมีดังนี้
    เมื่อเชลล์ไข่ผสมกับอสุจิ ภายใน 10-12 ชั่วโมง นิวเคลียสของทั้งสองก็จะรวมตัวอย่างสมบูรณ์ เรียกว่า การปฏิสนธิ (หมายถึง กลละ ในพระสูตร)
    หลังจากนั้นจะมีการแบ่งเชลล์ 30-37 ชั่วโมง เรียกกว่า ไชโกด แล้วก็จะกลายเป็นกลุ่มเชลล์ เรียกว่า เอ็มบริโอ (หมายถึง อัพพุทะ ในพระสูตร)
    หลังจากนั้นเจ็ดวัน เอ็มบริโอ ก็จะเคลื่อนที่ฝังในผนังมดลูก (หมายถึง เปสิ ในพระสูตร)
    หลังจากนั้น 3 สัปดาห์ เริ่มมี หัวใจ สมอง และไข่สันหลัง (หมายถึง ฆานะ ในพระสูตร)
    หลังจากนั้น 4 สัปดาห์ เริ่มมีปุ่มแขนขา จนถึงสัปดาห์ที่ 7 (เป็นช่วง ปรากฏ 5 ปุ่ม ในพระสูตร จนปรากฏ ศีรษะ แขนขา ชัดเจน)
    หลังจากนั้นก็จะพัฒนา อวัยวะ ต่างๆ จนครบสมบูรณ์ ด้วยอาศัยอาหารจากมารดา (ซึ่งตรงตามพระสูตรทุกอย่าง)

    เห็นได้ว่าพระพุทธเจ้ารู้การเกิดของมนุษย์ ตั้งแต่เมื่อ2,500ปีมาแล้ว ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะเครื่องอุล ตร้าซาวนด์ (The ultrasound scan) และยังเป็นการเจริญเติบโตจากภายใน ยากที่มนุษย์ยุคนั้นจะรู้แต่พระพุทธเจ้าก็ได้ตอบไว้หมดแล้ว นักวิทยาศาสตร์เพิ่งได้เห็นการเจริญเติบโตมนุษย์ในครรภ์ได้ไม่ถึงร้อยปีคับ

    จากคุณ : run1511 - [ 20 ธ.ค. 50 12:31:20 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom