CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    ซุนวูกับโลกธุรกิจ 7 9 ยุทธภูมิ : 9 ยุทธศาสตร์

    มติชนวันนี้
    คอลัมน์ มืออาชีพ

    โดย ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ wimonkan@sme.go.th

    ตำราพิชัยสงครามของซุนวูบทที่ 11 กล่าวว่า แม่ทัพจะนำทัพให้ได้ชัยชนะได้ยาก หากไม่รู้จักประเภทของยุทธภูมิหรือสนามรบซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 9 แบบด้วยกัน

    แม้ซุนวูจะเคยบอกว่า ในสนามรบไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวและแม่ทัพต้องรู้จักพลิกแพลงเลือกใช้กลยุทธ์ต่างๆ แล้วแต่สถานการณ์ แต่ในบทที่ 11 นี้ ซุนวูย้ำว่าในแต่ละยุทธภูมิจะมี winning strategy หรือกุญแจสู่ชัยชนะที่จะขาดเสียไม่ได้ซ่อนอยู่ แม่ทัพจะต้องอ่านยุทธภูมิของตนเองให้ออก จึงจะสามารถเลือก winning strategy ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละสถานการณ์ได้ถูก โดยเขาได้อธิบายลักษณะของแต่ละยุทธภูมิ และ winning strategy ไว้อย่างค่อนข้างละเอียด ดังนี้

    ยุทธภูมิประเภทที่ 1 : คือเมื่อศัตรูเข้าประชิดเมือง ทำให้กองทัพฝ่ายเราต้องรบกับศัตรูในเขตบ้านเมืองของตนเอง(dispersive ground) ในเชิงธุรกิจคือการที่คู่แข่งรุกเข้ามาในตลาดที่เราเคยครอบครองอยู่ได้เป็นผลสำเร็จ ในยุทธภูมิที่ศัตรูบุกมาถึงเรือนเช่นนี้ หนีไม่พ้นที่ไพร่พลและกองทัพจะตกอยู่ในสภาพหวาดหวั่นเสียขวัญ ดังนั้น กุญแจสู่ชัยชนะหรือ winning strategy คือการระวังอย่าให้ไพร่พลแตกทัพได้(แต่ถ้าเลือกต้องอย่าพยายามรบในดินแดนของตนเองเด็ดขาด)

    ยุทธภูมิประเภทที่ 2 : คือเมื่อกองทัพของเราบุกเข้าไปในดินแดนศัตรูแล้ว แต่ยังตั้งทัพอยู่แค่บริเวณชายแดน(frontier ground) ในเชิงธุรกิจคือการรุกเข้าไปในตลาดที่มีเจ้าของอยู่แล้ว แต่ก็ยังได้ส่วนแบ่งตลาดน้อยมาก กรณีนี้ winning strategy ได้แก่ การเร่งทัพให้รุกคืบให้เข้าใกล้ศัตรูให้เร็วที่สุด เพราะไพร่พลมักจะขาดกลัวเมื่อเริ่มบุกเข้าไปในดินแดนศัตรูใหม่ๆ แต่ยิ่งตีรุกเข้าไปใกล้ศัตรูมากเท่าไร ก็จะยิ่งฮึกเหิมเพิ่มขวัญกำลังใจ ดังนั้น แม่ทัพต้องระวังไม่ให้กองทัพติดอยู่บริเวณชายแดนของศัตรูนานจนเกินไป

    ยุทธภูมิประเภทที่ 3 : เป็นพื้นที่ซึ่งไม่ว่าใครเข้ายึดได้ก็ต้องเป็นฝ่ายได้เปรียบสงครามอย่างแน่นอน(key ground) ถ้าจะนำมาเปรียบเทียบกับธุรกิจก็คงจะเป็นตลาดยารักษาโรคหรือสินค้า high-tech ต่างๆ ซึ่งบริษัทไหนผลิตได้ก่อนก็สามารถผูกขาดตลาดได้ผ่านการจดสิทธิบัตรในกรณีเช่นนี้ซุนวูให้ใช้การเร่งยึดพื้นที่ให้ได้ก่อนศัตรูเป็น winning strategy แต่หากศัตรูเกิดยึดพื้นที่แบบนี้ได้ก่อน ซุนวูบอกให้ถอยอย่างเดียว อย่าอาจหาญไปสู้ด้วยเด็ดขาด

    ยุทธภูมิประเภทที่ 4 : คือยุทธภูมิเปิดซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าไปได้พร้อมๆ กัน(open ground) ซึ่งก็เหมือนตลาด hypermarket แถวพระรามสี่ หรืออ่อนนุช ที่มีทั้งสองยักษ์ใหญ่ แมคโคร และ โลตัส ตั้งประจันหน้าห่างกันแค่คนละฝั่งของถนน หรือเปรียบได้กับการต่อสู้ระหว่างร้าน Watson"s กับ Boots ในเมืองไทย ซุนวูเสนอว่าในสถานการณ์เช่นนี้ winning strategy ที่ดีที่สุดคือการป้องกันตนเอง(self-defense) อย่าให้เพลี่ยงพล้ำฝ่ายตรงข้ามได้

    ยุทธภูมิประเภทที่ 5 : คือ ยุทธภูมิที่นอกจากฝ่ายเราแล้ว ยังมีฝ่ายอื่นอีก 3 กลุ่มต้องการครอบครอง(focal ground) และถ้าใครยึดพื้นที่นี้ได้ก่อนก็จะได้รับการสนับสนุนรัฐเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ กรณีนี้ winning strategy คือการจับมือสร้างพันธมิตรกับกลุ่มคู่แข่งให้ได้ ฟังแล้วน่าจะเหมือนธุรกิจซึ่งมีตลาดที่แน่นอน และมีคู่แข่งในตลาดอยู่เพียงสองสามรายราย ดังนั้น แทนที่จะแข่งขันตัดราคากันเองก็ควบรวมธุรกิจหรือฮั้วราคาแบ่งตลาดกันไปเลย

    ยุทธภูมิประเภทที่ 6 : คือเมื่อกองทัพของเราตีกินลึกเข้าไปในดินแดนศัตรู แถมยังทิ้งห่างกองทัพและเมืองต่างๆ ของศัตรูไว้เบื้องหลัง(serious ground) เหมือนการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศและยึดธุรกิจสำคัญในประเทศนั้นไว้ได้ winning strategy คือการส่งกำลังบำรุงสม่ำเสมอรวมกับการอาศัยให้คนท้องถิ่นนำทาง ถ้าเทียบกับการลงทุนในต่างประเทศก็คือการระดมทุนให้มีทุนหนาหนักเข้าไว้ อย่าให้มีปัญหาเรื่องการเงินได้ รวมทั้งการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำและข้าราชการในท้องถิ่น

    ยุทธภูมิประเภทที่ 7 : คือพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรค เดินทัพผ่านได้ยาก ต้องผ่านเขตอันตรายอย่าง เช่น ป่าทึบ ภูเขาสูง หนองน้ำ หลุมพราง(difficult ground) ในสภาพนี้ winning strategy ได้แก่การที่แม่ทัพต้องศึกษาภูมิประเทศล่วงหน้าอย่างละเอียด ต้องให้รู้ก่อนว่ากองทัพจะต้องเดินทัพไปเจออะไร เมื่อไหร่ และจะหลบหลีกเขตอันตรายบ้างได้หรือไม่ ไม่ใช่มีแต่เรื่อง surprise ให้ไพร่พลทั้งหมด เหมือนกับตอนนี้ที่ใครๆ ก็อยากเข้าไปลงทุนในจีน ทั้งที่รู้อยู่ว่าทำธุรกิจในจีนมีความเสี่ยงสูง คู่แข่งเยอะ แต่ก็ยังอยากเข้าไป สิ่งที่ทำได้และต้องรีบทำก็คือการศึกษาข้อมูล กฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุน และศึกษาคู่แข่งให้พร้อมก่อนตัดสินใจ

    ยุทธภูมิที่ 8 : คือพื้นที่ซึ่งทั้งทางเข้าทางออกคับแคบ เข้าก็ยาก ออกก็ยาก จึงถูกปิดล้อมได้ง่าย(encircled ground) อันนี้ไม่อยากเปรียบกับธุรกิจ ขอเปรียบเทียบกับสภาพการเมืองไทยตอนนี้ดีกว่านะคะ สำหรับ winning strategy ในกรณีนี้ หากเป็นฝ่ายปิดล้อมศัตรู ก็ให้วางกำลังคุมทางเข้าออกไว้ให้มั่น แต่ถ้าหากเป็นฝ่ายอยู่ในวงล้อม ตอนนี้เป็นเวลาต้องใช้สมองแบบอิคคิวซังคิดหากลยุทธ์พลิกแพลงให้ได้ เพราะสู้ด้วยกำลังอย่างเดียวไม่รอดแน่นอน

    ยุทธภูมิสุดท้าย : คือสนามรบที่ฝ่ายเราเองถึงคราวอับจน โอกาสถูกทำลายทั้งกองทัพมีสูงมาก(desperate ground) ดังนั้น winning strategy อย่างเดียวที่เหลือคือ การทำให้ไพร่พลรู้ชัดๆ เลยว่าตนเองจนตรอกแล้ว จะได้รวบรวมกำลังสู้ตาย(ซึ่งต่างจากกรณีทั่วไปเพราะโดยปกติซุนวูจะสอนให้แม่ทัพปกปิดสถานการณ์สงครามไม่ให้ไพร่พลรู้ได้ เพื่อรักษาขวัญและกำลังใจ) เหมือนธุรกิจที่ติด NPL ทั้งหลาย ซึ่งเจ้าของต้องสู้ตาย มิฉะนั้น ก็ต้องถูกแบงก์ยึด เอ..ยุทธภูมินี้จะเหมือนการเมืองไทยอีกหรือเปล่านะ

    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01cho03101248&day=2005/12/10

     
     

    จากคุณ : OnceInTheBlueMoon - [ วันรัฐธรรมนูญ 03:02:07 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป