CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    ++++ ข้อสรุปงานสีลมสัมมนาวิชาการ++++

    หลังจากที่ไปสัมมนามา ได้ทำข้อสรุปประเด็นและรายละเอียดในช่วงเช้าให้เพื่อนๆที่ไม่ได้เข้าร่วมงานได้รับความรู้กันถ้วนหน้าค่ะ แต่ส่วนที่สรุปมาให้เป็นข้อสรุปแนวคิดหลักๆ ส่วนประเด็นกรณีศึกษา หรือความคิดเห็นจากวิทยากร แยะมากจนไม่สามารถสรุปได้ค่ะ

    อ.ติ๊ก


    การขายและการประกอบธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม
    บรรยายโดย อาจารย์ไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ

    การที่จะเป็นผู้ประกอบการ ได้ประสบความสำเร็จ จะต้องประกอบด้วย คุณสมบัติสามอย่าง ได้แก่
    1. Experience ประสบการณ์ต้องดี ... เราอาจจะหาประสบการณ์ได้จากการเริ่มต้นด้วยการเป็นลูกจ้างที่ดี  ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ธุรกิจด้วยเงินคนอื่น ไม่มีใครเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้ โดยไม่เข้าใจถึงความรู้สึกของการเป็นลูกจ้างที่ตนเองจะต้องเข้าไปบริหาร
    2. Basic มีพื้นฐานความคิดและการวิเคราะห์ต่างๆที่ดี โดยจะต้องรู้รอบด้าน ทั้งด้านการบริหาร การบัญชี การเงิน และอื่นๆ แต่การรอบรู้ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องรู้แล้วทำเองทุกๆอย่าง แต่รู้เพื่อจะได้มองภาพรวมขององค์กรให้ได้  โดยความรู้ที่ได้มา มาจากหลายแหล่งทั้งหมั่นที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมสม่ำเสมอจากงานสัมมนา จากการเรียนเพิ่มเติมในระดับปริญญาที่สูงขึ้น จากการเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วยการอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้จากที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา
    3. Attitude ทัศนคติที่ดี และเข้มแข็ง มีพลังที่อยากรวย และมีพลังที่จะทำ ซึ่งจะต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ และเข้าใจถึงธุรกิจจริงๆ เข้าใจลูกค้า รู้จักหมั่นสังเกต และทำการวิจัยข้อมูล

    จะพบว่า การจะเป็นเถ้าแก่ที่ดี จะต้องประกอบด้วยทั้งสามสิ่ง ไม่เหมือนการเป็นลูกจ้างที่ มีแค่ประสบการณ์ในการทำงาน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้

    ข้อคิดจากการผันตัวเองเป็นผู้ประกอบการ
    การจะผันตัวเองจากการเป็นลูกจ้าง เป็นผู้ประกอบการ จะต้องนึกถึงว่า รายได้ที่มาจากการประกอบการ จะต้องสูงกว่า รายได้ที่เคยได้รับจากการเป็นลูกจ้าง เช่น ถ้าคุณเคยทำงานเอกชนได้รายได้ แสนบาทต่อเดือน หากคิดว่า ออกมาจะเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจนั้น จะต้องมีรายได้โดยสุทธิมากกว่าที่คุณเคยได้ มิฉะนั้น คุณจะถูกผลักเข้าไปสู่ วังวนของการเป็นลูกจ้างอีก
    หลายคนเรียนมาสูง มี basic ดี แต่ไม่มีชั่วโมงบิน ก็อาจจะยากที่จะเป็นผู้ประกอบการที่สำเร็จ เพราะว่า เมื่อรู้มาก จะมีความกลัว และไม่มีประสบการณ์ ไม่กล้าตัดสินใจ ดังนั้น การจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีองค์ประกอบทุกๆอย่างอย่างเหมาะสม... การทำธุรกิจก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นนักกีฬา ที่จะชนะได้ นอกจากต้องฝึกซ้อมแล้ว ต้องมีความรู้ทักษะเทคนิคการเล่น และมีใจสู้มุ่งมั่นที่จะเล่น














    สื่งที่ต้องรู้ในการทำธุรกิจ

    ข้อที่หนึ่ง business model
    เข้าใจใน business model ที่เราจะเข้าไปทำ หลายๆคนไม่เข้าใจส่วนนี้ ก็เลย ถอดใจและเลิกทำธุรกิจไปเสียก่อน

    ข้อที่สอง burn rate (อัตราการเผาไหม้)
    ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจ จะต้องมีเงินทุนที่จะมาลงทุน เพื่อเตรียมพร้อม รองรับความเสี่ยงของการเรียนรู้ ค่าโง่ ของการทำธุรกิจ และทำให้ธุรกิจติดตลาด เช่น ถ้าจะทำธุรกิจร้านอาหาร กว่าจะเป็นที่รู้จักอาจจะสักสามเดือน แต่ว่าทุกวันที่ทำธุรกิจ จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อาจจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายก่อนได้กำไร เท่ากับวันละ 2000 บาท ดังนั้น เราต้องมี เงินสำรองอย่างน้อย 2000 x 90 = 180000 บาท

    ข้อที่สาม pay back period (ระยะเวลาคืนทุน)
    เดี๋ยวนี้ ธุรกิจมีการปรับตัวและแข่งขันสูง มีการประเมินไว้ว่า หากจะประกอบธุรกิจใด ธุรกิจนั้นๆ จะต้องมีระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 18 เดือน... หากธุรกิจใดที่ทำแล้วไม่ดีภายใน 18 เดือน เหรอว่า ได้กำไรคืนเงินที่ลงทุนไปไม่ได้ภายใน 18 เดือน ธุรกิจนั้นๆ มีความเสี่ยงในการลงทุน และไม่น่าที่จะลงทุน
    แต่บางธุรกิจที่มีลักษณะพื้นฐานไม่มีความหวือหวา ตามกระแสของธุรกิจ อาจจะมีระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนานกว่านี้ได้.. ซึ่งโดยทั่วไปคิดว่าไม่ควรเกิน 5 ปี แต่วิทยากรคิดว่า เดี๋ยวนี้ไม่น่าเกิน 3 ปี

    ข้อที่สี่ cash flow (กระแสเงินสด)

    ข้อที่ห้า enabers (คนที่จะมาเป็นผู้อุปถัมภ์)























    5 ACTIONS ที่ต้องทำในการเริ่มประกอบธุรกิจ

    1) ไปดูงานภาคสนาม.. คือไปหาประสบการณ์ตรงจากธุรกิจที่เราสนใจ และประสบความสำเร็จ เพื่อดูว่าเขาทำเช่นใด มีแนวทางปฎิบัติอย่างไร อะไรคือข้อดี จุดเด่น จุดด้อยของเขา

    2) copy and develop เนื่องจากเราเป็นธุรกิจขนาดเล็ก เราคงไม่สามารถไปทำ R&D ได้ แต่ เราสามารถดู และสังเกต จากนั้นเลียนแบบสิ่งที่เขาทำสำเร็จอยู่แล้ว และมีการพัฒนาต่อยอดให้แตกต่างจากคนอื่น

    3) OPM – other people money เงินเริ่มต้น หาจากเงินคนอื่นมาใช้ลงทุนก่อน เพราะเราต้องเก็บเงินตัวเองไว้ต่อยอด อย่าใช้วิธี YOM – your own money เพราะว่าถ้าใช้เงินตัวเองจนหมด พอธุรกิจเริ่มอยู่ตัวและมีโอกาสที่จะขยาย หากไม่มีเงินตัวเองเก็บสำรองไว้ อาจจะสูญเสียโอกาสจากการขยายธุรกิจ

    4) Location / Channel ถ้าคิดจะเปิดร้านเปิดธุรกิจ จะต้องเริ่มจากการหาทำเลที่จะทำธุรกิจก่อน ถ้าไม่มีทำเลทำเอง ก็ต้องมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ดี ..... อย่าเลือกทำเล จากเพราะเรามีทำเลของเก่า อยู่แล้วเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านค่าสถานที่ เช่น เพื่อนทันตแพทย์ มีคูหาอยู่ที่มีนบุรี คิดว่าจะเปิดร้านหมอฟัน แต่ถ้าดูจริงๆแล้วพบว่า ทำเลตรงนั้นไม่มีลูกค้า แม้ว่า จะไม่เสียค่าเช่า แต่ก็ไม่มีโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน ดังนั้น การเลือกที่ แม้ว่าจะเกิดค่าใช้จ่าย แต่มีลูกค้าซึ่งเป็นที่มาของรายได้ ถ้าคุ้ม ก็ควรที่จะเลือกที่จะยอมเสียค่าเช่า เพื่อได้มาซึ่งทำเลทอง

    5) USC – unique selling proposition จะต้องหาเหตุผลที่ทำให้การขายของคุณโดดเด่น และเป็นเหตุผลให้ลูกค้าต้องมาร้านคุณ ซึ่งเป็นการสร้าง barrier to entry สำหรับคนที่จะเข้ามาใหม่


    แนวโน้มของเศรษฐกิจในปีนี้ ต่อธุรกิจ SMEs
    - วิทยากร เห็นว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจของปีนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อ SMEs ทั้งในแง่บวกและลบ
    - การดูปัจจัยห้าอย่าง ที่ sme จะต้องพิจารณา ได้แก่ PESTH – politic, economy, social, technology and health ซึ่งต้องดูว่า ธุรกิจของเราอยู่ในสังคมระดับไหน ถ้าเราสังคมภาพรวม ประเทศไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจเรา เราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องไปดูถึงนโยบายของภาครัฐระดับประเทศก็ได้

    จากคุณ : pinkoptio - [ 19 ก.พ. 49 21:39:44 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป