Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ – มนุษย์เงินเดือนมือใหม่ ควรปรับตัวอย่างไร?

    มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ – มนุษย์เงินเดือนมือใหม่  ควรปรับตัวอย่างไร?




    สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อน  ตอนที่ผ่านการสัมภาษณ์ก็จะรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้ทำงานเป็นครั้งแรกในชีวิต  แต่ก่อนที่จะเข้าไปเริ่มงาน ก็เริ่มมีความกังวลใจเล็กๆ เกิดขึ้น




    บางคนจินตนาการเอาเองว่า พอเข้าไปทำงานวันแรก  เราจะเจอสิ่งที่ประทับใจหรือไม่  เราจะปรับตัวเข้ากับคน  เข้ากับงาน  กับวัฒนธรรมในที่ทำงานได้หรือไม่  ยิ่งกว่านั้น  ยังกังวลว่าเราจะใส่ชุดอะไรไปทำงาน เราจะแต่งตัวเชยหรือไม่  คนทำงานจะเหมือนหรือต่างจากเพื่อนๆ เราในสถาบันการศึกษาหรือไม่




    เมื่อเข้าไปทำงานวันแรก  หลายคนรู้สึกประทับใจกับการต้อนรับของเจ้าหน้าที่ของบริษัท หรือองค์กรที่คอยดูแล  ห่วงใย  และใส่ใจเราทุกอย่าง  พาไปแนะนำคนโน้นคนนี้
    ทุกคนมีท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส  พาไปทานอาหารกลางวัน




    ในขณะที่บางคนรู้สึกแย่ตั้งแต่วันแรก  เพราะไม่มีใครสนใจ  ให้เรียนรู้เอาเองตามยถากรรม  ปล่อยให้นั่งเฉยๆ เพราะพี่ๆ เขายุ่งกันหมดทุกคน  จะไปทานข้าวกลางวันก็หากินเอาเอง  อยากรู้จักใครก็ไปแนะนำตัวเองเอง  แถมยังมีพี่ๆ บางคนออกมาพูดอีกว่า  




    “น้องๆ ทำไมเลือกมาทำงานที่นี่  น่าเบื่อจะตาย  พี่อยากจะลาออกวันละตั้งหลายครั้ง  เพียงแต่ยังหางานใหม่ไม่ได้เลย”  




    คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆ พอได้ฟังแบบนี้แล้ว  ก็เริ่มที่จะลังเลเหมือนกันว่า  ที่เลือกงานมาทำกับองค์กรนี้คิดผิดหรือถูก




    เพื่อให้มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ สามารถปรับตัวเข้ากับคน งาน สถานที่ และวัฒนธรรมในการทำงานของคนในองค์กรได้ดี  และใช้เวลาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น  ผู้เขียนจึงใคร่ขอแนะนำดังนี้




    เปิดการทักทายกับทุกคน




    การที่เราเข้าไปทำงานใหม่ ย่อมเป็นโอกาสที่เราสามารถทำความรู้จักกับทุกๆ คนในองค์กรได้  เพราะเราเพิ่งเข้าไปใหม่ๆ  ยังไม่มีอะไรติดลบในสายตาของทุกคน




    สิ่งที่อยากแนะนำคือ พยายามทักทายกับทุกคนที่เดินผ่าน  แนะนำตัวทุกครั้งที่มีโอกาส  และอาจจะหยอดคำหวานไว้ว่า




    “ถ้าพี่ๆ มีอะไรจะแนะนำผม/ดิฉันก็ยินดีนะครับ/คะ”  และแสดงท่าทีฝากเนื้อฝากตัวกับคนเก่าๆ ด้วย




    เพราะคนเราย่อมรู้สึกดีๆ กับการให้เกียรติและการชื่นชม  วันแรกอาจจะแค่ทักทายสวัสดีครับ/ค่ะก็พอ  อย่างน้อยเราก็ได้เปิดทางสำหรับการพูดคุยเรื่องอื่นๆ ต่อไป




    การทักทายถือเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะถ้าเราไม่เคยทักทายกันมาก่อน  เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆ วัน  เดินสวนกันแต่ไม่เคยทักทายเขาเลย  พอเราจะเริ่มมาทักทายในวันหลังๆ ก็อาจจะรู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล




    ดังนั้น เปิดทางด้วยการทักทายไว้ให้หมดทั้งองค์กร  ส่วนจะคุยเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องทักทาย ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายแล้ว  ซึ่งอย่างน้อยๆ การทักทายก็จะบ่งบอกถึงมนุษย์สัมพันธ์ของเราไปในตัว




    ถึงแม้บางคนอาจจะทำท่างงๆ หรือไม่ทักตอบเราก็ไม่เป็นไร




    จดจำบุคคลสำคัญต่างๆ ในองค์กรให้ได้




    ส่วนใหญ่แล้วตัวแทนของบริษัทจะแนะนำให้เรารู้จักกับผู้บริหารระดับสูง  ซึ่งอาจจะได้เข้าพบหรืออาจจะแนะนำจากรูป  และอาจจะพาเราไปแนะนำกับผู้จัดการของหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร




    จุดนี้ขอย้ำว่าควรจะจดและจำให้ดีว่า  ใครบ้างที่เป็นผู้จัดการขึ้นไป  ถ้าดีกว่านั้นก็ให้จดว่า ผู้จัดการคนไหนชื่ออะไร  อยู่หน่วยงานไหน  ถ้ามีโอกาสได้พูดคุย  ลองวิเคราะห์และกลับมาจดบันทึกว่าผู้จัดการแต่ละคนเป็นอย่างไร  ชอบคุยเรื่องอะไร  ก็จะช่วยให้เรามีข้อมูลเมื่อเวลามีโอกาสได้พูดคุยกับผู้จัดการนั้นๆ ในโอกาสต่อไป  จะได้คุยกันถูกเรื่อง  ถูกคนและถูกใจ




    จงจำไว้ว่า  คนระดับบริหารมักจะหลงตัวเองเกือบทุกคน  บางคนก็มั่นใจในตนเองสูง  บางคนก็อยากให้เราให้ความสำคัญ  ยกย่อง  ให้เกียรติ  ดังนั้นเวลาเดินผ่านก็ต้องทักทายเป็นพิเศษ  และถ้ามีโอกาสได้พูดคุยกับคนเหล่านี้  ก็ขอให้ยอมๆ เขาไปก่อนในช่วงที่เราเข้ามาทำงานใหม่ๆ อย่างน้อยก็ช่วยเป็นใบเบิกทาง  ให้เราได้เรียนรู้อะไรที่มากขึ้นและเร็วขึ้น




    อย่าลืมว่า  ยิ่งในช่วงระหว่างทดลองงาน  เราจะพลาดไม่ได้เลย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงานหรือเรื่องพฤติกรรมโดยทั่วไป  เพราะถ้ามีผู้บริหารคนใดคนหนึ่งไม่ประทับใจเราแล้ว  โอกาสที่เราจะไม่ผ่านการทดลองงานก็พอมีบ้าง  ถึงแม้ผู้บริหารคนนั้นจะไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเราก็ตาม




    แต่ผู้บริหารบางคนก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริหารอื่นๆ ได้เหมือนกัน




    เรียนลัดจากคนเก่าและเอกสาร




    ในช่วงที่เข้าไปทำงานใหม่ๆ ส่วนใหญ่เขาจะไม่ค่อยได้ใช้เราให้ทำงานอะไรมากนัก  มักจะมอบหมายงานบางงานให้ทำ  ให้เรียนรู้งานจากคนเก่า  ให้อ่านเอกสาร  




    ขอให้คิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน  เรื่องคน  หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมการทำงานของคนในองค์กร




    สำหรับวิธีการที่จะช่วยให้เราได้เรียนรู้ได้มากและเร็วก็คือ  การเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนเก่า  และพยายามคุยกับคนอื่นให้มาก  เพราะข้อมูลบางอย่างไม่มีการบันทึกไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร  จะอยู่ในหัวคนเท่านั้น และเอกสารที่เกี่ยวข้อง  ไม่เป็นความลับ  กรุณาอ่านให้หมด  เช่น บอร์ด  ข่าวสารบริษัท  และเอกสารที่เกี่ยวข้อง  เพราะเรื่องบางเรื่องที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน  เราอาจต้องอ่านเอกสารเก่าๆ หรือที่มาของเรื่องนั้นๆ ด้วย




    อย่าคบคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว




    จุดอ่อนของคนที่เข้าทำงานใหม่ๆ ที่ผ่านมาก็คือ เป็นคนขี้เหงา  เป็นคนขาดความอบอุ่น  จึงทำให้เกิดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นคือ “การสนิทกับคนบางคนเป็นพิเศษ”  เพราะคนคนนั้นคือคนที่เราเจอเป็นคนแรก  หรือเพราะคนคนนั้นเขาดูแลเราเป็นพิเศษ  หรือเป็นเพราะเราพักอยู่ใกล้กัน  อยู่หน่วยงานเดียวกัน  ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย




    ถ้าเราคบกับคนที่ดีก็ดีไป  แต่ถ้าคนคนนั้นเป็นที่น่ารังเกียจของคนอื่นๆ ในองค์กร  เราก็พลอยแย่ไปด้วยเหมือนกัน




    ขอแนะนำว่าคบใครก็คบได้  แต่อย่าให้เป็น “ปาท่องโก๋”  แบบเห็นเขาต้องเห็นเรา  เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับพนักงานใหม่เกือบทุกคน  ซึ่งพอคบไปนานๆ เราก็จะเริ่มรู้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร  ซึ่งพอเราอยากจะห่างๆ จากเขาก็ลำบากแล้ว  เพราะคบกันมานานแล้ว  อาจจะทำให้เกิดการผิดใจกันได้  ปัญหาในการทำงานอื่นๆ ก็จะติดตามมา




    ดังนั้นในช่วงแรกของการเข้าไปงาน ให้คบกับทุกๆ คนเท่าๆ กัน  อย่าเพิ่งเลือกคบกับใครเป็นพิเศษ  จนกว่าเราจะมีข้อมูลและรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเป็นอย่างดีแล้ว  เราจึงค่อยเลือกคบกับคนบางคนเป็นเพื่อนสนิท




    ฟังและถามให้มากกว่าพูด




    วิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เราเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับคนและงานได้ดี  นั่นก็คือการฟังและถามให้มากๆ แต่อย่าเพิ่งพูดมากนัก  เพราะการถามและการฟังเป็นการเรียนรู้  แต่การพูดเป็นสิ่งที่ทบทวนสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว




    คนเก่าๆ ในองค์กรส่วนใหญ่อยากจะพูดมากว่าจะถามหรือฟังเรา  นอกจากนี้  การถามก็คือการกำหนดว่า  เราอยากให้ผู้ตอบพูดเรื่องอะไร  คนบางคนจะรู้สึกภูมิใจ เมื่อตอนที่ได้เล่าความสำเร็จของตนเอง




    ดังนั้น ถ้าจะถามให้ได้ทั้งข้อมูลและได้ใจของผู้ถูกถาม  ก็ให้ถามเรื่องที่เขาภูมิใจหรือเรื่องที่เขาเคยประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน  ซึ่งอาจจะเป็นที่ทำงานในปัจจุบันหรือที่ทำงานเก่าก็ได้




    ทุกครั้งที่เขาเล่าเรื่องที่เขาภูมิใจให้เราฟัง  นั่นคือการชาร์ตไฟให้กับตัวเขาเอง  เพราะในชีวิตปกติเขาไม่ค่อยได้เล่าเรื่องความภูมิใจให้ใครฟังเลย  เผลอๆ ถ้าเขาติดใจเรา  เขาอาจจะเรียกเราไปนั่งฟังเขาคุยก็ได้  เพราะว่าเวลาคุยกับเราแล้ว  เราให้ความสำคัญกับเขา




    จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือ เวลาถามหรือนั่งฟังเขาเล่าเรื่อง  เราควรแสดงให้เขาเห็นว่า  เราสนใจกับเรื่องที่เขากำลังพูด




    เก็บข้อมูลโดยการบันทึก




    ช่วงเข้าทำงานใหม่ๆ เป็นช่วงที่เราจะได้รับข้อมูลข่าวสารเยอะมาก  ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้  จึงควรจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน เหมือนจดไดอารี่ประจำวันก็ได้  อย่างน้อยก็จะเป็นบันทึกช่วยจำให้เราได้ดีขึ้น  ไม่ต้องไปถามซ้ำ  เดี๋ยวคนถูกถามจะรำคาญหรือมองเราในแง่ลบได้




    การที่เราจดบันทึก  ไม่มีใครมองเราผิดปกติหรอก  เพราะเราเพิ่งเข้าไปทำงานใหม่  นอกจากนี้ให้จดบันทึกสิ่งที่เราอยากจะจำอะไรก็ได้  เช่น ผู้จัดการคนนั้นชอบคุยเรื่องวิชาการ  ผู้จัดการคนนั้นบ้านอยู่จังหวัดเดียวกับเรา  พี่คนนั้นที่ใส่แว่นอยู่หน่วยงานการตลาด จบมาจากสถาบันเดียวกับเรา ฯลฯ




    เข้าร่วมกิจกรรมให้มากที่สุด




    พนักงานใหม่ควรหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  ทั้งนี้เพื่อจะได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับคนในหน่วยงานต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น




    และในบางครั้งถ้าเราได้รู้จักเขาในมุมอื่นที่ไม่ใช่เรื่องของงาน  เราอาจจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น  เพราะคนบางคนมีนิสัยส่วนตัวกับลักษณะงานที่ทำงานแตกต่างกัน  เช่น  บางคนนิสัยเป็นคนซีเรียสมากเวลาทำงาน  แต่นอกเวลางาน จะเป็นคนร่าเริง  สุภาพ  และใจดี




    อย่าเพิ่งแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ




    ในทุกองค์กรมักจะมีคนบางกลุ่มเป็นคนที่มีทัศนคติไม่ดีต่อองค์กร ต่อผู้บริหาร  หรือต่อคนบางกลุ่มบางคน  สิ่งที่อยากแนะนำมนุษย์เงินเดือนมือใหม่คือ  อย่าเพิ่งแสดงความคิดเห็นในเชิงลบโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ  “คน”  เพราะเป็นเรื่องที่ไวต่อความรู้สึกของคนอื่นมากและเป็นเรื่องที่แพร่กระจายได้เร็วมาก




    พยายามสงวนท่าทีเราไว้ก่อน  เพราะถ้าพูดออกไปแล้วเราจะเอาคืนไม่ได้เลย  ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีทัศนคติเชิงลบ  พวกนี้จะเอาความคิดเห็นของเราไปเผยแพร่ เพราะน่าเชื่อถือกว่าคนอื่นในองค์กร  เช่น  “ขนาดพนักงานใหม่ยังคิดยังรู้สึกแบบนี้เลย”  อะไรทำนองนี้




    ดังนั้น ขอให้พนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในองค์กร  จงใช้โอกาสในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  และต้องระมัดระวังตัวในการแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมา  เพราะเราคือคนใหม่ ย่อมเป็นที่สนใจของคนทุกคนในองค์กร  พูดง่ายๆ ว่าเป็นคนสาธารณะ  ทำอะไรผิดพลาด  โอกาสมีคนเห็น  มีคนรู้มาก  จึงขอให้เตรียมตัวให้ดีก่อนเข้าไปทำงานที่ใดที่หนึ่ง





    ************************************************************************************




    คนใหม่มีโอกาสดีตรงที่ยังไม่มีคะแนนติดลบในใจใคร  ในขณะเดียวกัน......คนใหม่ก็เป็นคนของสาธารณะ  ที่เป็นเป้าสายตาของทุกคน





    ************************************************************************************




    จาก  “มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ”  โดย  ณรงค์วิทย์  แสนทอง




    ตอนต่อไป  :  เทคคิคการหางานทำ ตอน  "คนหาตัวเอง"




    ลุงแอ็ด
    ประธานคลับนักขาย




    amorntvm@anet.net.th




    http://lungadd.pantown.com/

    จากคุณ : ลุงแอ็ด - [ 5 พ.ย. 49 17:15:47 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom