Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    สาเหตุที่พระพุทธศาสนาเสื่อมจากประเทศอินเดีย

    เรามาศึกษาสาเหตุที่ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมจากอินเดียกันสักนิดว่าทำไมพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นที่ตรงนั้น ตั้งอยู่ที่ตรงนั้น แล้วเสื่อมสลาย และเพิ่งจะฟื้นฟูกลับไปใหม่ เป็นสิ่งที่ชาวพุทธในปัจจุบันต้องศึกษา ซึ่งมี ๒ สาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้คือ




    ๑. สาเหตุภายใน




    พระพุทธศาสนาภายหลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ก็มีคำสอนแทนพระองค์ และพระสงฆ์ก็รักษาเอาไว้ ทรงจำคำสอนเอาไว้ นำมาสอนตัวเอง และถ่ายทอดแก่ผู้อื่น เพราะฉะนั้นพระพุทธศาสนาก็จะมีพระสงฆ์เป็นผู้นำ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง




    ในระยะแรกๆ ต้นศาสนา พระสงฆ์ที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มีอยู่เป็นจำนวนมาก ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างแก่พระภิกษุสงฆ์อื่นในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา คือ ผู้หมดกิเลสแล้วเป็นผู้นำ




    เป้าหมายการบวชในสมัยนั้น มีเพียงประการเดียวคือ บวชเพื่อมุ่งทำพระนิพพานให้แจ้ง มุ่งเอาพระนิพพานกันจริงๆ ให้ความสำคัญทั้งการศึกษาทั้งด้านทฤษฎีปริยัติ และก็ด้านปฏิบัติ ควบคู่กันไป นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เผยแผ่สั่งสอนประชาชนให้ปฏิบัติตามต่อไป พระพุทธศาสนาจึงเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว คือศึกษา ฝึกฝน และก็สั่งสอน ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า น้อมนำมาปฏิบัติ จนกระทั่งบรรลุธรรมแล้วก็สั่งสอนเผยแผ่ พุทธศาสนาจึงเจริญขึ้นได้อย่างรวดเร็ว




    ต่อมาผู้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์นั้นมีจำนวนน้อยลง ในหมู่พระสงฆ์ก็มีทั้งผู้ที่มีใจรัก มีความเชี่ยวชาญทางด้านปริยัติ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านปฏิบัติ แต่เนื่องจากการศึกษาปริยัติเป็นสิ่งที่สามารถวัดภูมิความรู้ได้ว่าได้ศึกษามาถึงตรงไหน ถ้าเทียบกับปัจจุบันคือ มีเปรียญ หนึ่ง สอง สาม ถึง เก้า เป็นต้น




    ในขณะที่ธรรมปฏิบัติเป็นสิ่งที่รู้เฉพาะตน เป็นของละเอียด วัดได้ยาก หมายถึง ผู้อื่นที่เรียนรู้ มองดูแล้ว องค์นี้บรรลุธรรมขั้นไหนแล้ว จะรู้ได้ก็เฉพาะท่าน แล้วท่านก็มิได้มาโอ้อวดบอกว่าได้บรรลุธรรมขั้นนั้น ขั้นนี้




    ด้านปริยัตินี่ไม่ต้องบอกกล่าวก็พอจะเข้าใจได้ แต่ธรรมปฏิบัติมันยาก และพระสงฆ์ที่เชี่ยวชาญในด้านธรรมปฏิบัติ ในด้านการปฏิบัติธรรมก็มักจะมีใจโน้มเอียงไปในทางแสวงหาความสงัด สงบ วิเวก มักไม่ชอบคลุกคลีด้วยหมู่คณะ อยากปลีกวิเวก ไม่ชอบการบริหารจัดการ เมื่อเป็นเช่นนี้ หลังจากกาลเวลาผ่านไป พระภิกษุสงฆ์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านปริยัติ จึงมีมากขึ้น และอยู่รวมกันเป็นหนึ่ง จึงเป็นผู้ขึ้นมาบริหารคณะสงฆ์โดยปริยาย




    เมื่อพระภิกษุรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นจึงจะมักได้รับการฝึกฝนอบรมได้ด้านพระปริยัติธรรมเป็นหลัก เพราะผู้บริหารเชี่ยวชาญด้านปริยัติธรรม จึงเน้นด้านนี้เป็นหลัก เอาที่ตนถนัด มีความชำนาญเข้าใจ จึงทำให้ธรรมปฏิบัติค่อยๆ ลดน้อยถอยลง




    คล้ายๆ ยุคนี้นะ ละม้ายคล้ายคลึง เพราะการศึกษาปริยัตินี้จะต้องทุ่มเทเวลา ให้สิ่งเหล่านี้มันวนเวียนอยู่ในใจ ต้องคิดในด้านนี้ หัวข้อธรรมะ ต้องท่องจำ อะไรต่างๆ ต้องถ่ายทอด ศึกษาเรียนรู้ ชำนาญทางนี้ จึงถ่ายทอดทางนี้ ทำให้ส่วนของธรรมปฏิบัติค่อยๆ ลดน้อยถอยลง




    ต่อมาเมื่อศึกษาเรื่องทฤษฎี หรือด้านปริยัติมากเข้า แต่ไม่ปฏิบัติ ก็จะมีพระภิกษุที่เป็นนักคิด นักทฤษฎีจำนวนหนึ่งเกิดขึ้น แล้วก็ตั้งแต่สมัยพุทธกาลเรื่อยมาก็มีต่างศาสนิกเกิดอยู่แล้ว ปริพาชกต่างๆ ยิ่งหลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน ก็ยิ่งมีมากมายเลยที่เกิดขึ้น มีความเห็นแตกต่างกันไป มีเทวนิยมเกิดขึ้น ในสมัยพระพุทธเจ้าก็มี แต่ว่าสู้ดวงปัญญาของท่านไม่ได้ แต่พอท่านดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พระอรหันต์น้อยลงไป เหลือแต่นักคิด ที่ไม่ใช่นักปฏิบัติ เวลาโต้วาทะกันกับนักปรัชญาของศาสนาอื่น ก็ผลัดกันแพ้บ้าง ชนะบ้าง และเมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับอภิปรัชญาคือ เรื่องไม่ควรจะเอาไปคิด เช่นโลกนี้โลกหน้ามีจริงหรือไม่ จิตมีการรับรู้ได้อย่างไร เอาคำถามนี้ซึ่งจะตอบได้เฉพาะผู้ปฏิบัติจะยืนยันได้ แต่นักคิดนักทฤษฎีนั้นไม่ได้ปฏิบัติ ก็ไม่กล้ายืนยัน ก็ว่ามีมั้ง มันต้องน่าจะมี เพราะมีบันทึกเอาไว้ว่าโลกนี้โลกหน้าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อะไรต่างๆ ก็ว่ากันไปตามทฤษฎี ก็ไม่ทำให้เกิดความมั่นใจสำหรับผู้ฟังเลย จะโต้แย้งกันอย่างนี้อยู่ตลอด แล้วก็มีแนวคิดของพระนักทฤษฎีสำนักต่างๆ มากขึ้น คล้ายๆ สมัยปัจจุบันนี้ มีนักคิดเกิดขึ้นมามากมาย แล้วก็แฟนใครแฟนมัน มีหมู่มีพวก มีพรรคมีพวก ใครที่มีรสนิยมเดียวกันก็เข้าไปอยู่พวกเดียวกัน




    เมื่อมีนักคิดที่เป็นพระนักทฤษฎีเกิดขึ้น สำนักต่างๆ เกิดขึ้น ก็เกิดความขัดแย้งในหมู่ชาวพุทธ ชาวพุทธจึงสับสนไม่รู้จะไปเชื่อตรงไหน จะปฏิบัติตามใคร เพราะแต่ละสำนักก็ยืนยันว่าของตนเป็นที่หนึ่ง แน่จริงๆ แล้วบางทีก็มีการเกทับกัน เพื่อรักษาศาสนิกเอาไว้ เพราะศาสนิกนั้นหมายถึงลาภสักการะ ชื่อเสียงของตน เพื่อความคงอยู่ปลอดภัยในชีวิตของตน จึงเกิดความขัดแย้งในหมู่ชาวพุทธ

     
     

    จากคุณ : ถ้ำเขาบิน - [ 21 ธ.ค. 50 08:31:12 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom