CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    The six degree of Separation Theory


    เคยเจอเรื่องบังเอิญไหมครับ ...


    โดยเฉพาะเรื่องบังเอิญแบบที่ไปเจอใครซักคนนึง พอคุยๆ กันไปแล้วก็ปรากฎว่า คนที่เราเพิ่งคุยด้วยเนี่ย เค้ารู้จักเพื่อน ญาติ คนรู้จัก หรือแฟนเราด้วยละ


    ถ้าไอ้แค่บังเอิญรู้จักแบบธรรมดาคงไม่แปลก เพราะผมก็เจอบ่อยๆ เช่นไปงานสัมนานอกบริษัท แล้วเจอคนที่ไปสัมนาด้วยกันที่ดันรู้จักเพื่อนร่วมงานผม อย่างนี้ก็คงไม่แปลก เพราะมันสายงานเดียวกัน ยังไงก็ต้องเจอกันซักวัน อีแบบนี้น่าจะเป็นแค่ connection ธรรมดา คงไม่น่าสนใจเท่าไหร่


    แต่ที่ผมกำลังจะพูดถึง มันมักจะเป็นเรื่องบังเอิญแบบว่า ... เฮ้ย ... รู้จักกันได้ไงวะ แบบนี้ต่างหาก ... อย่างวันก่อน อาจารย์แก้ว BP โทรมา ถามว่ารู้จักคนชื่อนี้หรือเปล่า ก็เอ่ยชื่อเพื่อนผมที่สนิทกันตั้งแต่สมัย ม.ปลายมาคนนึง ... เรื่องของเรื่องคือไอ้เพื่อนคนนี้ไปบรรจุเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกับแก้วเข้า แผนกเดียวกันซะด้วย พอคุยไปคุยมา ... อ้าว ... เด็กเซนต์เหรือ อายุพอๆ กันกับผมด้วย แก้วเค้าเลยถามว่ารู้จักผมไหม ถึงได้ QED ว่า ที่แท้ก็เพื่อนผมนี่เอง ... ก็เลยโทรมาเล่าให้ฟัง


    แล้วผมก็นึกถึงทฤษฎีอันนึงขึ้นมา(อีกแล้ว) คือทฤษฎีที่ชื่อว่า The six degree of separation หรือเรียกแบบไทยๆ ว่าทฤษฎีโลกกลมก็คงได้ โดยสามารถสรุปสั้นๆ ได้ว่า

    “ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ส่วนไหนของโลก
    ถ้าคุณต้องการสื่อสารกับใครซักคน ...
    ใครก็ได้บนโลกใบนี้ ...
    คุณสามารถไปถึงได้ภายในการเชื่อมโยงเพียงไม่เกิน 6 ทอดเท่านั้น
    หรืออีกนัยหนึ่ง คนที่คุณเคยรู้จัก อาจกลับมาพบกันได้อีกครั้ง
    ภายในการเชื่อมโยงไม่เกิน 6 ทอดเช่นกัน”



    ประทานโทษ ไอ้เรื่องบังเอิญที่ว่าเนี่ย ไม่ได้ตั้งเป็นทฤษฎีกันมั่วๆ นะครับ เพราะเป็นทฤษฎีที่ตั้งโดยนักวิจัยระดับโปรเฟสเซอร์ทางสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เชียวนะ แรกๆ ผมไม่เชื่อครับ พออ่านเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎี Six Degree นี่ใหม่ๆ ก็เลยลองทดสอบเล่นๆ โดยเอามาคุยในวงเหล้ากับประดาพี่ๆ ที่ GE เมื่อนานมาแล้วกับเฮียก๊อย หรือ Jerry ของเรานี่แหละ ซึ่งพี่ก๊อยเองก็เคยได้ยินทฤษฎีนี้มาเหมือนกัน


    ผมถามเฮียว่าถ้าผมหมั่นไส้จ๊อดดับเบิลยูบู๊ด อยากไปถามมันว่าเป็นห่านไรถึงต้องบุกอิรัก จะใช้ทฤษฎี Six Degree มาอธิบายได้ไหม ... พี่ก๊อยบอกว่า “มืงรู้จักกุ – กุมีครอบครัว – ครอบครัวกุรู้จักกับรัฐมนตรี ส. – รัฐมนตรี ส. เป็นลูกหาบ ฯพณฯ ท่าน ท. – ท่าน ท.คุยว่าท่านซี้กับไอ้บู๊ด ... 5 ขั้นถึงโว้ย”


    ผมทึ่งกับทฤษฎีนี้ แต่ยังไม่เชื่อง่ายๆ ลองใหม่ละกัน ... ถามเฮียอีกทีแบบกวนตรีนหน่อยๆ ว่า งั้นถ้าผมอยากไปศึกษาความเป็นอยู่ของชนเผ่าวาตูซี่ในแอฟริกา จะติดต่อได้ไหม ... เฮียบอก “มืงรู้จักกุ – กุมีเพื่อนอยู่องค์การ CARE – องค์การ CARE มีเครือข่ายในแอฟริกา ซึ่งรวมทั้งชนเผ่าวาตูซี่ด้วย ... 4 ขั้นเท่านั้นเฟ้ย”


    จากนั้นวงสนทนาของเราก็วกเวียนอยู่กับคำถามทดสอบทฤษฎีนี้กับอยู่นานเหมือนกัน เราได้ข้อสรุปว่า ทฤษฎีนี้ สามารถอธิบายการเชื่อมโยงของมนุษย์บนโลกนี้ได้น่าจะทุกกรณี เพียงแต่ทฤษฎีนี้จำกัดไว้ที่ “ความเป็นไปได้” เท่านั้น ตัวอย่างเช่น กรณีผมอยากตบกบาลทั่นบู๊ด เราได้คำตอบว่าต้องใช้ตัวกลาง 5 ขั้น ถึงจะไปถึงตัวท่านบู๊ดได้ แต่ไม่ได้ให้คำตอบว่าจะติดต่อได้หรือไม่ได้ เช่นทั่นบู๊ดอาจเกาเหลากับทั่น ท. ซะก่อน หรือทั่น ท.อาจบอกว่าไอเดียผม ไม่สร้างสรรค์ อย่างนี้เป็นต้น สุดท้ายผมก็จะไม่สามารถไปโบกทั่นบู๊ดได้อย่างที่ใจหวัง แต่อย่างน้อย มันก็แสดงให้เห็นว่า ถ้าต้องการจะทำ มันมีคำตอบให้ภายใน 5 connectors เท่านั้น

    ******************************************************************

    มาดูตัวอย่างของ Six Degree ที่ผมเจอกันอีกซักเล็กน้อย ...


    คืนหนึ่ง ผมกำลังเข้านอนเคลิ้มๆ ได้ที่ เฮียก๊อยก็โทรมาหาเสียงกรึ่มๆ ตามเคย ถามว่าผมรู้จัก “ไอ้โอ๋” รึเปล่า แล้วก็บอกชื่อจริงมาด้วย เฮียบอกนี่กำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ที่ GE เลยเนี่ย เห็นบอกไม่ได้เจอผมมานานเป็นปีแล้ว เผื่อผมสนใจจะออกมาแจมกัน ... ทำไมจะไม่รู้จัก ผมมีเพื่อนซี้ปึ้กคือเจ้าแบงค์ที่บางคนคงเคยเจอไปแล้ว เจ้าแบงค์บ้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอ้โอ๋เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เซนต์ สมัยประถมนี่เรียนห้องเดียวกับแบงค์ พอ ม.ต้นสนิทกับผม เรียนจบมาทำงานยังกินเหล้ากันบ่อยๆ


    จากนั้นเรื่องยาว วีรกรรมวีรเวรมีเยอะ เล่าไปมีสามหน้ากระดาษแน่ๆ ขอรวบรัดว่างานหนึ่ง ไอ้โอ๋ซื้อของเงินผ่อนกับที่บ้านแบงค์ ปกติของเงินผ่อนจะส่งให้พวกบริษัทไฟแนนซ์ทั้งหลายจัดการ แต่โอ๋อ้างว่าทำงานฟรีแลนซ์ ไม่มีสลิปเงินเดือน แบงค์เห็นว่าสนิทกันมาแต่เด็ก เลยยอมให้ผ่อนโดยให้ร้านเป็นคนดูแล ... ผลคือผ่อนได้ 3 งวดแล้วโอ๋ก็สาบสูญไปเลย ยังไงก็ไม่สามารถติดต่อได้ สรุปคือมันเป็นคนกะล่อนสุดๆ คนนึงเลยแหละ แบงค์งี้ตามตัวมานานแล้ว


    แต่วันนี้ไอ้โอ๋มาโผล่ที่ GE แถมมากับเพื่อนพี่ก๊อย มานั่งโต๊ะพี่ก๊อย ซึ่งรู้จักกะผมพอดีซะด้วย ... เฮียก็ส่งโทรศัพท์ให้ผมคุย คงกะว่าเพื่อนเก่าเจอกันคงอยากคุยกัน มันก็อึกอักๆ คุยแบบอ้อมแอ้มหน่อย ก็คงรู้แหละว่าผมสนิทกะไอ้แบงค์ ไอ้ผมก็ดันงัวเงียๆ อยู่ เพราะยังไม่ตื่นดี คุยได้สองสามคำก็วางสายไป


    วันต่อมา พี่ก๊อยเล่าว่า คืนนั้นก็กินเหล้าไปคุยกันไปจนดึกร้านปิด แกก็บอกไอ้โอ๋ไปว่า วันหลังมาอีกซิ ผมเข้าร้านแกทุกวันพฤหัสกับศุกร์ จะได้เจอกัน มันก็รับปากครับผมๆ ไปตามเรื่อง ... แต่ผลคือหลังจากนั้น มันก็หายสาบสูญไปอีกครั้ง จนเพื่อนพี่ก๊อยยังบ่นว่าไม่ค่อยเจอ พี่ก๊อยเลยเล่าเรื่องวีรกรรมของคุณโอ๋ให้เพื่อนแกฟัง ... ไม่รู้เมื่อไหร่ทฤษฎี Six Degree จะทำงานอีกครั้ง อิอิ

    ******************************************************************

    อีกเรื่องหนึ่งละกัน ...


    เมื่อซักสองปีที่แล้วมั้ง ผมเดินเข้า GE ไปเช็คชื่อคืนวันศุกร์ตามปกติ เจอพี่ก๊อยปั๊บแกก็โฆษณาใหญ่เลย ว่ามีนักร้องใหม่มาคนนึง เสียงโคตรดีเลย เห็นบอกว่าเคยเป็นนักร้องประจำ TU Band มาด้วย ชื่อตุ่น ... ผมก็คิด ... เฮ้ย ... ชื่อคุ้นๆ ว่ะ ... แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก พอถึงช่วงเบรค นักน้องนักดนตรีก็จะมากินน้ำกินข้าวกันที่เคาน์เตอร์ที่ประจำที่พวกผมนั่งกันอยู่ ก็เลยถึงบ้างอ้อว่า นักร้องเสียงดีที่ว่า คือเพื่อนสมัยอยู่ มธ. ของผมนี่เอง ตอนเรียนอยู่กลุ่มเดียวกัน เคยอยู่ TU Band เหมือนกัน แต่ไม่เจอกันมาสิบปีพอดี ... โอ้ ... โลกกลมจริงๆ


    ******************************************************************

    นี่เป็นตัวอย่างแบบน้ำจิ้มเท่านั้น ที่จริงยังมีอีกมากมายจริงๆ ถ้าเล่าก็คงเป็นวันเลยแหละ ... ของคุณมีเรื่องบังเอิญโลกกลมอะไรแบบนี้มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ;)


    แก้ไขเมื่อ 25 ต.ค. 48 14:44:55

    จากคุณ : (แมลงสาบ) - [ 25 ต.ค. 48 14:30:58 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป