Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
วิธีทำบุญอุทิศให้ถึงผู้ตาย ที่ถูกต้อง ตามตำนาน{แตกประเด็นจาก Y8863367}  

พอดีผมพึ่งอ่าน วิธีทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ที่ถูกต้อง จากหนังสือ ชีวประวัติหลวงปู่สมชายฯ ไป คืนก่อน เลยอยากเผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทานครับ

ผมขอสรุปคร่าวๆ ในเนื้อเรื่องข้างล่างนี้

กลับภูมิลำเนาโปรดญาติ (หน้า ๗๔)

...เป็นเวลานานที่หลวงปู่ไม่ได้กลับบ้านเกิดที่ร้อยเอ็ด เพราะไม่มีห่วงกังวลใดๆ อีกอย่างก็เพลิดเพลินกับการปฏิบัติภาวนาและทำความเพียร....... เมื่อมีญาติมาตามและแจ้งข่าวให้ทราบจึงเดินทางกลับ......หลวงปู่จึงถามว่า "...ที่ทำบุญกรวดน้ำไปให้ครั้งก่อนๆ นั้นได้พากันทำอย่างไร? ..ทำไมพี่ของเราจึงไม่ได้รับส่วนกุศล ยังเป็นเปรตเวทนา ไม่ไปผุดไม่ไปเกิดอีก..

เทศน์กัณฑ์พิเศษ

หลวงปู่ปรารภขึ้นว่า "..ที่พวกญาติโยมพากันทำมาทั้งหมดนั้น เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป็นการสร้างบาปทำบุญ จะทำอีกกี่ร้อยครั้งก็ตามคนตายก็ยังเป็นผีเปรตอยู่อย่างเดิม พรุ่งนี้อาตมาจะพาทำ แต่ก่อนอื่นจะขอเทศนาอธิบายวิธีการที่ถูกต้องให้พวกเราได้เข้าใจเสียก่อนว่า การทำบุญ จะทำอย่างไรจึงจะเรียกว่า เป็นการลงทุนแล้ว ได้บุญมากที่สุด ทานหรือบุญที่จะทำนั้น จะต้องประกอบด้วยองค์ ๓ ประการ ถ้าประกอบและถึงพร้อมด้วยองค์ ๓ ประการ ทานนั้นย่อมได้ผลมาก เป็นบุญมาก คือ ต้องถึงพร้อมด้วยบริสุทธิ์ ๓. ดังต่อไปนี้

บริสุทธิ์ข้อที่ ๑ ได้แก่ "วัตถุทานที่จะให้ต้องบริสุทธิ์" ได้แก่....

บริสุทธิ์ข้อที่ ๒ ได้แก่ "เจตนาในการให้ทานต้องบริสุทธิ์" การให้ทานนั้ัน เจตนาที่แท้จริงแล้วเป็นการขจัดความโลภ ความขี้ตระหนี่เหนียวแน่นและการให้ก็เพื่อเป็นการสงเคราะห์ผู้อื่นให้ได้รับความสุขด้วยความเมตตาของตน และต้องให้โดยเจตนาสัมปทา ๓ ประการ คือ
๑. ปุพฺพเจตนา "เจตนาก่อนให้ทาน ก็ต้องมีจิตใจเบิกบานชื่นชมยินดีว่าตนจะให้ทาน
๒. มุญฺจนเจตนา "เจตนาขณะกำลังให้ทาน ก็มีจิตใจเบิกบาน ผ่องใส"
๓. อปราปรเจตนา "เจตนาหลังการให้ทาน จะผ่านไปนานสักเท่าไรก็ปลื้มใจยินดี ไม่คิดเสียดายในภายหลัง"
เจตนาอันบริสุทธิ์ในการทำทานนั้นอยู่ที่ การทำจิตให้โสมนัส เบิกบาน ริื่นเริง ยินดีประกอบในการทำทานนั้นเป็นสำคัญ และสำคัญที่สุด คือให้มุ่งเพื่อที่จะสงเคราะห์สัมภเวสีผีเปรตเวทนาตนนั้น เพื่อให้เขาพ้นจากความทุกข์ ให้ผีเปรตเหล่านั้นได้รับความสุขเพราะทานของเรานั่นเอง....

บริสุทธิ์ของที่ ๓ ได้แก่ "เนื้อนาบุญต้องบริสุทธิ์"
เนื้อนาบุญที่จะกล่าวถึงนี้ ได้แก่บุคคล หรือปฏิคาหกผู้รับทานจากพวกเรานั่นเองหรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือพระสงฆ์ครูบาอาจารย์ที่พวกเราได้นิมนต์ท่านมาเป็นผู้รั้บทานนั้น นับว่าเป็นองค์ประกอบที่มีความหมายสำคัญที่สุด...

.....ขอยกรูปแบบมาเปรียบให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า
-การหว่านเมล็ดข้าวเปลือกลงในนา หว่านด้วยเมล็ดข้าวที่เป็นพันธุ์ดี พร้อมที่จะงอกงามเจริญเติบโต (วัตถุทานบริสุทธิ์)
-ผู้หว่านข้าว คือ เจ้าของนาก็มีเจตนาเพื่อทำนาให้เกิดผลผลิตโดยสมบูรณ์ (เจตนาบริสุทธิ์)
-นาที่หว่านข้าวลงไปนั้นอุดมสมบูรณ์ เปรียบดังพระสงฆ์ผู้รับไทยทานเป็นผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ (บุญเขตบริสุทธิ์).....

.....การให้ธรรมทาน ๑๐๐ ครั้ง ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ อภัยทาน เพียงครั้งเดียว การให้อภัยทาน คือ การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่น...

อย่างไรก็ตามการทำทานตามลำดับที่กล่าวมาทั้งหมด ผลบุญที่ได้นั้นยังต่ำกว่า "ศึล" ไม่ว่าจะเป็น ศีลห้า ศีลแปด หรือศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ด ซึ่งมีอานิสงค์เพิ่มยิ่งขึ้นไปตามประเภทของศีลที่รักษา...

....แต่ศีลนั้นยังน้อยกว่าการ "ภาวนา" เพราะเป็นการรักษาจิตใจ ซักฟอกจิตให้สะอาด เบาบางหมดจากกิเลสคือ ความโลภ โกรธ หลง อันเป็นเครื่องร้อยรัดให้สรรพสัตว์ทั้งหลายต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏ....

พิธีทำบุญให้กับผู้ล่วงลับ

เช้าวันใหม่ หลวงปู่ได้ตรวจดูสิ่งของที่ให้ญาติพี่น้องหามา เช่น มีด จอบ เสียม เสื่อ เพื่อจะได้ถวายใช้หนี้คืนสงฆ์ ที่ผู้ตายได้เคยขโมยไปจากวัด สมัยมีชีวิตอยู่ จากนั้นหลวงปู่ก็นำกล่าวคำถวายทานด้วยตัวเองว่า

นะโม ๓ จบ... อิทัง เม ทานัง,ญาติกานัง, เปตานัง, ทักขินัง โหตุ..
ผลทานของข้าพเจ้าทั้งหลาย,ที่กระทำในวันนี้, ข้าพเจ้าทั้งหลาย,

ขอแผ่ผลอุทิศ. ไปให้แก่ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลาย,

ที่ล่วงลับดับขันธ์ไปสู่ปรโลกเบื้องหน้า, มีนามว่า..(ออกชื่อ นามสกุล),

ถ้าหากว่า, ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลาย, นาย..(ออกชื่อนามสกุล),

ยังไม่ทราบข่าวสารการทำบุญนี้, ข้าพเจ้าทั้งหลาย,

ขอฝากข่าวสารการทำบุญนี้, แด่เทพเจ้าทั้งหลาย,

มีรุกขเทวดา, ภุมมเทวดา, และอากาศเทวดา เป็นต้น

จงนำข่าวสารการทำบุญนี้ ไปแจ้งแก่, ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลาย,

มีนามว่า(นาย..ออกชื่อนามสกุล), จนกว่าจะได้รับทราบ, เมื่อรับทราบแล้ว,

ขอจงได้อนุโมทนา, เมื่ออนุโมทนาแล้ว,

หากตกทุกข์ได้ยาก, ก็ขอให้พ้นจากทุกข์,

เมื่อมีความสุขแล้ว, ก็ขอให้มีความสุข, ยิ่งๆ ขึ้นไป เทอญ....

หลวงปู่ได้กล่าวเสริมว่า การทำบุญนอกจากองค์ประกอบทั้ง ๓ ตามตำนานดัง

กล่าวข้างต้นนั้นแล้ว ก็ยังต้องเพิ่มการกล่าวคำอุทิศให้เฉพาะเจาะจง ออก ชื่อ

นามสกุล และน้อมจิตให้ดิ่งเป็นสมาธิในขณะกล่าว ให้นึกเห็นเป็นรูปร่าง

หน้าตา กิริยาท่าทางของบุคคลที่เราต้องการอุทิ้ศส่วนกุศลไปให้นั้นได้ยิ่งดี

ถ้าทำได้อย่างนี้บุญกุศลไม่มีตกหล่นไปไหนย่อมถึงแก่เปรตชนผู้รอรับส่วน

กุศลอย่างแน่นอน...

หลวงปู่ได้เดินทางกลับไปโปรดให้ญาติได้พ้นทุกข์ในครั้งนี้ เป็นที่อนุโมทนาสาธุการของชาวบ้านและญาติพี่น้องเป็นอย่างยิ่ง และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครพบเห็นหรือถูกผีเปรตบักขี้ยาหลอกหลอนอีก

แก้ไขเมื่อ 10 ก.พ. 53 08:29:52

แก้ไขเมื่อ 10 ก.พ. 53 08:06:57

จากคุณ : ญัติสมมุติ
เขียนเมื่อ : 9 ก.พ. 53 20:50:41




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com