CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    @@@ .. ผมว่าผมคือมืออาชีพ .. ตอน ... เจนเนอเรชั่น 2 .. จะรุ่งหรือจะริ่ง .. @@@

    ………………………………………..
         ……………………………………………………………..

    หลังจากธุรกิจถอนผมหงอกให้พ่อดังที่ได้เล่าไปแล้ว   ธุรกิจต่อมาของผม
    เป็นธุรกิจที่ถูกถ่ายทอดมาจากบิดา หรือจะเรียกให้หรูหน่อยก็คือเจนเนอเรชั่นที่สอง
    ซึ่งผู้รู้ท่านบอกว่าเป็นยุคของการเจริญเติบโต  ยุคที่มีการขยายกิจการของครอบครัว
    ให้ใหญ่โตและมั่นคง

    แต่ของผมดันแปลกกว่าคนอื่นตรงที่ว่า  แทนที่จะรอจบจบเอ็มบีเอมาจากฮาวาร์ด
    แล้วค่อยกลับมาสืบสานกิจการให้โกอินเตอร์  ผมกลับต่อยอดธุรกิจแตกสาขาออกไป
    ตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกเรียนอยู่ชั้นประถม

    จะรุ่งหรือจะร่วงประการใดก็ขอท่านจงติดตามดู  
    ในเรื่องมีทั้งตลกโปกฮา  โศกเศร้าเคล้าน้ำตา..และบู๊ดุเด็ดเผ็ดมันปนคละเคล้า
    ก็เพื่ออรรถรถของเรื่องตามประสาวิถีชีวิตไทย


    ผมแหกขี้ตาแหวกมุ้งออกมาตั้งแต่ไก่โห่   ตรงรี่เข้าไปยังจักรยานคันสวยที่สุดในโลก
    ที่ตั้งเด่นอยู่ตรงลานเคียงคู่กับซาเล้งของพ่อ  แล้วบรรจงขัดถูอย่างทะนุถนอม

    คุณรู้ไหมว่าสิ่งของที่ผมอยากได้ที่สุดในโลกก็คือจักรยานนี่แหละ  

    อาชีพรับซื้อของเก่ามันฝังอยู่ในสายเลือดของผมมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วครับ
    เมื่อผมสามารถมีรถที่จะเอามาใช้ทำมาหากินได้   แถมยังมาจากฝีมือของตนเอง
    ก็เลยภูมิอกภูมิใจว่า “ตูนี่เก่งไม่เบา”

    “ไม่ขับเข้าไปโชว์สาว ๆ ในตลาดวะ “  พ่ออ้าปากหาวพูดมาจากหน้าบ้าน

    “ไม่ล่ะพ่อ  เดี๋ยวคนจะหาว่าเห่อของใหม่”

    ขืนรีบเข้าตลาด  เจ้าของชิ้นส่วนรถแต่ละชิ้นจะได้พากันมารุมเหยียบผมประไร  
    ต้องใช้เวลาให้คนค่อย ๆ ลืมความเจ็บแค้นที่ถูกมือดีแอบไปถอดชิ้นส่วนจักรยาน
    ของตนเอง

    “ตะกร้าสองอันที่ข้างรถก็เข้าท่า  เอ็งไปเอามาจากไหนวะ”

    “คนในตลาดให้มาน่ะ  พอดีเค้าซื้ออันใหม่  เลยยกอันเก่าให้ผม”

    ป่านนี้ลุงแม้นภารโรงของโรงเรียนคงเต้นเป็นเจ้าเข้า หากรู้ว่าตะกร้าใส่ขยะ
    หน้าโรงอาหารหายไป

    “ไม่ใช่ไปหยิบของใครมานะเอ็ง”   พ่อทำท่าข้องใจ

    “โธ่ !! ..”    ผมทำหน้าเสียใจที่ถูกพ่อปรักปรำ

    ส่วนพ่อก็เกาคางกราก ๆ ว่ามาต่อ “ว่าแต่รถคันนี้  ครูนิมิตรยกให้เอ็งแล้วจริง ๆ หรือ
    ทำไมมันหลายสีจังวะ   เก่า ๆ ใหม่ ๆ ปนกันชอบกล”

    “จริงสิพ่อ  ครูเขาจอดทิ้งไว้ใต้ถุนบ้านพักตั้งปีกว่า  ผมเลยขอมา”

    ผมพูดความจริงนา  เพราะตอนที่ร่วมมือกับไอ้โด้เพื่อนซี้ถอดโครงรถของครูนิมิตร
    ไปซ่อนไว้ในป่าหลังโรงเรียนนั้น  ผมก็ขมุบขมิบปากขออยู่  เพียงแต่ว่าครูแกย้าย
    ไปอยู่ที่อื่น  เลยไม่มีใครมาบอกปฏิเสธ  ผมก็มั่วนิ่มเอาว่าอนุญาต

    “เอ็งจะออกไปรับซื้อของเก่าจริง ๆ หรือ   ไม่ต้องทำพ่อก็เลี้ยงเอ็งได้”  พ่อพูดพลาง
    ลูบหัวผมเบา ๆ

    พ่ออยากจะให้ผมเรียนหนังสือทั้งที่ผมอยากออกมาช่วยพ่อทำงาน  ในโรงเรียนนั้น
    ผมกับไอ้โด้วัน ๆ ก็ได้แต่ไล่เปิดกระโปรงผู้หญิง  นอกจากวิชาคณิตที่ผมได้คะแนน
    สูงสุดของห้องแล้ว  อย่างอื่นผมก็ได้แต่นั่งหาวอยู่หลังห้อง   แต่ถ้าผมโดดเรียนหรือ
    พูดว่าจะออกจากโรงเรียนเมื่อไหร่พ่อจะโกรธมาก

    “ผมอยากจะช่วยพ่อ”   ผมพูดอย่างจริงใจ    แต่อาการอาจค่อนข้างเหม่อลอย
    เพราะเจ๊คิ้มคนทรงข้างบ้านแกเล่นนุ่งกระโจมอกมานั่งยอง ๆ ทำผ้าถุงตกท้องช้าง  
    ร่วมชื่นชมรถคันใหม่


    “บอกแล้วว่ามันฉลาด”   เจ๊แกว่าทำเอาผมยิ้มแทบแก้มปริ

    “เลี้ยงไว้ดี ๆ เหอะ  แล้วมันจะสนองคุณ”  เจ๊หันไปบอกพ่อ

    เวง !!   พูดยังกะว่าผมเป็นกุมารทอง

    “เอ็งมันเก่งเลขและก็ขยัน  โตขึ้นมาคงเป็นเสมียนได้  ตั้งใจเรียนเข้าไว้นะ  แล้วจะ
    ฝากงานให้” เจ๊คิ้มว่าต่อ  

    ผมหัวเราะเบา ๆ เจ๊คิ้มแกไม่รู้หรอกว่าเป้าหมายของผมคือจะสืบสานธุรกิจค้าของเก่า
    ของพ่อให้ใหญ่โต

    “ชีวิตมันต้องไปไกล”   พ่อว่า

    “ผมว่าจะไปมันจนถึงกรุงเทพฯ”   ผมพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ  แต่พ่อกับเจ๊คิ้มกลับพากันหัวเราะ

    …………………..
    …………………

    จากคุณ : ส.สัตยา - [ 19 ธ.ค. 48 00:14:40 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป