ความคิดเห็นที่ 28

อันนี้เอามาจากคุณวิชา http://larndham.net/index.php?showtopic=12900&st=0
1 จักรวาล ทางพุทธ คือ มีกำหนดเท่ากับโอกาสที่พระจันทร์ พระอาทิตย์ โคจร ทั่วทิศสว่างไสวรุ่งโรจน์ นั้นประกอบไปด้วย พระจันทร์หนึ่งดวง มีอาทิตย์หนึ่งดวง มีขุนเขาสิเนรุหนึ่ง มีชมพูทวีปหนึ่ง มีอปรโคยานทวีปหนึ่ง มีอุตตรกุรุทวีปหนึ่ง มีปุพพวิเทหทวีปหนึ่ง มีมหาสมุทรสี่ มีท้าวมหาราชสี่ มีเทวโลกชั้นจาตุมหาราชิกาหนึ่ง มีเทวโลกชั้นดาวดึงส์หนึ่ง มีเทวโลกชั้นยามาหนึ่ง มีเทวโลกชั้นดุสิตหนึ่ง มีเทวโลกชั้นนิมมานรดีหนึ่ง มีเทวโลกชั้นปรนิมมิตวสวัสตีหนึ่ง มีพรหมโลกหนึ่ง
1 สุริยะจักรวาลทางวิทยาศาสตร์ มีดวงอาทิตย์ 1 ดวง และมีดาวเคราะห์หลายดวงเป็นบริวาร โคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่วนดาวเคราะห์นั้นมีดวงจันทร์เป็นบริวารอาจจะมี 1 ดวงหรือมากกว่าหนึ่งดวงก็ได้
เมื่อแยกมาเปรียบเทียบก็ได้ดังนั้น จักรวาลทางพุทธ มีกำหนดเท่ากับโอกาสที่พระจันทร์พระอาทิตย์โคจร ทั่วทิศสว่างไสวรุ่งโรจน์ กับสุริยะจักรวาลทางวิทยาศาสตร์ ในเชิงเป็นวัตถุที่มนุษย์เห็นได้ก็มีความเข้ากันได้ เพี่ยงแต่ในทางพุทธนั้นเป็นการนำเสนอที่มนุษย์ในสมัยนั้นพอเข้าใจได้
จากที่แยกเปรียบเทียบด้านบน ก็จะได้ 1 จักรวาลทางพุทธ ก็คืออาณาบริเวณที่คลุม ระบบสุริยะจักรวาลหนึ่งๆ ทางวิทยาศาสตร์นี้เอง
ต่อไปก็ต้องพิจารณาว่าอาณาบริเวณจักรวาลทางพุทธนั้น มากกว่า ระบบสุริยะจักรวาลมากแค่ไหน
ทางวิทยาศาสตร์นั้น ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้กับสุริยะจักรวาลของเรา อยู่ห่างไปประมาณ 4.3 ปีแสง ต้องอาศัยการวัดระยะทาง และขนาดของโลก ขนาดของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เข้ามาช่วยแล้ว
1 ปีแสง = 5.88 X 10**12 = 5,880,000,000,000 ไมล์ ( 1 ไมล์ = 1.6 กิโลเมตร) โลกมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 7,900 ไมล์ โลกห่างจากดวงจันทร์ ประมาณ 238,400 ไมล์ ดวงจันทร์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 2,163 ไมล์ โลกห่างจากดวงอาทิตย์ ประมาณ 93,000,000 ไมล์ ดวงอาทิตย์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 864,000 ไมล์ ดวงอาทิตย์ห่างจากดาวฤกษ์ที่ใกล้ประมาณ 25,284,000,000,000 ไมล์
คราวนี้ต้องมาเทียบอัตราส่วนของมนุษย์กับโลกก่อนว่าเท่าใด จึงพอที่จะประมาณโลกเทวดาได้
ผมกำหนดเพื่อคำนวณได้ง่ายให้มนุษย์มีความกว้าง 1 เมตร ก็คือ 1/1600 ไมล์ = 0.000625 ไมล์ ได้อัตราส่วนความกว้างของมนุษย์กับโลก ประมาณ 0.000625/7900 หรือ 1 / 12,640,000 ส่วน
ที่ได้จากการสนทนากับเทวดา โลกมนุษย์ เท่ากับ กำปั้น ของเขา เมื่อเทียบรูปร่างของเทวดามีลักษณ์เหมือนมนุษย์ จากวัดกำปั้น(ตัวเอง)ของคนเรามีขนาน 10 เชนติเมตร ในเมือกำหนความกว้างของมนุษย์ประมาณ 1 เมตร จึงมีขนาด 100/10 ประมาณ 10 กำปั้น
ก็จะได้ขนาดความกว้างของเทวดา 10 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางโลก คือ 10 x 7,900 = 79,000 ไมล์ เมื่อประมาณให้โลกเทวดา เป็นอัตราส่วนเดียวกับโลกมนุษย์ ก็สามารถประมาณความกว้างของโลกเทวดาได้ ดังนี้
ขนาดกว้างของตัวเทวดา / อัตราส่วนกว้างของมนุษย์กับโลก ประมาณ 79,000 X 12,640,000 = 998,560,000,000 ไมล์
ก็จะได้ความกว้างเชิงเปรียบเทียบโดยประมาณของโลกเทวดา ชั้นจาตุมหาราชิ = 998,560,000,000 ไมล์ ซึ่งยังห่างจากจุดกึงกลางระหว่างดาวฤกษ์ที่ใกล้กับดวงอาทิตย์อยู่มากๆ ประมาณ 12 เท่า หรือมีความกว้างประมาณ 1/12 ของจุดกึงกลาง ระหว่างดาวฤกษ์ที่ใกล้กับดวงอาทิตย์ และภพของเทวดาและพรหมนั้นสูงขึ้นไปเป็นชั้นๆ ขึ้นไป ซึ่งก็คือสูงจากโลกมนุษย์นี้ไป
และภพของเทวดาดาวดึงส์นั้นต้องกว้างกว่าภพของเทวดาชั้นจาตุมาราชิกา เพราะรูปร่างใหญ่กว่า แต่ทับซ้อนกันอยู่เบื้องบน ดังนั้นถ้าภพดาวดึงส์มีความกว้างกว่าเพียงครึ่งเท่าหรือ หนึ่งเท่าของภพชั้นจาตุมาราชิกา ก็จะมีพื้นที่มากกว่าภพจาตุมหาราชิกา ถึง 2 หรือ 3 เท่าที่เดียว
หมายเหตุ ขอให้ทำความเข้าใจด้วยว่า โลกเทวดา กับโลกมนุษย์ ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์นั้นคนละมิติ หรือรูปหยาบและละเอียดต่างกัน
ดังนั้นแสงที่เทวดาเห็นในภพของเขาไม่ได้อาศัยแสงของดวงอาทิตย์เหมือนมนุษย์
ดังนั้นโดยกะประมาณ ภพของเทวดาทั้ง 6 ชั้น ระยะของความกว้างก็ยังไม่ถึง 1ใน 4 (1/4) ของระยะทางจากดวงอาทิตย์ ไปถึงดาวฤกษ์ที่ใกล้ที่สุดเลย(ยังไม่ถึงครึ่งเลย) ดังนั้นเมื่อรวมรูปพรหม อีก 9 ชั้น (พรหมฌาน 1 ถึง ฌาน 3) ก็คงเกือบกึ่งหนึ่งของระยะทางจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวฤกษ์ที่ใกล้ที่สุด
ส่วนพรหมฌาน 4 คงอยู่ด้านสูงสุดของขอบบนของจักรวาล (ดังนั้นเมื่อจักรวาลทังหมดทั้งมวลโดนทำลายตอนสิ้นกัป อย่างรุนแรงที่สุด ภพของพรหมฌาน 4 ก็หาได้โดนทำลายไปด้วย) ส่วนสุทาวาสพรหม(พระพรหมอนาคามี) และอรูปพรหมนั้นอยู่เขต นอกเหนือออกไปแล้ว ดังที่สนทนากับพระพรหมอนาคามี ท่านกล่าวว่า โลกของท่านที่เห็นเป็นโลกธาตุเดียว ก็เพราะหลุดออกไปจากจักรวาลไปแล้ว ไม่แบ่งขอบเขตแล้ว คือคลอบคลุมกาแลกชี่ทั้งหลายทั้งหมดทั้งสิ้น
และจากที่สนทนากับเทวดาชั้นจาตุกล่าวว่า ท่านจะไปยังดวงดวงดวงไหนก็ได้ที่มนุษย์มองเห็น ก็คงเป็นความจริงได้ ในเมื่อโลกเรานี้มีขนาดเพียงแค่กำปั้นของท่าน และเทวดาก็มีฤทธิ์ไปไหนได้อย่างรวดเร็วดังใจนึก(ก็คงเร็วกว่าแสง) แต่การที่จะข้ามจากชั้นจาตุมหาราชิกาของจักรวาลหนึ่ง ไปยังอีกจาตุมหาราชิกาอีกจักรวาลหนึ่ง คงใช้เวลาเป็นวันหรือ หลายวันของโลกมนุษย์ และต้องผ่านอาณาบริเวณอันเวิ่งว้าง (เทวาดาก็ยังมีความกลัวอยู่ เพราะเทวดาหมู่มารก็มีที่จะทำให้เกิดความกลัว) เพราะเทวดาเบื้องต่ำไม่สามารถมองเห็นภพเทวดาเบื้องสูง เหมือนคนละมิติ เนื่องจากรูปของเทวดาเบื้องต่ำจะหยาบกว่าเทวดาเบื้องสูง ดังนั้นไม่จำเป็นจริงเทวดาจึงไม่คอยเดินทางข้ามจักรวาล
ก็มีแต่ในกรณีที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นและยังมีพระชนชีพอยู่เท่านั้น ที่จะมีเทวดา10 ถึง 10,000 โลกธาตุ(อธิบายเรื่องโลกธาตุภายหลัง) มาประชุมรวมกันในจักรวาลนี้ เพื่อทัศนาและฟังคำสั่งสอนจากพระโอฐของพระพุทธเจ้า
และจากที่ได้สนทนากับเทวดาบวกกับพระไตรปิฎก กล่าวว่า ภูเขาสิเนรุเป็นภูเขาทิพย์ทีใหญ่มาก ๆ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของภพจาตุมาราชิกา ก็สามารถมองเห็นภูเขาสิเนรุนี้
และจากที่ได้สนทนากับเทวดา ภูเขาสิเนรุนั้น หาได้อยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับดวงอาทิตย์ แต่จะอยู่เยื่องด้านบนไปทางซ้ายของดวงอาทิตย์ ซึ่งก็หมายความว่าอยู่ใต้ตีนเขาสิเนรุ(เขาสิเนรุอยู่เยื่องด้านบนขวามือ) และภพของเทวดาชั้นดาวดึงส์ก็จะอยู่บนยอดเขาสิเนรุขึ้นไป ถัดกันไปเป็นชั้นๆ
จากคุณ :
Mr.Terran
- [
26 พ.ค. 52 13:20:37
]
|
|
|