เทคนิคการหางานทำ หากิจกรรมทำ ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ
ข้อนี้หมายความว่า หลังจากคุณได้ใช้เวลากับความโศก
เศร้าพอสมควรแล้ว อย่านั่งอยู่เฉย หรือคิดวกวนซ้ำซาก
หาทางออกไม่ได้ ให้คุณลุกขึ้นมาทำอะไรให้ตัวเองเสีย
ใหม่ และกลับไปมีชีวิตตามปกติ เช่น ถ้าคุณเคยเป็นพ่อ
คนแม่คน คุณก็ทำหน้าที่ของคุณไปตามปกติ ถ้าขืนนั่ง
สงสารตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ก็จะไม่มีอะไรดีขึ้นอย่างแน่
นอน ข้อแนะนำในข้อนี้ก็คือ พยายามผลักดันให้ตนเอง
สนใจในสิ่งอื่น นอกเหนือไปจากความเศร้าสร้อยของ
คุณ เช่น
1. ไปพบปะเพื่อนฝูง
ทำตัวให้เป็นปกติ เคยเจอใคร หรือคุยกับใคร มีกิจกรรม
กับใคร ก็พยายามทำไปอย่างที่เคยทำ คุณจะพบว่า ไม่
มีประโยชน์ที่จะฝังตัวเองอยู่บนที่นอน คิดฟุ้งซ่าน วุ่นวาย
เกลียดชังตัวเอง ละอายใจ เป็นบาป ฯลฯ ดูๆ แล้วไม่ทำ
ให้สถานการณ์ดีขึ้นแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามกลับทำ
ให้เรื่องเลวร้ายลง เพราะคนเรานั้น ยิ่งคิดมากก็ยิ่งกลุ้ม
มาก ทางที่ดีการออกไปพบปะเพื่อนฝูงอาจจะทำให้คุณได้
มีการติดต่อใหม่ มองเห็นลู่ทางในการแก้ปัญหาหรือการ
ทำมาหากินของคุณ และเพื่อนฝูงมักจะให้กำลังใจและ
ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นกว่าอยู่คนเดียวอยู่แล้ว
2. อ่านหนังสือ ทำตัวให้หูไวตาไว
การอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ ข่าวสารการทำ
งานหรือตำแหน่งงานที่เปิดอยู่ อาจจะหาได้ตามหน้า
หนังสือพิมพ์ หางานทางอินเทอร์เน็ต หรือเข้าไปใน
เวบไซต์หางานต่างๆ จะทำให้คุณหูตากว้างขวางขึ้น และ
อยู่กับสถานการณ์ที่เป็นจริง นอกจากนี้ การอ่านหนังสือ
ยังหมายความรวมไปถึงหนังสือคลายความเครียด การฝึก
จิต การรู้จักผ่อนคลายตัวเอง หนังสือเหล่านี้ จะช่วยให้
จักดูแลตัวเองทั้งสุขภาพกายและจิตในเวลาเดียวกัน
3. เรียนรู้ หาความรู้เพิ่มเติมใหม่ๆ
บ่อยครั้งเราจะพบว่า งานที่เขาต้องการกับทักษะหรือความ
รู้ความสามารถที่เรามีนั้นไม่ตรงกัน ทำให้เราจะต้องขวน
ขวายเพิ่มเติมความรู้ให้แก่ตัวเราเองมากขึ้น จึงจะหางาน
ได้ เช่น เราอาจจะเรียนมาทางสังคมศาสตร์ แต่ไม่มีงาน
ในตลาดรองรับ คนที่จบมาทางด้านนี้แทนการนั่งหงุดหงิด
ว่า เราเรียนมาผิดสาขาที่ตลาดต้องการ
อาจจะปรับตัวเองในการไปเรียนพิเศษทางด้านภาษาที่เรา
ขาด เช่น ภาษาฝรั่งเศส หรือสเปน และไปสมัครงาน
ทางด้านทางด้านคนรู้ ภาษาเหล่านี้ เช่น งานมักคุเทศน์
ที่น่าจะทำให้เราได้งาน เพราะดูๆ ไปอัตราการเจริญของ
การท่องเที่ยวก็ยังสูงอยู่ และการที่เราได้เรียนภาษา
ฝรั่งเศสหรือภาษาสเปน ก็เพราะมันจะทำให้เราได้งาน
มากกว่าภาษาอังกฤษที่มีคนรู้ทางด้านนี้มากแล้ว โอกาสที่
จะได้งานจึงน่าจะมากกว่า เป็นต้น
นอกจากเรียนภาษาแล้ว การเขียนโปรแกรมใหม่ๆ ทาง
คอมพิวเตอร์ ก็จะช่วยทำให้คุณมีโอกาสในการได้งานทำ
มากว่าคนอื่นที่อาจรู้แค่การใช้โปรแกรมพื้นฐาน เพราะ
ฉะนั้น ในช่วงที่ยังหางานทำไม่ได้ อย่าปล่อยเวลาให้ล่วง
ไปเป็นอันขาด หาความรู้เพิ่มเติมให้ตนเองให้มากที่สุด
4. พยายามไม่คิดในทางลบหรือลงโทษตัวเอง
การตกงานหรือไม่ได้งาน เป็นภาวะที่สุดแสนจะทรมาน
มากแล้ว ดังนั้น กรุณาอย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยการมองโลก
ในด้านร้าย คิดอะไรในทางที่ไม่ดี หรือเพ่งโทษตัวเองอีก
ต่อไป ตรงกันข้าม พยายามให้รางวัลตนเองแม้แต่ใน
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำให้แก่ตัวเองหรือผู้อื่น เช่น การ
ดูแลบ้านช่องให้เรียบร้อย การเป็นที่พึงทางจิตใจให้กับผู้
อื่น เป็นต้น สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ต้องถือว่าไม่เล็กน้อย
เลยในภาวะที่จิตใจตกต่ำด้วยมรสุมชีวิต
5. ออกกำลังกาย
อย่าคิดว่าการออกกำลังกายไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญในภาวะ
วิกฤติ ตรงกันข้าม คุณเคยได้ยินว่า จิตใจดีย่อมอยู่ใน
ร่างกายที่แข็งแรง ถ้าในช่วงวิกฤติ จิตใจมนุษย์เรามักจะ
มีโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้าง่ายมาก การรักษาสุขภาพให้แข็ง
แรงไว้ อย่างน้อยจะช่วยทำให้คุณไม่ต้องมาพะวงในเรื่อง
ของร่างกายอีกส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้ อยากให้ข้อคุณอีกสักนิดว่า กายและใจเป็น
สิ่งที่สัมพันธ์กัน ถ้าวันไหนคุณไม่สบายเป็นไข้ คุณก็จะ
รู้สึกหงุดหงิดในจิตใจอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถ้าร่างการคุณดู
ดีสดชื่นแข็งแรง จะพลอยทำให้จิตใจที่หดหู่คลายความ
เศร้าลงได้ ดังนั้น แม้เราจะยังไม่สามารถช่วยทางด้านจิต
ใจของคุณได้อย่างเต็มที่ (เพราะคุณยังหางานทำไม่ได้)
แต่ถ้าร่างกายของคุณสดชื่น กระปรี้กระเปร่า จิตใจที่หดหู่
ก็มักจะอยู่ไม่ได้ในร่างกายที่ดูดีแข็งแรง ดังนั้น อยากขอ
แนะนำให้คุณออกกำลังกาย จะเป็นการวิ่งจ็อกกิ้ง หรือ
แอโรบิค หรือฟุตบอล ว่ายน้ำก็ได้ทั้งสิ้น
การออกกำลังกายจะทำให้จิตใจคุณดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
6. แสวงหากำลังใจหรือแนวร่วม
มีคำพูดของฝรั่งประโยคหนึ่งว่า คนที่ทุกข์มักจะพึงใจอยู่
กับคนที่ทุกข์ร่วมกัน ข้อนี้หมายความว่า คนที่กำลัง
ประสบปัญหาคล้ายคลึงกันมักจะมีความเห็นอกเห็นใจกัน
เป็นพิเศษ การที่ได้พูดคุยกับคนที่ประสบชะตาร่วมกัน
ย่อมจะช่วยในเรื่องของการพยุงจิตใจซึ่งกันและกัน ดู
ตัวอย่างง่ายๆ ก็ได้ว่า ทำไมคุณอยู่ในรถและรถติด คุณ
จะฟัง จส.100 แต่จะเลิกฟังทันทีที่ถึงบ้าน ทั้งนี้เพราะใน
สภาวะของรถติดนั้น คนเราย่อมมีความทุกข์ การได้ฟัง
คนอื่นที่เขาบอกว่ามีทุกข์เช่นกัน มักจะเป็นทางด้าน
จิตวิทยาที่จะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเรายังดีกว่าเขา
ดังนั้น ถ้าคุณสามารถพบปะกับเพื่อนที่มีความทุกข์ร่วมกัน
ได้เป็นระยะๆ และมีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ก็จะทำ
ให้คุณรู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้ การพูดคุยผลัดกันให้กำลัง
ใจ ยังทำให้คุณรู้สึกว่าคุณได้ทำประโยชน์ให้แก่เพื่อน
มนุษย์อีกด้วย
7. อดทนกับตัวเอง
คุณอาจจะอยากรู้ว่า โดยทั่วๆ ไป คนเรานั้นใช้เวลานาน
มากน้อยแค่ไหนในการอยู่กับภาวการณ์ซึมเศร้าเมื่ออยู่ใน
ภาวะวิกฤติ คำตอบก็คือ ไม่สามารถบอกเวลาได้แน่
นอน บางคนอยู่กับข่าวร้ายเพียงหนึ่งอาทิตย์ บางคนก็
หนึ่งเดือนหรือหลายเดือน ขึ้นอยู่กับสุขภาพจิตของแต่ละ
คน
ขออ้างหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามากล่าวว่า แม้
ความทุกข์ก็ไม่เที่ยง ความสุขก็ไม่เที่ยง หมายความว่า
ไม่ว่าความทุกข์หรือความสุขเมื่อเกิดขึ้นกับผู้ใด ย่อมเข้า
หลักไตรลักษณ์ของความเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป
เหมือนๆ กันทุกเรื่อง
ดังนั้น ความทุกข์ของคุณที่เกิดจากการตกงาน หรือไม่ได้
งาน หรือถูกให้ออกจากงาน ก็จะต้องผ่านพ้นไปในวัน
หนึ่งข้างหน้าแน่นอน เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ก็หวังว่าคุณคง
ไม่หงุดหงิดกับตนเองจนเกินไป ให้เวลากับตนเองที่จะ
ค่อยๆ หาความลงตัวทางจิตใจให้พอ ถ้าต้องใช้เวลา
มากกว่าชาวบ้านเขาก็ไม่เป็นไร เพราะธรรมชาติของคน
เราไม่เหมือนกัน แต่ขอให้คุณประคับประคองใจตนเองให้
มีความทรงตัวที่ดี
อย่ายอมแพ้กับมรสุมในครั้งนี้ ขอให้นึกเสมือนว่า การฝัน
ฝ่าอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่เคยมีชีวิตของใคร
ต้องราบรื่น ไม่เคยเจออุปสรรค มองให้เห็นว่าอุปสรรคนั้น
เป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไขให้ดีที่สุด เป็นงานที่ท้าทาย และ
ตราบใดที่คุณยังมองโลกในแง่ดี เข้าใจหลักธรรมะของ
ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของทุกสิ่งในโลก คุณก็จะยอม
รับมรสุมลูกนี้ (หรือลูกอื่นๆ ได้)
ขอเพียงคุณอย่ายอมแพ้ อย่าลงโทษตัวเอง ถ้าสิ่งที่เกิด
ขึ้นมาจากการกระทำบางอย่างที่ผิดพลาดไปของคุณใน
อดีต ก็ให้อภัยตนเอง และเริ่มต้นใหม่ หากสิ่งที่เกิดอยู่
นอกเหนือการควบคุมของคุณ ก็ขอให้บอกตนเองว่ามันไม่
ใช่ความผิดของคุณ แต่มันอาจจะเป็นเรื่องเคราะห์ร้าย ที่
ทุกชีวิตต้องเจอในช่วงใดช่วงหนึ่ง อย่ายอมให้อุปสรรคมา
หยุดชีวิตที่ก้าวเดินของคุณ สร่างกำลังใจให้กับตัวเอง ลุก
ขึ้นมาสู้กับชีวิตดูใหม่และก้าวเดินต่อไป แม้จะต้องเริ่มต้น
ใหม่ก็ตาม
และทุกครั้งที่คุณก้าวเดินไปข้างหน้า พยายามให้รางวัลตัว
เอง บางทีอุปสรรคภายนอก ยังไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับความ
ท้อแท้ภายใน ปรับความคิด ทัศนคติหรือเจตคติของตน
เองเสียใหม่ มองโลกในแง่ดี และแม้ว่าเหตุการณ์อะไร
อาจจะยังไม่ดีขึ้น
แต่ถ้าจิตใจของคุณสู้เสียอย่าง คุณก็จะสามารถเป็น ผู้
ชนะ ที่แท้จริงได้อีกครั้งหนึ่งแน่นอน
***********************************************
จาก ศิลปะของการสมัครงาน โดย นวลศิริ เปาโรหิตย์
amorntvm@anet.net.th
http://lungadd.pantown.com/
จากคุณ :
ลุงแอ็ด
- [
14 มี.ค. 50 16:53:18
]