แม้ช่วงนี้เพื่อนๆในห้องสีลม ดูเหมือนจะเป็นเปลี่ยนเป็นกลุ่มที่เพิ่งจบได้ไม่นาน หรือยังมีชีวิตกับการทำงานประจำเป็นหลัก แต่ด้วยความที่ผมเห็นว่า การเริ่มคิดเริ่มทำอะไรที่มีแผนชีวิตตั้งแต่ในวัยแรกรุ่น(โดยเฉพาะถ้าทำถูกทางแต่แรก) ก็จะช่วยให้ชีวิตไม่เสียเวลาไปมาก และก็อย่างที่รู้ๆกันว่า ใครๆก็คงอยากมีอิสระทางการเงิน หรืออาจไปถึงการมีธุรกิจมีกิจการของตนเอง แต่ผมก็แน่ใจว่าหลายๆคนยังไม่พร้อมในขณะนี้ และมีหลายคนที่มีฝันเรื่องธุรกิจ แต่มองผิดมุม เลยยังไม่ได้เริ่มอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเสียที โดยเฉพาะการนั่งคิดว่า เราเกิดมาด้อยกว่า ไม่มีทุน พ่อแม่เราไม่รวย ถ้าพ่อแม่เรามีทุนให้ป่านนี้เรารวยไปแล้ว เพราะเราเก่ง ซึ่งแม่ว่าทุนอาจมีส่วนสำคัญอยู่บ้าง แต่การไปนั่งคิดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเรา มันไม่มีประโยชน์ มาคิดถึงสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับเงื่อนไขที่เรามีดีกว่าครับ
ช่วงนี้ผมได้อ่านหนังสือดีๆหลายเล่ม และได้แนวคิดใหม่ๆมาพอสมควร ซึ่งถ้าประมวลเป็นเรื่องของการสร้างอิสระทางการเงิน หรือสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง หรือการทำธุรกิจ ก็อาจเรียกได้ว่าได้แนวคิดทฤษฎีใหม่ๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีทุน และสภาพเศรษฐกิจปีนี้ ที่ไม่ควรเสี่ยงลงทุนอะไรมากมาย แนวคิดนี้ ผมได้มาจากหนังสือสามเล่มมารวมกันเป็นแนวคิดเฉพาะเกี่ยวกับธุรกิจนะครับ
1. เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน โจ มณฑานี ตันติสุข
2. โชคคืออะไร( 13 Tips on Luck) เฮอร์เบิต เอ็น คัสสัน
3. เลือก ความสำเร็จคือการเลือก รศ. ดร. ชัยณรงค์ วงศ์ธีรทรัพย์
(ทั้งสามเล่มยังหาซื้อได้ และเป็นหนังสือแนะนำในร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ)
เป็นแนวคิดและขั้นตอนดังนี้ครับ
1. หารายได้ประจำก่อน
ถ้าเป็นไปได้ให้รายได้ประจำก่อน หาฐานที่มั่นให้ตนเองก่อน
2. หาจ๊อบ เป็นแหล่งรายได้เสริม
ไม่ต้องลงทุน ใช้สมองและปัญญา และแรงงานไปหารายได้ ที่หลายคนผิดพลาดอาจเพราะมองการเริ่มธุรกิจจากเงินทุนอย่างเดียว โดยเฉพาะเงินทุนมากๆ แต่หลายๆครั้งธุรกิจใหญ่ๆเริ่มจากเล็กๆก่อน อันนี้มาจากหลัก Think Big, Act Small ฝันใหญ่ได้ แต่ต้องเริ่มจากเล็กๆก่อน หรือบางคนที่ชอบและมีพรสวรรค์ในการค้าขาย ก็อาจค้าขายเล็กๆน้อยๆก่อนก็ได้ครับ
3. ควรกระจายหารายได้จากหลายทาง
- มองหาช่องทางใหม่ๆอยู่เสมอ มีสังคมใหม่ๆ และอย่าลืมว่าคนเราไม่ใช่ทำได้อย่างเดียว เราอาจมีความรู้อย่างน้อยสองสามอย่างที่จะหารายได้เข้ามาได้ ถ้ามีธุรกิจเล็กๆอยู่แล้ว หรือเป็นฟรีแลนซ์ ก็จัดสรรเวลาให้ทำงานได้มากขึ้น ถ้าเป็นคนทำงานประจำอาจต้องอดทนทำงานเพิ่มในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือกลางคืนหลังเลิกงาน
