Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    กองทัพมดจีนบุก...สำเพ็ง อวสานอาณาจักรผ้าสู้...ตลาดกิฟต์ช็อป

    วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3849 (3049)

    กองทัพมดจีนบุก...สำเพ็ง อวสานอาณาจักรผ้าสู้...ตลาดกิฟต์ช็อป

    สำเพ็งในวันนี้ไม่นึกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้ !

    ถ้าคุณมีโอกาสได้เดินสำเพ็ง ตลาดค้าผ้าที่ใหญ่ที่สุดของไทย เมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว และพอจะจดจำบรรยากาศเก่าๆ ได้บ้าง คุณจะนึกได้ถึงสภาพความจ้อกแจ้กจอแจของเสียงรถมอเตอร์ไซค์เวสป้าวิ่งส่งผ้าสวนกันไปมากลางซอยแคบๆ มีเสียงของพนักงานขายผ้าร้องเรียกให้ลูกค้าเข้าร้านดังแข่งกันดังเซ็งแซ่

    แต่กลับมาอีกครั้งในวันนี้ สำเพ็งไม่เหมือนเดิมจริงๆ มันเงียบเหงา ซบเซา แบบไม่เหลือเค้าเดิม ...

    จากจำนวนร้านค้าที่เคยเปิดขายผ้าเรียงติดๆ กันชนิดที่ว่า ไม่รู้ว่าจะเข้าไปเลือกซื้อร้านไหนดีในสมัยก่อนนั้น บรรยากาศแบบนั้นไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว เดินไป 6-7 ร้าน ถึงจะเจอร้านผ้าสักร้านหนึ่ง ร้านผ้าที่ปิดไป สิ่งที่เปิดขึ้นมาแทน คือ ร้านขายสินค้ากิฟต์ช็อป ที่ปูดขึ้นมาราวดอกเห็ด และแพร่กระจายได้รวดเร็วมาก

    ถนนวานิช ฝั่งคิคูยา เป็นตัวอย่างได้ดี เดิมเป็นตลาดผ้า ยึดพื้นที่ขายเกือบ 100% มานาน 50-60 ปี ตั้งแต่คนรุ่นปู่ มาสู่รุ่นพ่อ จะมีสินค้ากิฟต์ช็อปแซมบ้างก็น้อยนิด แต่มาถึงยุคนี้ตลาดผ้าเหลือไม่ถึง 10% อีก 90% กลับกลายเป็นร้านสินค้ากิฟต์ช็อป

    และไม่ใช่สินค้ากิฟต์ช็อปที่ผลิตโดยคนไทย หากแต่เป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนเกือบ 100%

    แหล่งข่าวผู้ประกอบการค้าผ้าย่านสำเพ็งให้ข้อมูล "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จริงๆ สินค้ากิฟต์ช็อปในสำเพ็งมีมานานแล้ว แต่ไม่มากขนาดนี้ เมื่อก่อนเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และคนไทยก็ผลิตเองบ้าง แต่ปัจจุบันไม่ใช่ พอร้านค้าผ้าไปไม่รอด ต้องปิดตัวเอง ร้านขายกิฟต์ช็อปก็เข้ามาแทนที่ได้ทันที ยอมที่จะจ่ายค่าเช่าแพง หลักแสนบาท เพื่อจะขายสินค้ากิฟต์ช็อปที่นำเข้าจากประเทศจีนเกือบทั้งหมด

    อาจจะเรียกได้ว่า เวลานี้สินค้าจีนยึดตลาด สำเพ็งไปเรียบร้อยแล้วก็คงไม่ผิดนัก

    นโยบายรัฐ...อวสานสำเพ็ง

    อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดผ้าสำเพ็งใกล้ถึงจุดอวสาน จนทำให้กิฟต์ช็อปขึ้นมาแทนที่ได้ !

    นายถาวร ตันติศิริวิทย์ นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทย เล่าว่า ตลาดผ้าสำเพ็งมันเริ่มซบเซามาตั้งแต่ปี 2545 ช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายไม่ให้ชาวต่างชาติผิวดำแถบแอฟริกาใต้เข้าประเทศไทย เพราะต้องการปราบปรามยาเสพย์ติด แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ลูกค้าผิวดำแถบแอฟริกาเหล่านี้เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มาซื้อเสื้อผ้าไปขายไปบริโภคในประเทศเขา การเข้ามาประเทศไทยในแต่ละครั้งจะหอบเงินดอลลาร์เข้ามาซื้อผ้าเงินสด ซื้อเสร็จก็หิ้วขึ้นเครื่องบินเองบ้าง ส่งลงเรือไปบ้าง

    "นอกจากลูกค้าผิวดำ ก็มีลูกค้ากลุ่มตะวันออก กลาง พวกนี้รวย มาซื้อเสื้อผ้าราคาถูกๆ ซื้อไปใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ต้องซักเพราะน้ำบ้านเขาแพง แต่เวลานี้หายไปหมด ลูกค้าต่างชาติกลุ่มนี้ก็มุ่งหน้าไปซื้อจีนแทน สินค้าจีนมีให้เลือกเยอะ ราคาถูก เข้าประเทศจีนได้ง่าย รัฐบาลจีนไม่เข้มงวด พอไปซื้อแล้วติดใจ ไม่กลับมาซื้อการ์เมนต์ไทยอีกแล้ว และไม่รู้ว่าถ้ารัฐบาลแก้กฎหมายแล้ว เขาจะกลับมาซื้ออีกหรือเปล่า" นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทยกล่าว

    ฉะนั้นนับแต่ปี 2545 เรื่อยมา ตลาดการ์เมนต์ไทยซบเซาลงเป็นลำดับ และมาเจอดาบที่ 2 ดาบที่ 3 ...ทั้งเรื่องการเปิดเสรีการค้าไทย-จีน เรื่องเช็คเด้ง เรื่องการรีดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ที่เลือกปฏิบัติ ฯลฯ ส่งผลให้ตลาดผ้าในสำเพ็งหายไป 50-70% ส่วนผู้ประกอบการที่อยู่ ณ เวลา "อยู่เพราะต้องอยู่"

    "ตอนนี้ผมใจแข็งนะ ไม่เอาสินค้าจีนมาขาย บางรายเขาอยู่ไม่ได้ก็ต้องปรับไปทำสินค้าจีน เพราะสินค้าเขาถูกจริงๆ ถูกแบบต้นทุน เขาถึงมาได้ และรัฐบาลจีนสนับสนุน แต่สำหรับผู้ประกอบการไทย รัฐบาลนอกจากไม่ส่งเสริมแล้ว ยังทำร้ายเราด้วย" ผู้ประกอบการยี่ปั๊วรายหนึ่งกล่าว

    ผู้ประกอบการรายนี้กล่าวอีกว่า อย่างที่บอกว่าลูกค้าตะวันออกกลางไม่มี ลูกค้ากลุ่มผิวดำไม่มีมาเดินให้เห็น หรือถ้ามีก็น้อยมาก ที่เหลืออยู่ก็จะเป็นกลุ่มลูกค้าเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็เริ่มน้อยลงทุกที อย่างลูกค้าภาคอีสาน แถบอุดรฯ หนองคาย จากที่เคยซื้อไทย เขาก็ข้ามไปซื้อเวียดนาม ทางเหนือก็ซื้อจีน ทางใต้ก็ซื้อมาเลเซีย อินโดนีเซีย ตลาดมันจึงแคบลงเรื่อยๆ

    ส่วนตลาดไทยก็ลดลงอีกเช่นกัน ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ไปดูได้ที่ สน.สัมพันธวงศ์ ถามว่าคดีเช็คเด้ง โรงพักไหนเยอะที่สุด ที่เขตสำเพ็งนี่เลย มากที่สุด มีทุกวัน "มีจนทั้งเราก็เบื่อ ตำรวจก็เบื่อ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ขายผ้า 1 ล้านบาท กำไร 50,000 บาท ส่วนกำไรกรมสรรพากรก็จะมาเรียกเก็บ ขณะที่ 1 ล้านบาทที่ขายออกไปก็เรียกเก็บเงินไม่ได้ มีค่าแค่กระดาษ 1 แผ่น ...ทุกวันนี้ สำเพ็งมันเป็นอย่างนี้จริงๆ"

    ตลาดการ์เมนต์สูญหมื่นล้าน

    มีการประเมินกันว่าตลาดผ้าไทยสูญไปนับหมื่นล้านบาท แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะร้านค้าผ้าในตลาด สำเพ็งเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่วงจรธุรกิจที่เชื่อมโยงกับตลาดผ้าแห่งนี้ล้วนได้รับผลกระทบต่อกันยาวเป็นลูกโซ่

    "ในอดีตประมาณการกันว่า บริษัทค้าผ้าในย่านสำเพ็งน่าจะมีกว่า 1,000 ราย แต่เวลานี้น่าจะปิดไปกว่าครึ่ง ดูได้จากจำนวนห้องแถวในถนนซอย ต่างๆ ที่เวลานี้มีแต่ทยอยปิด เพราะมันไปไม่ไหวจริงๆ ส่วนที่เหลืออยู่เวลานี้ก็มีแต่แย่ลงเรื่อยๆ"

    เถ้าแก่ร้านผ้าย่านสำเพ็งรายหนึ่งอธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า เมื่อ 10 กว่าปีก่อน หากคุณมาเดินสำเพ็ง คุณไม่มีโอกาสมานั่งคุยกับผมแบบสบายๆ แบบนี้ คุณจะต้องตะโกนเสียงดังๆ ผมถึงจะได้ยิน เพราะเสียงมันจะดังมาก เพราะร้านค้าต่างก็เร่งรีบขายของ สั่งลูกน้องขนสินค้าเพื่อไปส่ง

    รถเวสป้าคลาสสิกที่เรานิยมใช้ขนส่งผ้า ก็จะไม่มีหรอกที่จะมาจอดเรียงนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าร้านแบบนี้ บรรดาลูกน้องก็จะไม่มีมานั่งหน้าร้านแบบนี้เช่นเดียวกัน ทุกอย่างจะคึกคัก วุ่นวาย แต่มันก็สนุก มันแสดงถึงการไปได้ดีของธุรกิจค้าผ้า และวงจรที่เกี่ยวข้อง ...แต่เวลานี้ไม่ใช่

    "คิดง่ายๆ ตลาดสำเพ็งเป็นแหล่งค้าผ้าคนกลาง บางรายก็มีครบวงจร บางรายเป็นยี่ปั๊ว รับผ้ามาจากโรงงานเพื่อส่งให้การ์เมนต์อีกต่อหนึ่ง ดังนั้นการทรุดลงของตลาดสำเพ็งจึงเปรียบเสมือนทุกวงจรที่เกี่ยวข้องทรุดกันไปตามๆ กัน"

    วิชัย มหามงคล เจ้าของโรงงานทอผ้า มหามงคล (เฮียบเชียง) กล่าวว่า พอตลาดสำเพ็งทรุด ตลาดที่ทรุดกันไปตามๆ กันก็คือ ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ เพราะมันหมายถึงบรรดาโรงงานการ์เมนต์ทั้งหลายที่ทำเสื้อส่งประตูน้ำ ส่งโบ๊เบ๊ ต่างก็ต้องปิดตัวเองไปด้วย เพราะสู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่นำเข้าจากจีน ฮ่องกง ไม่ได้

    "เวลานี้ไปดูได้ ทั้งประตูน้ำ ใบหยก โบ๊เบ๊ เวลาถามผ้ามาจากที่ไหน พนักงานขายก็จะบอกว่า "งานนอก" งานนอกในความหมายก็คือ เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากจีน บางคนบอกว่างานฮ่องกง ก็ตัดเย็บจากจีนแดงน่ะแหละ เข้ามาแบบสำเร็จรูป

    ไม่ต้องไปสร้างมูลค่าเพิ่มที่ไหนอีก ซึ่งเวลานี้ครองตลาดไปกว่า 90% เหลือที่เป็นการ์เมนต์ไทย

    จริงๆ ไม่รู้ถึง 10% หรือเปล่า แต่รัฐบาลปล่อยไม่ทำอะไร เหมือนกับที่สำเพ็งเวลานี้ที่มีแต่สินค้าจีนเต็มไปหมด"

    ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลถึงปล่อยให้สินค้าจากประเทศจีนเข้ามามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร โดยไม่ทำอะไร !

    จากคุณ : OnceInTheBlueMoon - [ 3 ธ.ค. 49 03:44:49 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom