Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
วิกฤตต้มยำกุ้ง  

จากกระทู้ห้องเรียนสินธร แนะนำหนังสือ ตีแตก ที่พูดถึงปี 40
ก็เลยหาข้อมูลช่วงนี้มาเพิ่มเติมคะ ลองอ่านกันดูนะคะ

[ห้องเรียนสินธร]**แนะนำหนังสือ**ตีแตก
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I9763237/I9763237.html

...........................................................................

10 ปี วิกฤตต้มยำกุ้ง

ที่มา http://www.moneychannel.co.th

รุ่งสางของวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เป็นฝันร้ายของใครหลายคน และถือเป็นฝันร้ายของภูมิภาคเอเชียก็ว่าได้ เพราะทันทีที่รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี และนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเพียง 11 วัน ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ก็นำประเทศเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และกลายเป็นวิกฤตเอเชีย รู้จักกันดีในนาม ต้มยำกุ้ง Crisis

โดยในวันแรกที่ประกาศลอยตัว ค่าเงินบาทขยับลงจาก 25 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 32 บาท และลงไปอ่อนค่าสุดถึง 56 บาท เมื่อต้นเดือนมกราคม 2541 และทำให้ดัชนีหลักทรัพย์ดิ่งลงไปเหลือเพียง 207 จุด เท่านั้น

เหตุผลหลัก ที่ไทยต้องประกาศลอยตัวค่าเงิน เพราะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในกระเป๋าของแบงก์ชาติ หดหายไปจำนวนมาก จาก 4 หมื่นล้านเหรียญ เหลือเพียง 800 ล้านเหรียญเท่านั้น หลังถูกจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินโจมตีค่าเงินบาท ระลอกแล้ว ระลอกเล่า ขณะที่หนี้ต่างประเทศก็สูงถึง 130% ของจีดีพี และในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้น ดังนั้น เมื่อประกาศลอยตัว ภาระหนี้ก็พุ่งพรวดขึ้นเท่าตัว หลายบริษัทต้องปลดพนักงาน และหลายแห่งต้องปิดกิจการ

วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทำให้ไทย ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2540 จำนวน 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินจำนวนนี้ มาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ และนั้นทำให้หลายคนถึงกับบอกว่า ไทยสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจไปแล้ว

IMF ได้เรียกร้องให้ไทย จัดการภาคการเงินภายใต้กฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด ให้ปิดบริษัทการเงินที่มีปัญหา ให้แก้ไขกฎระเบียบเพื่อให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น และให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยกำหนดให้แปรรูปการบินไทยและบางจากฯภายในปี 2541

การดำเนินนโยบายดังกล่าว ทำให้เศรษฐกิจไทย และคนไทย ยิ่งแย่ลงไปอีก จนทัพนักธุรกิจชั้นนำและบรรดาชนชั้นกลางอดรนทนไม่ไหว รวมตัวกันประท้วงบนถนนสีลม เป็นที่รู้จักกันดี ในนามม็อบสีลม กดดันให้บิ๊กจิ๋วลาออก ซึ่งก็ทำสำเร็จ ทำให้พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540 แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดกับตกอยู่ที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ซึ่งถูกศาลพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายเฉียดแสนล้านบาท

เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เข้ามาแทนที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IMF อย่างเคร่งครัด แม้จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมาได้ แต่ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า “อุ้มคนรวยแต่ไม่ช่วยคนจน”

ดังนั้นเมื่อพรรคใหม่ ไทยรักไทย เปิดตัวขึ้นมา จึงได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม เพราะกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่คาดว่าจะนำพาพวกเขารอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้

และเมื่อพันตำรวจโททักษิณ เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็เดินหน้าเจรจา IMF ผ่อนคลายเงื่อนไขที่เข้มงวดลง ในที่สุดไทยก็สามารถใช้คืนหนี้ก่อนกำหนดถึง 2 ปี โดยแบงก์ชาติจ่ายหนี้คืน IMFงวดสุดท้าย และปลดแอกไทยจาก IMF ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2546

ต้องยอมรับว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทุนไทยครั้งใหญ่ ทำให้เจ้าสัวเมืองไทยหายไปถึง 65% และเป็นจุดสิ้นสุดของอภิมหาธุรกิจครอบครัว เช่น บริษัททีพีไอ ธุรกิจปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ของตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ อวสานราชาแห่งชิพ “ชาญ อัศวโชค” และเกิดจุดผลิกผันครั้งใหญ่สุดกับเจ้าพ่อโรงเหล็ก สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของสโลแกน 3 ไม่ “ไม่มี ไม่หนี และไม่จ่าย” รวมทั้งการล่มสลายของธุรกิจครอบครัวจีนโพ้นทะเล และกลุ่มทุนเก่าในกิจการธนาคาร เช่น ธนาคารศรีนคร นครธน มหานคร และนำมาซึ่งการปิดกิจการ 56 ไฟแนนซ์

10 ปีผ่านไป แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังเติบโตไม่เต็มที่ แม้จะมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไปบ้าง แต่ก็ยังช้ากว่าประเทศที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจอื่น ๆ และไม่เพียงพอ ที่จะเติบโต และก้าวย่างได้อย่างมั่นคง แตกต่างกันตรงที่ ณ วันนี้ เรามีเงินสำรองสูงถึง 8 หมื่นล้านเหรียญ ห่างจาก 800 ล้านเหรียญในอดีต อย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

แต่สิ่งหนึ่งที่ ยังคงต้องเผชิญ และดูเหมือนจะรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้น ในกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเสรี หรือ ในยุคโลกาภิวัตน์ คือ ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนโลก ที่เงินทุนจำนวนมหาศาล พร้อมที่จะไหลเข้า และไหลออก จากประเทศใดประเทศหนึ่งไปได้ในทันที ที่มองเห็นช่องทางการทำกำไร ซึ่งจนถึงขณะนี้ ก็ยังสร้างความปวดหัวและหลอกหลอน ธนาคารแห่งประเทศไทย ทุกครั้งที่ต้องต่อกรกับบรรดาเฮดฟันด์เพราะการปัญหาเหล่านี้ ไม่ได้มีสูตรสำเร็จ และไม่มีทฤษฎีรองรับ

**********************************************

จากคุณ : Ooh 1234
เขียนเมื่อ : 4 ต.ค. 53 14:44:55




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com