4. เลือกงานที่ถนัด หรือที่ชอบ
งานที่เลือกควรเป็นงานที่มีความชอบ ความถนัด ไม่ใช่งานอะไรก็ได้ งานอะไรก็ได้ อาจทำให้โอกาสในการหางานง่าย และมีรายได้เข้ามาเร็ว แต่ในระยะยาว อาจไม่เติบโตหรือรายได้น้อย หรืออาจต้องฝืนทนทำงานที่ไม่ชอบ ซึ่งจะกลายเป็นผลไม่ดีแทน
5. ทำการตลาดตัวเอง
- วางภาพให้ชัด ว่าเรามีความสามารถอะไรโดดเด่น และรู้จักบอกกระจายข่าว ถ้าเราเด่นจริง โอกาสแห่งรายได้ จะค่อยๆทยอยเข้ามาเอง
6. รู้จักอดออม และใช้เงินให้เป็น
เมื่อมีรายได้มากแล้วก็ต้องใช้เงินเป็น จ่ายเป็น จึงจะเก็บสะสมทุนได้ แม้เมื่อยังมีรายได้น้อยก็สะสมเงินได้ ถ้าเข้าใจและบริหารเงินเป็น และเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง
7. ขยายจ๊อบให้กลายเป็นธุรกิจ
- เมื่อมีรายได้หลายทางแล้ว ทำไปสักพัก เมื่อมีประสบการณ์ งานคล่องตัวแล้ว จะมองเห็นช่องทางที่จะขยายงานจ๊อบใดจ๊อบหนึ่งให้กลายเป็นธุรกิจได้
8. พัฒนาความสามารถเชิงธุรกิจ
เมื่อมีโอกาสเริ่มแล้ว ที่เหลือคือตัวพิสูจน์ว่า คุณมีความสามารถทางธุรกิจจริง อย่างที่เคยเชื่อหรือเปล่า ตรงนี้ใครจะไปได้เร็ว ได้ช้า อยู่ที่ทักษะทางธุรกิจแล้ว รวมถึงความสามารถในการอัพราคาตัวเอง(ถ้าทำได้)ในขณะที่ยังรับจ๊อบด้วย
9. เริ่มเสียแต่วันนี้
หลายคนหลายครั้งที่เสียเวลาไปมาก เพราะมัวไปคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นว่า พ่อแม่เขารวย เขาเลยเป็นต่อ ไปได้เร็วกว่า(โดยเฉพาะเมื่อเขามีความสามารถด้วย) คืออยากประสบความสำเร็จ ใช้ชีวิตโก้ๆ หรูๆตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ(ซึ่งนอกจากคนที่พ่อแม่สร้างมาให้แล้ว คนที่จะทำได้ ก็คือคนที่เริ่มต้นตั้งแต่อายุ สิบกว่าๆ ซึ่งชีวิตต้องปากกัดตีนถีบนั่นแหละ ถึงทำได้) แต่อย่าไปคิดครับ ให้คิดเสียใหม่ว่า ถ้าเราเริ่มตั้งแต่วันนี้ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี 10 ปี เมื่อความสำเร็จมาถึงบ้างแล้ว เราก็อาจมีความสุข ดีกว่าเมื่ออีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า เราก็ยังอยู่ที่เดิม เวลามันเร็วครับ ถ้ามุ่งอยู่กับงานตรงหน้า เดี๋ยวความสำเร็จมันก็มาถึงแล้วครับ
บังเอิญจริงๆที่เขียนได้ 9 ข้อ ถือเป็นเลขแห่งการเริ่มต้นก้าวหน้าก็แล้วกันนะครับ หวังว่าคงมีใครบางคน ได้ประโยชน์จากแนวคิดนี้นะครับ อยากให้น้องๆเพื่อนๆ มีฝันไกลเสียและรู้จักวางแผนเสียแต่วันนี้ครับ อย่ามัวแต่ทำอะไรไปวันๆ หมดไปเดือนนึงเดือนนึง หรือหมดไปปีนึงปีนึงครับ ชีวิตมันเร็วครับ อย่าช้า
แก้ไขเมื่อ 13 ก.พ. 50 08:26:22
จากคุณ :
Jimmy Walker
- [
13 ก.พ. 50 08:24:48
]