Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ทำไมคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ถึงไม่เคยบ่นว่า "ไม่ชอบงานที่ทำ" , "อยากเป็นนายตัวเอง" ฯลฯ ติดต่อทีมงาน

หลังจากนั่งมองชีวิตตัวเอง มองชีวิตคนอื่น ในช่วงวัยทำงาน โดยเฉพาะ 25-30 นี้ ซึ่ง "ส่วนใหญ่" จะยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง เช่น มีบ้านที่เป็นของพ่อแม่หรือพ่อแม่ซื้อให้ ยังไม่มีรถของตัว บ้างก็เป็นหนี้บัตรเครดิต บ้างก็ยังเลี้ยงพ่อแม่ไม่ได้หรือให้เงินได้นิดๆหน่อยๆก็เลือดตาแทบกระเด็น

แล้วในขณะเดียวกัน หลายคนก็กำลังขวนขวายมองหาอะไรหลายอย่างแบบสไตล์อย่าง "คนยุคใหม่" ที่จะต้องมีเงื่อนไขในชีวิตมากมาย

เช่น

- ต้องได้ทำงานที่ชอบที่ใช่เท่านั้น ถ้าไม่เช่นนั้นกรูออก
- ต้องได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงานดีๆเท่านั้น บรรยากาศที่ทำงานต้องชิล ไม่เช่นนั้นกรูออก จะทนทุกข์ทรมาณไปทั้งชีวิตทำไม ชีวิตมันสั้น เดี๋ยวก็ตายแล้วนะ ทำงานแล้วมีความทุกข์ก็ออกดีกว่า
- เป็นนายตัวเองดีกว่า ไม่ต้องเป็นทาสรับใช้ใคร ไม่ต้องกดดัน เหนื่อยหน่อยอร่อยดี ชีวิตอิสระ ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนเนี้ยจนไปตลอดชีวิตแน่ๆ
- ยังหาความเป็นตัวเองไม่เจอเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าชอบอะไร กำลังหาๆอยู่
- ค่าครองชีพมันสูง เมื่อไหร่เงินเดือนจะขึ้น เงินเดือนไม่ขึ้น งั้นกรูออก

ฯลฯ

มองย้อนกลับไป คนสมัยก่อนไม่ต้องย้อนไปไกล เอาที่พ่อแม่เราใกล้ๆตัว น้อยครั้งมากที่เราจะได้ยินประโยคข้างบนจากคนในยุคก่อน หลายคนบอกว่า ก็เพราะคนในสมัยก่อนนั้นมีการแข่งขันน้อย มีค่าครองชีพต่ำ เค้าจึงไม่ต้องขวนขวายมากเท่าคนยุคนี้

แต่
- คนสมัยก่อนนั้นเวลาทำงานประจำมักไม่ค่อยเปลี่ยนที่ทำงาน มักมีความตั้งใจในการทำงานมาก ทำให้มักเป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรอย่างมากในภายหลัง
- บางคนหาเช้ากินค่ำแต่ส่งลูกเรียนปริญญาตรีได้จนจบ
- บางคนทำงานหนักๆได้ทุกประเภทโดยไม่เคยนึกถึงว่ามันเป็นงานที่ชอบหรือเปล่า
- บางคนเลี้ยงดูคนทั้งบ้าน ลูกเมียและพ่อแม่ได้

โดยสรุปคือคนสมัยก่อน "ทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพอย่างแท้จริง" ไม่ติส ไม่ดราม่า ไม่เวิ่นเหวอ ว่าชีวิตมันต้องเป็นไปตามที่ใจต้องการเสมอไป เพียงแต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีเงินมาจุนเจือครอบครัว เลี้ยงลูกๆในยุคพวกเรามาอย่างดี ได้เรียนจบกันสูงๆกว่าพวกเค้า แล้ว "ความสบาย" ที่เกิดจากความอดทนต่อความยากลำบากของรุ่นพ่อแม่ มอบให้แก่พวกเรา คน Gen Y, Gen Z ที่มีความอดทนน้อย ใจร้อน ทำตามอารมณ์ และรักความชิลเป็นชีวิตจิตใจ แต่พวกเราก็ล้ำยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อในวันนี้พวกเรามีข้ออ้างต่างๆนาๆที่ฟังดูเท่ห์และมีความเป็นตัวของตัวเองสูงม๊าก ว่าไอ้ที่เราไม่ทนๆๆเนี้ย มันมีเหตุผลนะจ๊ะ


บางครั้งเราหลายคนก็กลบเกลื่อน "ความไม่เอาไหน" ของตัวเองด้วยประโยคสุดฮิตด้านบนตามๆกันไป
สุดท้ายเราก็ลืม ลืมว่าเรากำลัง "ทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพ"
แล้วเมื่อเราลืมจุดประสงค์ที่แท้จริง เราจึงยิ่งดำดิ่งสู่ความสับสนในการใช้ชีวิตมากขึ้นทุกทีๆ และคนที่เป็นฮีโร่มาช่วยชีวิตเราก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพ่อแม่


มันเป็นข้อคิดที่เราได้จาก "พ่อ" ของเราเอง ท่านเป็นคนขยันขันแข็ง ตื่นแต่เช้าไปทำงาน ต้องรับแรงกดดันต่างๆนาๆจากการทำงานแต่ท่านก็ทำต่อไป ทำงานมาเป็นระยะเวลาเกือบ20กว่าปี เราเคยคิดว่าพ่อทำเงินได้น้อยจริงๆแล้วยังทนอยู่อีก ที่คิดแบบนั้นเพราะตอนนั้นเรายังไม่เคยหาเงินเอง

พอมาวันนึง เราถึงตระหนักได้ว่าพ่อเราก็ทำรายได้ไม่ได้น้อยเลย ถ้าเทียบกับคนจำนวนมาก รวมทั้งตัวเราด้วยเมื่อเทียบกับท่านตอนท่านอายุเท่าเรา ท่านหาเงินได้มากกว่าเราซะอีก เพราะความขยันและความอดทนมากๆของท่าน

ไม่เคยได้ยินพ่อบอกว่า "นี่มันเป็นงานที่ฉันไม่ชอบ" จะได้ยินแค่ว่า "เดือนนี้จะได้เท่าไหร่ เหลือเก็บเท่าไหร่"
สมัยหนุ่มๆท่านเคยทำงานมาหลากหลาย โดยไม่ได้เลือกว่าต้องทำแต่งานที่ชอบเท่านั้น แต่ท่านทำได้ทุกอย่าง มีกิจการของตัวเองตั้งอายุไม่ถึง25

บางทีการที่พวกเราเรียนมามาก มีวุฒิการศึกษาที่สูง ก็ทำให้เรามีอีโก้สูง คิดว่าตัวเอง "มีดีอะไรบางอย่าง" แต่ในโลกของความจริง เรากลับท้อถอยกันง่ายๆ หรือ ขวนขวายที่จะรวยๆๆๆมากเกินไปจนเราขาดความอดทนที่จะรอ ใช้ชีวิตแบบก้าวกระโดดไปมา แล้วเคว้งคว้างสับสน ยึดเอาคนรวยคนเด่นคนดัง "ในทีวี" มาเป็นไอดอล เวลาเค้าพูดประโยคเด็ดๆอะไรเราก็อยากจะรีบจดเอามาทำตาม แต่หลายๆครั้งเราลืมมองว่า ที่เค้าประสบความสำเร็จมาได้เพราะเค้ามีความอดทน ความรับผิดชอบ ความขยันขันแข็งสูง  


เพิ่มเติม:
คนเราทุกคนมีเหตุผลในการใช้ชีวิตต่างกันไป แต่หลายๆคนก็ยังสับสนกับจุดประสงค์ในการทำงาน
เราทุกคนย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเสมอ แต่หลายครั้งเราก็ลืมที่จะอดทนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดี

***ประเด็นที่พูดมาทั้งหมดคือ เรื่องของความอดทนต่ออุปสรรคของคนรุ่นพ่อแม่ ไม่ใช่เรื่องว่าทำอะไรถึงดีที่สุด เพราะมันไม่มีอะไรที่ทำแล้วดีที่สุดโดยปราศจากความอดทน ความพยายามและความรับผิดชอบ



ยังไงก็ขอให้สู้กันต่อไปนะจ๊ะ


ปล.กระทู้นี้เป็นแค่ความคิดเห็นในอีกด้านนึง

แก้ไขเมื่อ 27 ม.ค. 55 13:53:42

แก้ไขเมื่อ 27 ม.ค. 55 13:44:07

แก้ไขเมื่อ 27 ม.ค. 55 13:35:43

จากคุณ : KiChiKo
เขียนเมื่อ : 27 ม.ค. 55 13:34:41




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com